← กลับไปหน้าบทความ พระอนุตตรธรรมมารดาสิบบัญญัติ

นำบทข้อสี่

จริงหรือสมมติ แยกให้ออก สมมุติหรือจริง สมมติหรือจริง หากสำนึกรู้ จะอยู่เหนือโลก สร้างกุศล ประกาศธรรม เป็นพุทธโฆษก เปลี่ยนเปรโลก หาชีวิตจริง ร่วมกลับกำเนิดเดิม ข้อสี่ - เตือนพุทธบุตร รุดบำเพ็ญ ให้แข็งขัน คลื่นป่วนปั่น ในทะเลทุกข์ ของโลกกว้าง ชีวิตสั้น เหมือนแมล...

MINDCYBER JOURNALนำบทข้อสี่

จริงหรือสมมติ แยกให้ออก สมมุติหรือจริง

สมมติหรือจริง หากสำนึกรู้ จะอยู่เหนือโลก

สร้างกุศล ประกาศธรรม เป็นพุทธโฆษก

เปลี่ยนเปรโลก หาชีวิตจริง ร่วมกลับกำเนิดเดิม

ข้อสี่

- เตือนพุทธบุตร รุดบำเพ็ญ ให้แข็งขัน

คลื่นป่วนปั่น ในทะเลทุกข์ ของโลกกว้าง

ชีวิตสั้น เหมือนแมลง เพียงโมงยาม

มีใครบ้าง หลุดรอดพ้น พญายม

- สู้ตรากตรำ ย่ำเท้าทน จนจรดค่ำ

แบกงานกรำ คร่ำเหมือนควาย วิ่งวนป่า

ไม่นานนัก สักกี่สิบปี เกิด เจ็บ มรณา

ที่ผ่านมา เหมือนน้ำค้าง จางหายไป

- เพื่อชื่อเสียง ลาภฐานะ กระเสือกกระสน

ลูกเมียตน เคยหลงรัก จักเหมือนฝัน

โลกโลกีย์ น่าเวทนา เกินกว่ารำพัน

หลงพัวพัน ตัณหาหก เจ็ดอารมณ์ฉุดจมไป

- ต่อให้ลูก มีธนสาร อันล้นเหลือ

ข้าวเหลือเฟือ นาพันไร่ กินได้แค่อิ่ม

ต่อให้ลูก มีตึกระฟ้า ครองแผ่นดิน

ที่นอนจริง เพียงแปดศอก เท่านั้นเอง

- ต่อให้ลูก มีเงินทอง กองเท่าภูเขา

ไม่ได้เอา ไปสักบาท เมื่อตักษัย

ต่อให้ลูก สรวมแพรพรรณ งามเพียงไร

ร้อนหนาวได้ คุ้มแดดลม พอสมควร

- ต่อให้เจ้า เสพอาหาร พิสดารเหลือ

อร่อยเนื้อ ชีวิตเขา เจ้ารับบาป

ต่อให้เจ้า เล่นสำราญ หวานกำซาบ

เหมือนฝันลับ ชั่วเวลา ไม่ช้านาน

- ต่อให้ลูก มีลูกเมีย สวยเลอเลิศ

ต่างกระเจิด ไม่ร่วมไป ในเมืองผี

ต้องหลั่งน้ำตา ให้ มลทินห้า* ของโลกีย์

ตรองให้ดี อย่าหลงใหล นะลูกยา

- โลกโลกีย์ เหมือนสถาน สำราญเล่น

ใครที่เป็น ปู่ลูกหลาน กันมาก่อน

หากสำนึก ร่วมบำเพ็ญ อย่านิ่งนอน

สร้างบุญพร้อม กลับบ้านเดิม แดนนิพพาน

มลทินห้า คือความไม่ดีงามทั้งห้าของสภาวะโลกโลกีย์ คือ การเกิด การเห็น การวิตกทุกข์ร้อน ชะตากรรม และภัยพิบัติที่เป็นมลทิน

- บำเพ็ญอนุตตรฯ จะเป็นมงคล ทั้งครอบครัว

ตายแต่ตัว ญาติร่วมอยู่ ณ แดนสวรรค์

แยบยลวิเศษ ไม่เคยพบ แต่โบราณ

เป็นวิเศษกาล ใครหลับหลง น่าเวทนา

- คนบ้ายศ ยิ่งยศแล้ว ยังอยากทะยาน.

