← กลับไปหน้าบทความ พระอนุตตรธรรมมารดาสิบบัญญัติ

นำบทข้อสาม

เลิศล้ำคือ อนุตตรธรรม ธรรมคือแม่ ธรรมปรกแปร ทุกรูปลักษณ์ ทุกสถาน ทั้งสามโลก ทั้งสิบทิศ แม่เกิดการ แม่อภิบาล เทพคนทุกชั้น กำเนิดเดียวกัน (พระอริยเทพเทวาหรือคนสามัญ มีต้นกำเนิดจากศูนย์พลังหรือพระแม่องค์ธรรมเดียวกัน) ข้อสาม - เตือนพุทธบุตร รุดรู้แจ้ง จิตตัวนำ เป็...

MINDCYBER JOURNALนำบทข้อสาม

เลิศล้ำคือ อนุตตรธรรม ธรรมคือแม่

ธรรมปรกแปร ทุกรูปลักษณ์ ทุกสถาน

ทั้งสามโลก ทั้งสิบทิศ แม่เกิดการ

แม่อภิบาล เทพคนทุกชั้น กำเนิดเดียวกัน

(พระอริยเทพเทวาหรือคนสามัญ มีต้นกำเนิดจากศูนย์พลังหรือพระแม่องค์ธรรมเดียวกัน)

ข้อสาม

- เตือนพุทธบุตร รุดรู้แจ้ง จิตตัวนำ

เป็นสัจธรรม อนุตตรฯ กลางดินฟ้า

เป็นความว่าง ไม่ว่างเปล่า ตลอดมา

เป็นสุญญตา ไม่สูญเปล่า จงเข้าใจ

- มีคือไม่มี ไม่มีคือมี มีไม่มีเริ่มที่เดียวกัน

รูปคือว่าง ว่างคือรูป ไม่ใช่รูปไม่ใช่ว่าง

โลกครั้งนั้น แยกไม่ออก เป็นแบบอย่าง

เป็นกลุ่มพลัง ปราศกลิ่นเสียง รูปลักษณ์ใด

- เมื่อภาวะ อนุตตรฯ เคลื่อนขยับ

รูปภพปรับ ปรากฏเห็น เป็น “อินหยาง”

เกิดฟ้าดิน เกิดมีคน อยู่ท่ามกลาง

อากาศต่าง ผลัดเปลี่ยนเป็น สี่ฤดู

- อีกกำเนิด ดาวทั้งห้า* มาเป็นหลัก

สัญญลักษณ์ หนึ่งสัปดาห์ เป็นจดหมาย

ดาวธาตุน้ำ ทอง ดิน ไม้ และธาตุไฟ

โคจรไป กับอาทิตย์จันทร์ ร่วมกันเป็นเจ็ดหลักดาว

ดาวทั้งห้า คือ ดาวธุาตต่าง ๆ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสัปดาห์ คือ

ดาวอังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์

- ชั้นรูปภพ* อากาศธาตุ เคลื่อนตัวไว

มีขุ่นใส อากาศเปลี่ยน ทุกห้าวัน

ในหนึ่งเดือน มี หกอากาศ* ไม่หยุดผัน

โป็ยก้วยนั้น แปดเหลี่ยมหนึ่งปราสาท รวมเป็นเก้าเข้าตำรา

- ชั้นรูปภพ อากาศธาตุ มี “อินหยาง”

โปร่งเป็น “หยาง”“อิน” อึดอัด ขัดและคล่อง

“หยาง” เสริมช่วย ชีวิตงาม ตามทำนอง

“อิน” บกพร่อง ให้ซบเซา อับเฉาตาย

- แยบยลอย่าง ความว่างเปล่า ใครเข้าถึง

อนุตตรฯ ลึกซึ้ง พลังแสง แห่งชีวิต

เป็นอจินไตย เป็นอสงไขย อันศักดิ์สิทธิ์

ดังเนรมิต ด้วยองค์ธรรม กำเนิดการ

- ชั้นอนุตตรฯ สภาวะ ไร้ “อินหยาง”

