← กลับไปหน้าบทความ ท่องนรกอเวจีใหม่

ตอนที่ 7 ตัวอย่างคำพิพากษาคดีประพฤติผิดในกามและคดียาเสพติด

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ มั่วนารี ในกามา มีมีดปัก หารู้ไม่ เดินเยื้องย่าง ลอยชาย เข้าไปใน นรกนั่น น่าเวทนาสุด เสียงโศกเศร้า ที่ใดกัน เสียงตะโกน โหยไห้นั้น คนค้ายา ใจทมิฬ พุทธะจี้กง : บนโลกโลกีย์ที่แสนวุ่นวาย ผ่านเรื่องราวมากมายมาอย่างโชกโชน ผู้คนน้ำใจเย็นชา เ...

MINDCYBER JOURNALตอนที่ 7 ตัวอย่างคำพิพากษาคดีประพฤต

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

มั่วนารี ในกามา มีมีดปัก หารู้ไม่

เดินเยื้องย่าง ลอยชาย เข้าไปใน นรกนั่น

น่าเวทนาสุด เสียงโศกเศร้า ที่ใดกัน

เสียงตะโกน โหยไห้นั้น คนค้ายา ใจทมิฬ

พุทธะจี้กง : บนโลกโลกีย์ที่แสนวุ่นวาย ผ่านเรื่องราวมากมายมาอย่างโชกโชน ผู้คนน้ำใจเย็นชา เทียบไม่ได้กับคนในสมัยโบราณเก่าก่อน การกระทำต่างๆของคนในสมัยนี้มีแต่สิ่งที่เลวร้าย มีแต่สร้างบาปกรรม ชาวโลกเห็นเรื่องศีลธรรมจรรยาและกฎหมายเป็นเรื่องที่ไร้สาระไม่ให้ความสำคัญ ขอเพียงให้ตัวเองเกิดความสบายใจได้รับความสะดวกสบายก็ไม่สนใจว่าใครจะเป็นอย่างไร ด้วยเหตุนี้ชาวโลกจึงมักจะสร้างบาปกรรมอยู่เป็นประจำ ทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา บาปกรรมนั้นจะหนักหรือเบา ท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับผู้ที่ทำบาปว่ามีเจตนาอย่างไร และยังต้องพิจารณาถึงสภาพของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อด้วยว่าถูกทำร้ายให้ได้รับความเสียหายมากน้อยแค่ไหน แล้วจึงตัดสินโทษ ชาวโลกน้อยคนนักที่จะรู้ความผิดและสามารถแก้ไขกลับตัวใหม่ อีกทั้งรู้สึกปวดร้าวเสียใจกับความผิดที่ตัวเองได้ทำลงไป สำนึกผิดอย่างแท้จริงโดยไม่กลับไปทำความผิดเดิมซ้ำอีก หากรอจนถึงวันที่สิ้นอายุขัยแล้วจึงสำนึกเสียใจ ถึงตอนนั้นเกรงว่าจะสายเกินไปเสียแล้ว เอาล่ะ! ประทานยันต์ให้ศิษย์เราเผาดื่ม (พุทธะจี้กงโบกพัดใบลานหนึ่งที วิญญาณของชิวเซิงก็ออกจากร่าง)

ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

พุทธะจี้กง : ศิษย์เราไม่ต้องมากพิธี รีบนั่งบัลลังก์บัวให้ดีๆ

ชิวเซิง : ศิษย์นั่งเรียบร้อยแล้ว ขอเชิญพระอาจารย์ออกเดินทางได้

พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา! คืนนี้เจ้าจะต้องรวบรวมพลังสมาธิให้ดี

ชิวเซิง : พระอาจารย์หมายความว่าอย่างไรหรือครับ?

พุทธะจี้กง : เพราะว่าคืนนี้เราจะไปนรกขุมที่เก้า(อเวจี) เพื่อชมการไต่สวนพิพากษาคดี

ชิวเซิง : ถ้าอย่างนั้นจะต้องเตรียมใจให้พร้อมซะแล้ว (ตลอดทางมองเห็นแต่ความมืดมิด มีแสงสว่างเป็นจุดสีเขียว เหลือง เทา น้ำตาล ระยิบระยับ ไม่รู้ว่ามันคืออะไร? )

พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา! ตลอดทางมานี้เจ้ามองเห็นอะไรบ้าง?

ชิวเซิง : เห็นเพียงจุดแสงเดี๋ยวก็มืดเดี๋ยวก็สว่าง จริงๆแล้วมันคืออะไรกันแน่ครับ?