บ้าเงินล้าน กี่สิบหมื่น ว่าไม่มาก

โลภหลงใหล ไม่คิดถึงวัน พลันต้องตายจาก

กรรมจำพราก ไม่เหลืออะไร ไปพบพญายม

- ตื่นตัวได้ รีบเพียรกลับ บ้านนิพพาน

น่าสงสาร ลงนรก เพราะจิตหลง

ฟ้าดินแยก สองหนทาง ด้วยจิตส่ง

จิตพลาดลง ชั่วขณะ จะเศร้าโศรกชั่วกาลนาน

- ทุกข์ทรมาน ในนรกร้าย ไม่อาจบอกเล่า

มีกระจกเงา ส่องกรรมเจ้า เอาออกเผย

หากทำดี ชาติหน้ามี สุขชมเชย

สุขเสวย หมดบุญแล้ว ยังไม่แคล้วกลับลงมา

- กรรมชั่วมาก ยากที่เจ้า จะเถียงได้

ตนทำไว้ โทษอย่างไร ต้องได้รับ

ภูเขามีด กะทะน้ำมัน เครื่องบั่นสับ

โม่เลื่อยสลับ บดเนื้อเลือด เชือดให้หมากิน

- ทั้งแก่เฒ่า ตกสะพาน แม่น้ำเวทนา*

ทุกข์หนักหนา ในนรกใหญ่ สิบแปดขุม

พูดถึงทุกข์นี้ สาหัสนัก น้ำตารุม

เสื้อเปียกชุ่ม มิอดใจ ยากที่จะไขความ

- ก้าวพลาดพลั้ง ไม่ยกเว้น เป็นเช่นว่า

สิ้นกายา อยากกลับสรวง ต้องตกต่ำ

ฟังแม่เตือน บำเพ็ญอนุตตรฯ สุขเหลือล้ำ

มุ่งใจกรำ ตรงต่อปณิธาน จิตมั่นเกรียงไกร

- ในวัฏสงสาร บรรพบุรุษเก้าชั้น ชะเง้อหา

เมื่อไรหนา เจ้าจะส่งบุญ หนุนช่วยฉุด

เจ้าผิดพลาด ตกลำพัง ยังพอพูด

แต่บรรพบุรุษ ตกอเวจีตาม น้ำตานอง

- หมกอเวจี หกหมื่นปี ทุกข์เพียงไหน

รอโปรดใหม่ฯ* ธรรมกาลหน้า เวลาเหมาะ

ได้ขึ้นเรือธรรม จะมาทันหรือ กาลจำเพาะ

จะเกิดเหมาะ ได้รับธรรมใหม่ ใครกล้ารับรอง

แม่น้ำเวทนา เป็นเขตแดนระหว่างโลกมนุษย์กับนรก ซึ่งวิญญาณ

ผีทุกคนจะต้องข้ามสะพานไปด้วยความลำบากแสนสาหัส

รอโปรดใหม่ฯ คือ รอจนกว่าเบื้องบนจะโปรดประทานวิถีธรรม

ให้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง

- เร่งคืนนิพพาน โอกาสนี้ จะดีกว่า

ตามแม่มา คืนวิสุทธา อย่าหลับใหล

ถึงเพียงนี้ จบโอวาท ให้พักไว้

หยุดเขียนไข ทบทวนซ้ำ ย้ำความนัย

พัก

บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

บันทึกไว้อ่านภายหลังหรือแบ่งปันให้คนที่คุณห่วงใย

♡ เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง