← กลับไปหน้าบทความ ท่องนรกอเวจีใหม่

ตอนที่ 3 อธิบายเรื่องทางสามแพร่ง เยี่ยมเยียนวิญญาณทารก

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ มืดสลัวทางสามแพร่ง เด็กกำพร้าจะไปไหน ปากทางนั้นไปหนใด เดินเปล่าเปลี่ยวช่างมืดมน ทารกน้อยแสนอาลัย ทอดถอนใจริมฝั่งชล เตือนชายหญิงทั่วทุกคน รักถนอมลูกในครรภ์ พุทธะจี้กง : ปากทางสามแพร่งก็คือสถานที่ที่วิญญาณต้องเดินผ่าน ทุกๆคนจะต้องผ่านเส...

MINDCYBER JOURNALตอนที่ 3 อธิบายเรื่องทางสามแพร่ง เย

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

มืดสลัวทางสามแพร่ง เด็กกำพร้าจะไปไหน

ปากทางนั้นไปหนใด เดินเปล่าเปลี่ยวช่างมืดมน

ทารกน้อยแสนอาลัย ทอดถอนใจริมฝั่งชล

เตือนชายหญิงทั่วทุกคน รักถนอมลูกในครรภ์

พุทธะจี้กง : ปากทางสามแพร่งก็คือสถานที่ที่วิญญาณต้องเดินผ่าน ทุกๆคนจะต้องผ่านเส้นทางนี้ สำหรับผู้บำเพ็ญธรรมจะได้พักอยู่ที่ห้องรับแขก ณ ปากทางสามแพร่งเพื่อรอเรียกตัว ส่วนคนชั่วก็เดินตรงลงสู่ยมโลกตามแรงกรรมของแต่ละคน ไม่สามารถต่อต้านขัดขืนหรือแก้ต่างให้ตัวเองได้ ที่ทางสามแพร่งนี้ยังมีริมฝั่งแม่น้ำ ซึ่งมักจะพบเห็นวิญญาณเด็กทารกโศกเศร้าอาลัยอยู่ที่นั่นบ่อยๆ เป็นเพราะว่าพ่อแม่ไม่รัก จึงต้องมาร้องไห้เสียใจอยู่ที่ริมแม่น้ำ เอาล่ะ! ประทานยันต์ให้ศิษย์เราเผาดื่ม (พุทธะจี้กงโบกพัดใบลานเพียงครั้งเดียว วิญญาณของชิวเซิงก็ออกจากร่างแล้ว)

ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

พุทธะจี้กง : ศิษย์เราไม่ต้องมากพิธี รีบนั่งบนบัลลังก์บัวให้ดีๆ

ชิวเซิง : ครับ! (ระหว่างทางเห็นแต่ความมืดมิดไม่มีแสงสว่างเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งผ่านไปช่วงหนึ่งจึงมีแสงสว่าง) พระอาจารย์ครับ! เบื้องหน้ามีลักษณะเป็นทางสามแพร่ง ที่นี่คือที่ไหนกันครับ?

พุทธะจี้กง : ที่นี่ก็คือปากทางสามแพร่งอันโด่งดังของนรกภูมิ

ชิวเซิง : ทางสามแพร่งนี้มีความพิเศษอย่างไรครับ?

พุทธะจี้กง : ความพิเศษของทางสามแพร่งอยู่ที่แยกหนึ่งไปสวรรค์ แยกหนึ่งไปยมโลก ส่วนอีกแยกหนึ่งกลับสู่โลกมนุษย์

ชิวเซิง : คนแบบไหนจึงสามารถเดินบนเส้นทางที่จะไปสวรรค์ได้ครับ?