ภาวะกลาง ไม่มีเพิ่ม เติมหรือลด

ไม่มีรูป สมมุติร่าง ต่างกำหนด

ไม่ปรากฏ แต่มิใช่ ความไม่มี

ชั้นรูปภพ คือ ชั้นที่มี อิน-หยาง มีทวิภาคความต่างกัน

หกอากาศ คือ ภาวะอากาศที่แปรปรวนไปเป็น อิน หยาง ลม ฝน ครื้ม และสว่าง

- ไม่มีสี ไม่หนาวร้อน คลอนหรือหยุด

วิเศษสุด เป็นกำเนิด กำหนดหมาย

แผ่ไพศาล เล็กซ่อนเร้น* แฝงรูปกาย

ไม่อาจไข วิเศษสุด อนุตตรธรรม

- มองไม่เห็น ได้ยินเสียง แต่ครอบคลุมซอนแทรก

จะแปรแปลก การใดใด เป็นไปตามธรรมชาติ

พระผู้ให้* ดุจแกนนำ ประสาธน์สรรพ

เป็นศักยภาพ พลังวิเศษ อันยิ่งยง

- อนุตตรฯ เหนือโลกใด ในจักรวาล

นรกโลกันตร์ ก็ครอบคลุม ไปทั่วถึง

ทั้งฟ้าดิน ทั้งสามโลก อนุตตรฯ เป็นพื้น

เป็นจุดยืน ของสรรพสิ่ง คือ หลักธรรม

แผ่ไพศาล เล็กซ่อนเร้น คือ อนุตตรธรรมไม่มีขีดจำกัดของ

ความกว้างใหญ่ไพศาลและความลึกซึ้ง แม้ในเม็ดทรายเล็กละเอียดก็มีธรรมะแฝงอยู่

พระผู้ให้ หมายถึงศูนย์พลังธรรมชาติที่ทุกศาสนากำหนดหมาย

ถวายพระนามต่าง ๆ กัน เช่น พระผู้เป็นเจ้า เหลาหมู่ พระอนุตตรธรรม

เจ้า พระแม่องค์ธรรม ฯลฯ เป็นต้น

- หลักธรรมนี้ แต่เดิมที ไม่มีชื่อ

ท่านเหลาจึ้อ จำใจตั้ง ชื่อว่า “เต๋า”

หรือ“เจินอี = เอกวิสุทธิ์” ให้เรียกกล่าว

เพื่อโน้มน้าว ให้โลกเดิน สู่หลักธรรม

- “เต๋า” หลักธรรม แต่เดิมคือ ต้นกำเนิด

แหล่งก่อเกิด ความดีงาม จุดสร้างสรรพ์

“เต๋า” อยู่กับฟ้า ฟ้าสดใส มีพลัง

ดาวเดือนต่าง โคจรกัน บรรยากาศก็ไหวตัว

- “เต๋า” อยู่กับ ผืนแผ่นดิน ก็อิ่มอาบ

มีที่ราบ ภูเขางาม ลำธารใส

สรรพชีวิต อาศัย“ เต๋า” เจริญวัย

เต๋า” อยู่ใน สรรพสิ่ง ทั่วฟ้าดิน

- “เต๋า” อยู่กับ กายมนุษย์ จุดชีวิต

รู้นึกคิด พฤติกรรม ทำการได้

คนไม่รู้ ตนมี เต๋า” เป็นอย่างไร

จึงเวียนว่าย ไม่หลุดพ้น วนก่อกรรม

- สามศาสนา หลักฯ เดียวกัน แม่บัญชา

อุบัติมา ถ่ายทอดนำ เหนือสังขาร

ศาสนาเต๋า เหลาจื้อเรียกว่า “จินตัน”*

พุทธศาสน์นั้น เรียก “ สริสัมภวะ” สัจธรรม

- ศาสนาปราชญ์ ขงจื้อเรียก ว่า “เทียนซิ่ง”*

คือ“ จิตแท้จริง” เป็นภาวะ จิตจากฟ้า

ทุกศาสนา มีชื่อเรียก กันนานา

แต่ที่มา คือ แสงธรรมญาณ เช่นเดียวกัน

- บรรพกาลมา สัทธรรม ไม่มีสอง

ไม่มีรอง เป็นสองเต๋า แยกออกได้

พระพุทธะ อริยเจ้า ถ่ายทอดไว้

ประทับใจ เป็นหนึ่งเดียว สืบพงศาธรรม

จินตัน ท่านจอมปราชญ์เหลาจื้อ ศาสดาแห่งศาสนาเต๋า ให้บำเพ็ญด้วยการทำสมาธิจนเห็นจิตของตนเองเป็นดวงธรรมญาณสีทองเรียกว่า จินตัน

เทียนซิง คือ จิตเดิมแท้ซึ่งเป็นพลังธรรมชาติที่มาจากเบื้องบนโดย ตรง

- เมื่อเห็นใส ในอนุตตรธรรม ความเป็นหนึ่ง

อีกหมื่นหมื่น ธรรมขันธ์ พลันรู้ถ้วน

อีกหมื่นพัน คัมภีร์ศาสน์ จัดกระบวน

ทั้งหมดล้วน หลักเดียวเป็น เช่นแนวตรง

- เมื่อสามศาสดา กลับนิพพาน หยุดการทอดถ่าย

จึงขาดสาย เหลือเพียงคำ “สำรวมมั่น”

จนบัดนี้ สามพันปี จึงไม่รู้กัน

ทุกศาสน์ทาง ไม่รู้หลัก อันแท้จริง

- บัดนี้ฟ้า มาฉุดช่วย ด้วยกำหนด

จะปรกโปรด คัดเลือกคน ร่วม “หลงฮว๋า”*

สืบทอดหลัก ความลับอนุตตรฯ ของสามศาสดา

เบิกปัญญา สาธุชน ร่วมขึ้นเรือธรรม

- อนุตตรฯ รหัสวิเศษ* ใครเลยรู้

จะมุ่งสู่ วิธีใหม่ ให้กราบ“กงฉัง”