พุทธะจี้กง : จุดแสงเหล่านั้นออกมาจากเวไนย์ที่อยู่ในคุกมืด มันเป็นสัญญาณที่อ่อนมาก พวกเราเดินทางด้วยอัตราความเร็วขนาดนี้ เจ้ายังสามารถมองเห็นจุดแสงเหล่านั้นได้ นับว่าไม่เลวเลย

ชิวเซิง : พระอาจารย์ครับ! ท่านฟังสิ บริเวณรอบๆได้ยินเสียงร้องไห้ครวญครางเป็นระยะๆ ทำให้รู้สึกกลัวจนขนลุก อนิจจา! ช่างน่าเศร้าใจนัก

พุทธะจี้กง : ศิษย์เรามีจิตเมตตา ได้ยินเสียงร้องไห้เศร้าโศกก็อดไม่ได้ที่จะสงสาร ช่างน่ายินดีจริงๆ แต่นี่เป็นเรื่องที่จนปัญญาไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้

ชิวเซิง : เบื้องหน้ามีตำหนักอยู่หลังหนึ่ง ที่นอกตำหนักมีฝูงชนต่อแถวกันเต็มไปหมด แต่ละคนสีหน้าเป็นกังวลและทุกข์ทรมาน ทำให้รู้สึกน่าเห็นใจ

พุทธะจี้กง : ถึงตำหนักของนรกขุมที่เก้าแล้ว (เดินเข้าไปทักทายพูดคุยกับขุนพลผู้พิทักษ์ประตูอยู่พักหนึ่ง)

ชิวเซิง : (มองเห็นด้านบนของขื่อประตูแขวนแผ่นป้ายแผ่นใหญ่ บนแผ่นป้ายสลักอักษรสีทองที่เปล่งประกายสีทองสว่างไสวว่า “ขุมที่เก้า ผิงเติ่งหวัง” และตอนนี้ผู้พิพากษาเหวินก็เดินออกมา)

พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา! รีบคารวะผู้พิพากษาเหวินเร็ว

ชิวเซิง : คารวะผู้พิพากษาเหวิน

ผู้พิพากษาเหวิน : ท่านเมธีไม่จำเป็นต้องมากพิธี เชิญพวกท่านเข้ามาด้านในก่อน (ทั้งสามก็เดินเข้าไปในตำหนัก)

พญายม : พุทธะจี้กงมาเยือนถึงที่นี่ เป็นเพราะเรามีงานราชการรัดตัวจึงไม่สามารถออกไปต้อนรับได้ ได้โปรดให้อภัยด้วย! ส่วนท่านนี้คงจะเป็นพู่กันทรงมือเอกชิวเซิงเป็นแน่

พุทธะจี้กง : นี่ก็คือเจ้าศิษย์ดื้อชิวเซิง (หันไปเรียกชิวเซิงแต่กลับมองไม่เห็นแม้แต่เงา ที่แท้ชิวเซิงเดินหลบไปนั่งอยู่ด้านข้างซะแล้ว) ศิษย์เรา! เจ้ารีบมานี่เร็วเข้า

ชิวเซิง : พระอาจารย์ครับ! ที่นี่มีเก้าอี้ให้นั่งด้วย

พุทธะจี้กง : ไม่ต้องนั่งแล้ว เบื้องหน้านี้คือพญายมผิงเติ่งหวัง รีบไปคารวะเร็ว

ชิวเซิง : คารวะท่านพญายม

พญายม : ท่านเมธีไม่ต้องมากพิธี ได้ยินชื่อเสียงของท่านพู่กันทรงมานานแล้วว่าเป็นคนที่ไม่ถือสาหาความกับเรื่องหยุมหยิม อีกทั้งยังเป็นคนที่ใจกว้างมีคุณธรรม ทำให้รู้สึกเลื่อมใส คืนนี้ได้พบตัวจริง ช่างสมคำล่ำลือ หวังว่าท่านจะอยู่สนทนากับเราสักครู่ได้หรือไม่?

ชิวเซิง : ได้สิครับ แต่ว่าท่านมีงานราชการรัดตัว เกรงว่าท่านจะมีเวลาไม่มาก

พญายม : ถ้าอย่างนั้นคงต้องหาโอกาสอื่นซะแล้ว (ทันใดนั้นก็ได้ยินว่าด้านนอกได้นำวิญญาณบาป “หลิ่วอวิ๋นอิ๋ง” และ “หลินจงมู่” มาถึงแล้ว)

พญายม : รีบเตรียมการไต่สวนคดี

ชิวเซิง : (พญายมจะไต่สวนคดีแล้ว จะต้องตั้งใจดูอย่างละเอียด)

พญายม : ผู้รับการไต่สวนคือใคร?

วิญญาณบาป : ผู้น้อยหลิ่วอวิ๋นอิ๋ง ผู้น้อยหลินจงมู่

พญายม : เกิดที่ไหน? ทำอาชีพอะไร?

วิญญาณหลิ่ว : ผู้น้อยเกิดที่เป่ยโจว ตอนที่มีชีวิตทำธุรกิจขายไก่ทอด

วิญญาณหลิน : ผู้น้อยเกิดที่เกาสยง ตอนมีชีวิตอยู่เป็นช่างตีเหล็ก

พญายม : ตามหลักฐานที่บันทึกในสมุดบัญชีบุญ-บาป ตอนที่พวกเจ้ามีชีวิตอยู่ได้สร้างบาปกรรมที่ไม่สามารถให้อภัยได้ รีบเล่าออกมาให้ละเอียด ตอนนี้ฟ้าเบื้องบนเมตตา เพื่อกล่อมเกลาเวไนย์ทั่วหล้าจึงมีบัญชาให้ชิวเซิงแห่งสำนักก่งเหิงถังที่อยู่บนโลกมนุษย์มาดูสภาพเหตุการณ์จริงในนรกอเวจีแห่งนี้ หากพวกเจ้าสามารถนำเรื่องชั่วที่พวกเจ้าได้ทำไว้พูดออกมาอย่างไม่มีตกหล่นเพื่อร่วมประพันธ์หนังสือธรรมะเตือนสติชาวโลกที่ทำผิดศีลธรรมเหมือนกับพวกเจ้า พวกเจ้าก็จะได้รับการพิจารณาลดโทษ

วิญญาณหลิ่ว : ครับ! ตอนที่ผู้น้อยมีชีวิตอยู่ทำธุรกิจขายไก่ทอด เพราะว่ามีโอกาสได้ติดต่อค้าขายกับคนจำนวนมาก อีกทั้งตัวผู้น้อยเองก็เป็นหนุ่มวัยรุ่นรูปงาม ด้วยเหตุนี้จึงประพฤติผิดทำนองคลองธรรม ตกลงนัดแนะกันกับฝ่ายตรงข้ามออกไปมีเพศสัมพันธ์กันโดยไม่รู้จักควบคุมตัวเอง ถึงแม้ว่าจะแต่งงานมีครอบครัวแล้ว แต่อยู่นอกบ้านกลับแอบมีเพศสัมพันธ์อย่างฉาบฉวยกับคนอื่นอย่างลับๆ จึงถูกพญายมตัดสินให้รับโทษในนรกขุมต่างๆจนกระทั่งถึงบัดนี้

วิญญาณหลิน : ตอนที่ผู้น้อยมีชีวิตอยู่มีอาชีพเป็นช่างเหล็ก แต่เพราะความจำใจจึงแอบขายยาเสพติดอย่างลับๆ และที่ขายไปก็มีจำนวนไม่มาก ด้วยเหตุนี้พญายมจึงตัดสินให้รับโทษนานาชนิดในนรกขุมต่างๆ ตอนนี้รับโทษในนรกไส้กรอกครบสิบปีแล้วจึงมาที่นี่เพื่อรอการไต่สวน

พญายม : ผู้รับการไต่สวนจงฟัง! ที่พวกเจ้าพูดมานั้นเป็นความจริงหรือไม่? ถ้าหากเป็นความเท็จจะเพิ่มโทษอีกเท่าหนึ่ง

วิญญาณบาปทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกัน : ผู้น้อยมิกล้า!

พญายม : ผู้พิพากษาเหวิน ที่วิญญาณทั้งสองพูดมาเป็นความจริงหรือไม่?

ผู้พิพากษาเหวิน : ที่ทั้งสองพูดมาเป็นความจริงไม่ผิดครับ

พญายม : พวกเจ้าทั้งสองทำผิดบาปด้วยความจำใจ อีกทั้งไม่ได้ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บจนถึงแก่ชีวิต และยังมีบุญกุศลจากการมีส่วนร่วมในการประพันธ์หนังสือธรรมะของฟ้าเบื้องบน จึงตัดสินโทษให้พวกเจ้าทั้งสองเป็นกรณีพิเศษ ให้วิญญาณหลิ่วรับโทษในนรกอเวจีแดนลงทัณฑ์ชั้นที่หนึ่งเป็นเวลา 40 กัป ส่วนวิญญาณหลินให้รับโทษในนรกอเวจีแดนลงทัณฑ์ชั้นที่หนึ่งเป็นเวลา 50 กัป คำตัดสินนี้พวกเจ้ามีอะไรจะคัดค้านหรือไม่?

วิญญาณทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกัน : ผู้น้อยยอมรับคำตัดสินครับ

ชิวเซิง : คิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องแบบนี้จะต้องรับโทษนานถึง 40 กัป 50 กัป!

พญายม : ถ้าหากไม่ตัดสินให้รับโทษหนักแล้ว เราจะไม่รู้สึกละอายใจต่อฟ้าดินได้อย่างไรกัน

ชิวเซิง : ผู้น้อยขอเรียนถามท่านพญายม วิญญาณหลิ่วตอนที่มีชีวิตอยู่ขายไก่ทอดแล้วประพฤติผิดในกาม ส่วนวิญญาณหลินเป็นช่างเหล็กแล้วขายยาเสพติด แต่ขายไปไม่มาก มีคำกล่าวว่า “ความชั่วทั้งปวงกามตัณหามาเป็นอันดับหนึ่ง” แล้วเพราะเหตุใดจึงตัดสินลงโทษคนที่ประพฤติผิดในกามเพียง 40 กัป แต่กลับตัดสินลงโทษคนที่ขายยาเสพติดถึง 50 กัป ทั้งสองคดีนี้มีวิธีการวินิจฉัยอย่างไร?

พญายม : ถึงแม้ว่าวิญญาณหลิ่วจะประพฤติผิดในกามครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่การบีบบังคับ ส่วนวิญญาณหลินนั้นถึงแม้ว่าจะขายยาเสพติดไปไม่มาก แต่ยาเสพติดทำให้จิตใจและสติปัญญาของคนเกิดความลุ่มหลงได้โดยง่าย เป็นการวางยาพิษอย่างช้าๆ ทำลายอวัยวะภายใน และทำให้ผู้อื่นอายุสั้น แต่การประพฤติผิดในกามของวิญญาณหลิ่วนั้นเพียงแค่ทำลายบุญวาสนา ยังไม่ได้ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ดังนั้นจึงวินิจฉัยตัดสินโทษวิญญาณทั้งสองเช่นนี้

ชิวเซิง : แล้วที่เคยตัดสินลงโทษนานที่สุด คือเท่าไหร่ครับ?

พญายม : นานที่สุดที่เคยตัดสินไว้ก่อนหน้าเราคือห้าเยิ่น ถึงตอนนี้ก็ยังถูกลงโทษอยู่

ชิวเซิง : หนึ่งเยิ่นมีระยะเวลาประมาณกี่ปีครับ?

พญายม : ภายหลังที่เรารับช่วงต่อ หนึ่งเยิ่นจะอยู่ที่ราวๆประมาณพันปี แต่สำหรับ“เยิ่น”ของห้าเยิ่นที่เคยตัดสินไว้ในสมัยก่อนนั้นมีระยะเวลาที่แตกต่างกัน

ชิวเซิง : ท่านกล่าวเช่นนี้ งั้นการคำนวณปีก็ไม่สามารถคำนวณระยะเวลาที่แน่นอนของ “กัป” ได้แล้วสิครับว่ามีระยะเวลายาวนานเท่าไหร่

พญายม : ถูกต้อง

พุทธะจี้กง : ขอบคุณท่านพญายมมากที่ช่วยเหลือ คืนนี้ดึกแล้ว พวกเราสมควรกลับแล้ว

พญายม : ค่อยๆไปนะท่าน

ชิวเซิง : ขอบคุณท่านพญายม ขอบคุณผู้พิพากษาเหวิน ไม่เป็นไรครับไม่ต้องไปส่ง

พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว ศิษย์เราจงรีบกลับเข้าร่างเถอะ!

ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์


บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

บันทึกไว้อ่านภายหลังหรือแบ่งปันให้คนที่คุณห่วงใย

♡ เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ท่องนรกอเวจีใหม่

เป่ยเทียนอวี้หมอต้าซื่อเจี่ยง ประทับทิพย์ญาณ

เป่ยเทียนอวี้หมอต้าซื่อเจี่ยง ประทับทิพย์ญาณ หนังสือเสร็จ พลังกล่อมเกลา แผ่ขยาย ยินดีด้วย ได้หนังสือสอนความดี...

อ่านต่อ
ท่องนรกอเวจีใหม่

เฉาเทียนกงเทียนซั่งเซิ่งหมู่ ประทับทิพย์ญาณ

เฉาเทียนกงเทียนซั่งเซิ่งหมู่ ประทับทิพย์ญาณ ความลับอเวจีแดนทุคติแยกให้เห็น ทัณฑ์นรกเหี้ยมไม่เว้นแพร่งพรายสู่โล...

อ่านต่อ
ท่องนรกอเวจีใหม่

ตอนที่ 36 ข้อแนะนำสำหรับการใช้หนังสือมาขจัดกรรม

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ มหาเมตตา ปรารถนาให้นรก ว่างไร้สิ้น ปกโปรดเวไนย์ทั่วถิ่น สู่โลกแห่ง เอกภาพ ศาสดายมโลก...

อ่านต่อ