พุทธะจี้กง : คนที่สมัยตอนมีชีวิตอยู่ไม่ได้สร้างบาปกรรม บางคนถึงแม้ว่าจะไม่ได้สร้างบุญกุศลแต่ก็ไม่ได้ทำกรรมชั่ว ไม่ได้ทำลายชีวิตของตัวเองและครอบครัว ไม่ได้ทำลายชีวิตของผู้อื่น ก็สามารถเดินบน“เส้นทางขึ้นสู่สวรรค์”ได้ สำหรับผู้ที่บำเพ็ญธรรม หากยังอยู่ในช่วงของ 49 วันหลังความตายก็จะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีบุญสัมพันธ์มารับและพาไปที่ทางสามแพร่งเพื่อรอการตรวจสอบยืนยันบุญกุศลที่ทำไว้เมื่อครั้งสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ตามความเป็นจริง หากไม่ได้สร้างบาปกรรมชั่วใดๆหลงเหลือไว้บนโลก หรืออาจจะนำบุญ-บาปมาหักลบกันแล้วเหลือบุญกุศลมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีกุศลมากกว่าสามพันบุญแปดร้อยมรรคผลขั้นพื้นฐาน ก็สามารถเดินบน“เส้นทางขึ้นสู่สวรรค์” ได้

ชิวเซิง : แล้วเส้นทางกลับสู่โลกมนุษย์คืออย่างไรหรือครับ?

พุทธะจี้กง : ถ้าหากวิญญาณของผู้ตายมาถึงทางออกแห่งนี้ พิสูจน์แล้วว่าอายุขัยบนโลกมนุษย์ยังไม่หมดสิ้น ซึ่งบางทีอาจจะเป็นเพราะเหตุไม่คาดฝันที่วิญญาณหลุดออกจากร่าง เจ้าหน้าที่ในยมโลกหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์พามาถึงที่นี่ บางทีก็อาจจะเป็นกรณีที่จะต้องสับเปลี่ยนคนบนโลกมนุษย์ หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะจังหวะโอกาสและเหตุบังเอิญในทุกๆด้านที่วิญญาณจะต้องใช้“เส้นทางกลับสู่โลกมนุษย์” แต่เงื่อนไขที่สำคัญก็คือร่างกายที่อยู่บนโลกมนุษย์ต้องยังไม่เน่าเปื่อย มีบางครั้งเกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ในยมโลกที่จับวิญญาณมาผิดตัว ดังนั้นหากรู้ไวก็สามารถกลับสู่โลกมนุษย์ได้ทัน แต่ถ้าหากร่างกายเน่าเปื่อยหรือถูกทำลายไปแล้ว เจ้าหน้าที่ในยมโลกที่จับวิญญาณมาผิดก็จะต้องรับการไต่สวนตัดสินความผิด ส่วนวิญญาณที่ถูกจับมาผิดตัวก็สามารถปล่อยให้เป็นอิสระชั่วคราวบนโลกมนุษย์หรือเขตแดนสามัญชนในเมืองนรกเพื่อรอคอยจังหวะโอกาสให้วิญญาณยืมร่างใหม่ในการคืนชีพ ซึ่งกรณีนี้จะต้องเป็นคนดี

ชิวเซิง : เห็นวิญญาณเด็กทารกมากมายอยู่ที่ข้างทางสามแพร่ง บ้างก็มีใบหน้าที่เศร้าหมอง รู้สึกโศกเศร้าและหวาดกลัว นี่เป็นเพราะเหตุใดกันครับ?

พุทธะจี้กง : พวกเขาทั้งหมดควรจะได้ไปเกิดบนโลกมนุษย์ บางคนอาจจะไปเกิดเพื่อตอบแทนคุณ บางคนอาจจะไปเกิดเพื่อชำระแค้น ในบรรดาเด็กๆเหล่านี้มีหลายคนที่ต่อไปในอนาคตจะได้เป็นข้าราชการ เป็นนายพล เป็นรัฐมนตรี แต่เป็นเพราะพ่อแม่ที่พวกเขาไปอาศัยท้องเกิด ถ้าหากไม่ใช่ชายหญิงที่รู้สึกอับอายเพราะท้องก่อนแต่งจึงไปทำแท้งก็คือพ่อแม่ผู้ปกครองของทั้งสองฝ่ายไม่เห็นชอบที่จะให้แต่งงานกันแต่ก็ยังดื้อรั้นทำเรื่องผิดประเวณี พ่อแม่จึงให้ไปทำแท้ง บางคนเป็นคนในครอบครัวที่ร่ำรวยสูงศักดิ์ เมื่ออยู่นอกบ้านก็ทำตัวเจ้าชู้หลายใจ มั่วกาม หลอกลวงให้ผู้หญิงเสียตัวจากนั้นก็ทอดทิ้ง บ้างก็ชอบเสพสุขระหว่างชายหญิงทำเรื่องชั่วช้าเพื่อจะได้เสพกาม ทำให้เกิดการตั้งท้องนอกสมรส บ้างก็อายุยังน้อยไม่อยากมีภาระเหนื่อยยาก บางคนเป็นเด็กสาววัยรุ่น บางคนเป็นหญิงที่แต่งงานแล้ว บางคนก็เป็นโสเภณี บ้างถูกกระทำชำเรา บ้างถูกล่อลวงไปข่มขืน บ้างคบชู้สู่ชายแล้วไม่สมัครใจที่จะมีท้อง จึงเกิดการทำแท้งรีดลูกครั้งแล้วครั้งเล่า นอกจากนี้ยังมีนโยบายของรัฐบาลที่บังคับให้ประชาชนมีลูกได้เพียงคนเดียว เมื่อประชาชนในประเทศให้กำเนิดทารกเพศหญิงก็จะนำเอาลูกของตัวเองไปกดน้ำ ฝังทั้งเป็น ฆ่าให้ตาย บีบคอ อุดจมูก เป็นต้น วิญญาณทารกเหล่านั้นต่างก็มารวมตัวกันที่ริมฝั่งแม่น้ำแห่งนี้ พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ก็มักจะผ่านมาทางนี้พร้อมทั้งสงเคราะห์ช่วยเหลืออยู่เสมอ

ชิวเซิง : ขอเข้าไปสัมภาษณ์หน่อยได้ไหมครับว่าอะไรคือเหตุต้นผลกรรมที่ทำให้พวกเขาเหล่านั้นต้องตายตั้งแต่อายุยังน้อย?

พุทธะจี้กง : ได้สิ! แต่ภาษาของเด็กทารกนั้นเข้าใจยาก ต้องมีแม่นมหรือพี่เลี้ยงมาช่วยแปล (พูดยังไม่ทันขาดคำ เบื้องหน้าก็มีสตรีวัยกลางคนนางหนึ่งเดินเข้ามา)

พุทธะจี้กง : (เข้าฌานตรวจดูว่าสตรีนางนี้คือใคร) ศิษย์เราเจ้ารีบเข้าไปคารวะโพธิสัตว์กวนอิมเร็ว

ชิวเซิง : ผู้น้อยกราบคารวะพระโพธิสัตว์กวนอิม

พระโพธิสัตว์ : ชิวเซิงไม่ต้องมากพิธี

ชิวเซิง : ท่านพระโพธิสัตว์ครับ! เหตุใดท่านจึงมาที่ทางสามแพร่งนี้ล่ะ?

พระโพธิสัตว์ : เราเพิ่งจะออกมาจากสถานที่แสดงธรรม พอดีว่ากำลังจะไปที่ตำหนักกษิติครรภ์ จึงประจวบเหมาะได้พบกับพวกท่านที่นี่พอดี

พุทธะจี้กง : สหายธรรมหนันไห่ ไม่พบกันนาน ท่านสบายดีนะ!

พระโพธิสัตว์ : เราสบายดี

พุทธะจี้กง : พอดีมีเรื่องๆหนึ่ง เราไม่เชี่ยวชาญภาษาของทารก รบกวนสหายธรรมช่วยแปลให้ชิวเซิงฟังซักประเดี๋ยว

พระโพธิสัตว์ : ได้สิ!

ชิวเซิง : ถ้าอย่างนั้นสัมภาษณ์ทารกคนนี้ก่อนแล้วกัน ดูเหมือนเขาจะทุกข์ระทมเป็นอย่างมาก

พระโพธิสัตว์ : เด็กคนนี้บอกว่าเขาควรจะได้ไปเกิดเป็นลูกสาวของครอบครัวสกุลหยาง แต่เป็นเพราะการเงินของพ่อแม่อัตคัดขัดสนจึงทำแท้ง เดิมทีเขาควรจะได้เกิด และเมื่ออายุครบ 15 ปีก็จะมีโอกาสได้พบกับสามีภรรยาคู่หนึ่งรับไปเลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรม และเป็นเพราะพ่อแม่บุญธรรมไร้ทายาทเขาจึงได้เป็นผู้สืบทอดมรดก ตอนนี้กลับถูกทำแท้ง ดังนั้นจึงโศกเศร้าทุกข์ระทม

ชิวเซิง : ตามที่ในพระสูตรคัมภีร์กล่าวไว้นั้น ที่มนุษย์มีอายุสั้นหรือบางทีอาจจะยังไม่ทันได้คลอดออกมาจากครรภ์ก็ต้องมาตายอย่างไม่เป็นธรรม นั่นก็เพราะว่าชาติก่อนหรืออาจจะในหลายๆชาติที่ผ่านมาได้สร้างเหตุต้นผลกรรมอะไรไว้จึงต้องมาตายตั้งแต่อายุยังน้อย ช่วยเล่าเรื่องของเธอให้ฟังหน่อยได้หรือไม่?

พระโพธิสัตว์ถ่ายทอดคำพูดของทารก : เมื่อชาติที่แล้วฉันเป็นข้าราชการ ในปีหมินกั๋วที่ 1 เข้ารับราชการอยู่ที่มณฑลเจียงซี เพราะว่าตลอดทั้งปีชอบกินไข่ปลาและชอบสนุกกับการจับลูกนกเล่น ฉันไม่รู้จักรักทะนุถนอมชีวิตของลูกนก ในทางตรงกันข้ามมักจะทำให้ลูกนกต้องตายอยู่บ่อยๆ ตลอดทั้งปีมีลูกนกต้องตายในกำมือของฉันไม่รู้มากมายเท่าไหร่ ในยามปกติฉันก็ทำเรื่องที่เป็นการบุญการกุศลอยู่บ้างเป็นครั้งคราว และที่ฉันเป็นข้าราชการฉันก็ไม่ได้ทำเรื่องเลวทราม ไม่ได้กดขี่ข่มเหงประชาชน อีกทั้งไม่เคยรับสินบน และยิ่งไม่มีเรื่องกามลามกอันเสื่อมเสียต่อประเพณีและศีลธรรมอันดีงาม ด้วยเหตุนี้พญายมจึงตัดสินให้ฉันมีชะตาชีวิตได้เป็นข้าราชการที่ร่ำรวย แต่คิดไม่ถึงเลยว่าพ่อแม่จะใจดำอำมหิตทำแท้ง ทำให้ฉันสูญเสียโอกาสที่จะได้สืบทอดมรดกรวมทั้งโอกาสที่จะได้เข้าคัดเลือกเป็นข้าราชการ ตอนนี้เหลือเพียงความเคียดแค้น

ชิวเซิง : ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วก็ควรปล่อยวางความผูกพันทั้งปวง มิสู้ล้มเลิกความคิดที่จะเป็นข้าราชการที่มีอำนาจและความร่ำรวยสูงศักดิ์นั้นทิ้งไป มีจิตหนึ่งใจเดียวมาบำเพ็ญธรรมปฏิบัติธรรมจะดีกว่า

พระโพธิสัตว์ถ่ายทอดคำพูดของทารก : ฉันไม่ยอมหรอก แล้วอีกอย่างก็ไม่มีที่ไหนให้ฉันได้พึ่งพิงด้วย