เมื่อได้รับ อนุตตรวิถี เร็วรี่กัน

อาศัยร่าง ตัวสมมติ บำเพ็ญเพียร

หลงฮว๋า คือ ชื่อของงานชุมนมปราชญ์อริยะ ที่เบื้องบนจะโปรด

ประทานแด่บำเพ็ญดี

รหัสวิเศษ คือ พระคาถาห้าคำ อันเป็นรหัสวิเศษที่เบื้องบนได้

โปรดถ่ายทอดแด่พุทธบุตรสาธุชนที่ขอรับวิถีธรรมโดยเฉพาะในครั้งนี้

- “ เต๋า” ไร้รูป แต่เป็นจริง อันยิ่งใหญ่

สิ่งทั้งหลาย ที่มีรูปลักษณ์ ไม่เที่ยงแท้

ชีวิตคน ดังข้าวเปลือก กลางทะเล

เที่ยวรอนเร่ เหนือใต้ไป ในคลื่นเกลียว

- สุรานารี ทั้งพาชี กีฬาบัตร

มันผูกมัด มอมเมาเจ้า เหล่าพุทธจิต

อารมณ์เจ็ด* กามคุณหก* เข้าใกล้ชิด

มันปกปิด อนุตตรญาณ อันดั้งเดิม

- ทะเลอยาก กระชากคลื่น ไม่เคยหลับ

ความหลงรัก เหมือนขื่อคล้อง จองจำเจ้า

ความฟุ้งเฟ้อ เหมือนเชือกรัด ผูกมัดเอา

ลาภยศเล่า เหมือนแหอวน ล้อมกายใจ

- ทุกอย่างเหมือน หินเหล็กไฟ สว่างวาบ

แล้วก็ดับ ไม่คงอยู่ นานนักได้

เหมือนดอกมะเดื่อ บานฉาบฉวย โรยราไป

สร้างกรรมไว้ ให้แมลง ไชผลพรุน

อารมณ์เจ็ด คือ ความยินดี โกรธ เศร้า สุข รัก แค้น และอยาก

กามคุณหก คือ รูป เสียง กลิ่น รู้สึกสัมผัส อารมณ์

- คนงมงาย หมายโลกีย์ ไม่มีรู้แจ้ง

เหมือนมดแมลง ชีวิตทุกข์ หลงสุขศรี

สามหมื่นหกพันวัน ใครจะอยู่ ถึงร้อยปี

ไม่คิดที หรือเมื่อไร ได้สุขจริง

- เริ่มชีวิต เด็ก เติบใหญ่ แก่แล้วตาย

ลิ้มรสหลาย ทั้งสุขสม ระทมทุกข์

เกิดแก่เจ็บตาย มีใครหรือ จะรอดหลุด

ไม่ยั้งหยุด ชั่วพริบตา ความชรามาถึงตัว

- มามือเปล่า ไปมือเปล่า เอาอะไรก็ทั้งยาก

เหลือเพียงซาก เป็นวิญญาณ สุสานผี

จะร่ำรวย สูงศักดิ์ใด ไม่พ้นคดี

ต้องใช้หนี้ เป็นสัตว์-คน เกิดวนเวียน

- ตั้งแต่เกณฑ์ขาล หลายหมื่นปี จนบัดนี้

ทุกข์ทวี ไม่สิ้นสุด วัฏสงสาร

ออกจากร่างโน้น เข้าร่างนี้ เหมือนย้ายบ้าน

เป็นหนุ่มแซ่จาง สาวแซ่ลี้ ไม่มีอะไรเป็นของตัว

- ยิ่งกลับชาติ ยิ่งลืมตัว กลั้วเกลือกลึก

จนลืมนึก ถึงพระแม่ฯ ญาติของเจ้า

จากนิพพาน จุติลง ณ เชิงเขา*

เป็นพันธุ์เผ่า สายเดียวกัน ญาณชีวี

- ญาณชีวิต* แม้เป็นอริยะ ก็ไม่ขยาย

ไม่กลับกลาย หดเล็กกว่า แม้สามัญชน

กำเนิดเดียวกัน ผู้รู้จริง ได้มรรคผล

ใครหลง-วน เป็นปุถุชน หล่นโลกันตร์

- สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สำเร็จได้ ไปจากคน

มิใช่เกิดคน พร้อมกับเป็น สิ่งศักดิ์สิทธิ์

ข้อเท็จจริง หวังว่าลูก จะได้คิด

ตื่นใจจิต กราบอาจารย์จริง กลับต้นกำเนิดเดิม

- เขียนถึงตรงนี้ “สามคุณ” เหนื่อย หยุดพักพู่กัน

ให้รับประทาน พอหายหิว ค่อยต่อความ

เชิงเขา เป็นคำอุปมา ณ ที่นั้น เป็นญาณทวาร เป็นจุดสถิตของ

อนุตตรญาณแห่งตน

ญาณชีวิต คือ สริสัมภวะของทุกคนซึ่งเป็นอย่างเดียวกัน ไม่ยืดหด

ไปตามสถานะใด ๆ

บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

บันทึกไว้อ่านภายหลังหรือแบ่งปันให้คนที่คุณห่วงใย

♡ เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง