ในสมัยราชวงศ์หมิง ที่อำเภอเกียเฮง มีคนชื่อ หลี่ติ้ง เป็นคนที่มีคุณธรรม ไม่ชอบเปิดเผยความลับของผู้อื่น หากเป็นเรื่องความดี เขาจะเผยแพร่ให้ ถ้าเห็นเพื่อน ๆคุยเรื่องลามกหรือความลับของผู้อื่น เขามักตักเตือนทันที เพื่อให้ผู้คนเข้าใจผลร้ายที่ทำลายชื่อเสียงของสาว ๆ และชอบคุยเรื่องลามก จึงได้เขียนบทความ “บาปทางวจีกรรม”
บทความของเขาทำให้คนที่ชอบปากสนุกกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีเป็นจำนวนมาก ตามพรหมลิชิตของเขาไม่มีวาสนาในการสอบไล่ วันหนึ่งเพื่อนนักเรียนของเขาได้ชวนเขาไปสอบเป็นเพื่อน เขาก็ไม่หวังจะสอบได้ก่อนประกาศผลสอบหนึ่งคืน เขาฝันเห็นพ่อที่ตายไปแล้วมาบอกเขาว่า เนื่องด้วยชาติก่อนเขาเป็นบัณฑิต แต่มีนิสัยโอหัง ชอบดูถูกคน ไม่รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน ฉะนั้น สวรรค์จึงลงโทษเจ้าจะสอบไม่ผ่านตลอดชีวิตของเจ้า แต่เนื่องด้วยการสอบครั้งนี้ มีคนที่ควรสอบได้เป็นเจี่ยหยวนและปีหน้าจะสอบได้เป็นจิ้นสือ แต่เขาเป็นคนเจ้าชู้เพราะเขาได้ข่มขืนหญิงสาวคนหนึ่งเมื่อเดือนที่ผ่านมา เทพเจ้าเหวินเชียงจึงได้ลบชื่อเขาออกไป พอดีเจ้าเขียนบทความ “บาปทางวจีกรรม” ทำให้คนสำนึกผิดจำนวนมาก ความดีนี้ใหญ่หลวง ท่านจึงเอาชื่อของเจ้าไปแทน หวังว่าจากนี้ไป เจ้าต้องพยายามทำแต่กรรมดี เพื่อตอบสนองที่สวรรค์ได้เอ็นดูเจ้า
รุ่งขึ้นเขาไปตรวจดูรายชื่อ เขาสอบได้เป็นเจี่ยหยวน และต่อมาเขาสอบได้เป็นจิ้นสือ อันที่จริง เขาหมดอาลัยตายอยากที่จะใฝ่หาชื่อเสียงเกียรติยศแล้วหลังจากเขาไปสอบหลายครั้งไม่ผ่าน ไม่นึกว่าความประพฤติของเขาช่วยให้เขาได้มีชื่อเสียงเกียรติยศ เพื่อตอบแทนความเมตตาของสวรรค์เขายิ่งเพิ่มความระมัดระวังในการกระทำทั้งมโนกรรม วจีกรรม และกายกรรม ให้มากขึ้น เมื่อเข้ารับข้าราชการ ก็ปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมา ไม่ทุจริตไม่รับอามิสสินจ้าง ชีวิตราชการของเขาจึงราบรื่น จนได้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน
อะไรไม่สำคัญเท่าฝึกจิต
ลื่อโจ๊ว
ไม่มีไม่มี ลืมหลงไปเอง
สติสติ มั่นคงมั่นคง
รอรอสักหน่อย อย่าได้ร้อนรน
ตั้งจิตทำใจ สงบสงบ
ขึ้นนั่งเก้าอี้ สงบจิตใจ
สมาธิภาวนา ให้มีเห็นผล
จักได้ชื่นชม กันมีสักที
ความสุข คือ ความสบาย หรือความสำราญ แยกออกได้เป็นสองฝ่าย คือ ความสุขทางกาย กับความสุขทางใจ