ชิวเซิง : เบื้องหน้านี้ก็คือผู้บรรลุธรรมแห่งเขาผู่ถัวซันที่ทุกคนต่างก็รู้จักกันดี มีพระนามว่า “หนันไห่กู่ฝอ” หรือพระโพธิสัตว์กวนอิมผู้มีมหาเมตตามหากรุณาปลดเปลื้องความทุกข์ยากให้แก่เวไนย์อย่างกว้างขวาง และยังมีฉายาว่าพระโพธิสัตว์กวนอิมพันเนตรพันกร หากได้ติดตามท่านบำเพ็ญธรรมปฏิบัติธรรมก็จะไม่ต้องเวียนว่ายอยู่ในความทุกข์แห่งการเกิดแก่เจ็บตาย

พระโพธิสัตว์ถ่ายทอดคำพูดของทารก : ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้รับการกล่อมเกลาสั่งสอนจากพระโพธิสัตว์หรือไม่?

พระโพธิสัตว์ : ในเมื่อเธอมีกุศลผลบุญอีกทั้งยินยอมรับการสอนสั่ง แล้วเราจะทอดทิ้งโดยไม่มีเหตุผลได้อย่างไร

ชิวเซิง : ขอพระโพธิสัตว์โปรดเมตตาฉุดช่วย

พระโพธิสัตว์ : ได้สิ ! รอเรากลับมาจากตำหนักกษิติครรภ์ค่อยพาเธอกลับไปที่ทะเลใต้

(ตอนนี้คณะผู้เดินทางรวมทั้งทารกแซ่หยางมาถึงห้องรับแขก ณ ปากทางสามแพร่งแล้ว)

พระโพธิสัตว์ : วิญญาณหยาง เธอก็รอเราอยู่ในห้องรับแขกนี้ก่อน เราตั้งชื่อใหม่ให้เธอว่า“เหอเซียง”

ชิวเซิง : ขอบคุณพระโพธิสัตว์เมตตา

วิญญาณหยาง : ขอบคุณพระโพธิสัตว์เมตตาประทานชื่อให้ ขอบคุณคุณลุงมากที่ทำให้ฉันมีโอกาสได้รับการอบรมสั่งสอนจากพระโพธิสัตว์ ต่อไปภายหน้าจะต้องตอบแทนบุญคุณ

ชิวเซิง : ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเธอเลยซักนิดเดียว

พุทธะจี้กง : ตอนนี้ดึกแล้ว พวกเราต้องขอตัวกลับก่อน

พระโพธิสัตว์ : ศิษย์-อาจารย์ค่อยๆไป

ชิวเซิง : กราบลาพระโพธิสัตว์

พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว ชิวเซิงกลับเข้าร่างเถอะ

ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์


บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

บันทึกไว้อ่านภายหลังหรือแบ่งปันให้คนที่คุณห่วงใย

♡ เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ท่องนรกอเวจีใหม่

เป่ยเทียนอวี้หมอต้าซื่อเจี่ยง ประทับทิพย์ญาณ

เป่ยเทียนอวี้หมอต้าซื่อเจี่ยง ประทับทิพย์ญาณ หนังสือเสร็จ พลังกล่อมเกลา แผ่ขยาย ยินดีด้วย ได้หนังสือสอนความดี...

อ่านต่อ
ท่องนรกอเวจีใหม่

เฉาเทียนกงเทียนซั่งเซิ่งหมู่ ประทับทิพย์ญาณ

เฉาเทียนกงเทียนซั่งเซิ่งหมู่ ประทับทิพย์ญาณ ความลับอเวจีแดนทุคติแยกให้เห็น ทัณฑ์นรกเหี้ยมไม่เว้นแพร่งพรายสู่โล...

อ่านต่อ
ท่องนรกอเวจีใหม่

ตอนที่ 36 ข้อแนะนำสำหรับการใช้หนังสือมาขจัดกรรม

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ มหาเมตตา ปรารถนาให้นรก ว่างไร้สิ้น ปกโปรดเวไนย์ทั่วถิ่น สู่โลกแห่ง เอกภาพ ศาสดายมโลก...

อ่านต่อ