← กลับไปหน้าบทความ ท่องนรกอเวจีใหม่

ตอนที่ 15 ร่วมเพศกับอาสะใภ้ ถลำลงสู่ความทุกข์

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ อาหญิงอาสะใภ้จะ ว่าไปเหมือนมารดา จิตคิดมั่วกามา ผิดหลักคุณสัมพันธ์ ผิดจารีตวงศ์ตระกูล ทำให้ขัดแย้งกัน ปกปิดเรื่องน่าอายนั้น รับทุกข์ทัณฑ์บนโลกีย์ พุทธะจี้กง : บนโลกโลกีย์อันวุ่นวาย ศีลธรรมจรรยาถึงคราตกต่ำเสื่อมถอย ชาวโลกไม่ปฏิบัติตามห...

MINDCYBER JOURNALตอนที่ 15 ร่วมเพศกับอาสะใภ้ ถลำลงสู

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

อาหญิงอาสะใภ้จะ ว่าไปเหมือนมารดา

จิตคิดมั่วกามา ผิดหลักคุณสัมพันธ์

ผิดจารีตวงศ์ตระกูล ทำให้ขัดแย้งกัน

ปกปิดเรื่องน่าอายนั้น รับทุกข์ทัณฑ์บนโลกีย์

พุทธะจี้กง : บนโลกโลกีย์อันวุ่นวาย ศีลธรรมจรรยาถึงคราตกต่ำเสื่อมถอย ชาวโลกไม่ปฏิบัติตามหลักคุณธรรมสามัญห้า สูญสิ้นมโนธรรมและความเมตตา มองข้ามและฝ่าฝืนความสัมพันธ์ของมนุษย์ตามหลักคุณสัมพันธ์ แล้วจะให้ทำอย่างไรกันเล่า! ในประเทศที่มีความสิริมงคลและความผาสุกแห่งนี้ เดิมทีทุกๆที่ควรจะเต็มไปด้วยความสุขและความปรองดอง สามารถกล่าวได้ว่าทุกๆบ้านเต็มไปด้วยความผาสุก ลำดับศักดิ์ของเครือญาติในวงศ์ตระกูลก็มีการแบ่งลำดับอาวุโสและผู้เยาว์ตามลำดับขั้น แต่สภาพของชมพูทวีปในปัจจุบันนี้กลับวิปริตผิดเพี้ยนไปกันใหญ่ ตลอดเวลามักจะเห็นลำดับศักดิ์ระหว่างผู้ใหญ่กับผู้เยาว์สูญเสียไป ไม่มีการแบ่งลำดับศักดิ์ความอาวุโสในวงศ์ตระกูล สังคมเต็มไปด้วยปัญหามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการร่วมเพศในหมู่เครือญาติที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องครั้งแล้วครั้งเล่า ทางภาคตะวันออกของไต้หวันมีวัยรุ่นอยู่คนหนึ่ง วัยรุ่นคนนี้กับอาสะใภ้ของเขามีอายุไล่เลี่ยกัน เขากลับไม่คิดว่าอาสะใภ้ของเขามีลำดับศักดิ์เป็นญาติผู้ใหญ่ในวงศ์ตระกูล กลับคิดอยากจะมีเอี่ยวในตัวของอาสะใภ้ มีอยู่ครั้งหนึ่งในขณะที่ทุกคนในบ้านออกไปข้างนอกกันหมด เหลือเพียงวัยรุ่นคนนี้กับอาสะใภ้อยู่ในบ้านกันสองคน วัยรุ่นคนนี้เห็นว่าโอกาสมาถึงแล้วจึงเข้าไปใกล้อาสะใภ้ แล้วใช้คำพูดและพฤติกรรมลวนลาม แต่อาสะใภ้ของเขาไม่สนใจ วัยรุ่นจึงใช้กำลังบังคับข่มขืนจนสำเร็จ เนื่องจากอาสะใภ้ของเขาไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นสาเหตุทำให้เกิดความขัดแย้งกันในวงศ์ตระกูล จึงปิดเรื่องนี้เอาไว้ไม่ยอมพูดออกมา ทำให้วัยรุ่นคนนี้ยิ่งได้ใจ เกิดความกำเริบเสิบสาน ข่มขู่คุกคามแสดงความกระสันอยากในกามเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานอยู่ไม่ขาด เนื่องจากเทพผู้ตรวจตราได้นำเรื่องนี้ขึ้นถวายฎีกากราบทูลต่อเง็กเซียนฮ่องเต้อย่างเร่งด่วนครั้งแล้วครั้งเล่า เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงพิโรธเป็นอย่างยิ่ง มีบัญชาให้ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องนี้ดำเนินการโดยใช้กามโรคมาตอบสนองผลกรรม ให้วัยรุ่นคนนี้เป็นกามโรครักษาไม่หายทำได้แค่ยื้อชีวิต รับทุกข์ทรมานอย่างถึงที่สุด ถึงตอนนี้ถ้าหากไม่รู้ตื่นและสำนึกขอขมากรรม เกรงว่ายากนักที่จะหนีพ้นจากนรกอเวจีได้ เอาละ! ศิษย์เรา วิญญาณเจ้าจงออกมา

ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

พุทธะจี้กง : รีบขึ้นบัลลังก์บัวเถอะ

ชิวเซิง : (ระหว่างทางเห็นแสงสีเขียวแก่ เดี๋ยวก็มืดเดี๋ยวก็สว่าง มองเห็นคนกลุ่มหนึ่งรางๆ พวกเขาล้อมวงกันคล้ายกำลังถกปัญหาอะไรกันอยู่ เมื่อเข้าไปใกล้ๆ ที่แท้พวกเขากำลังรุมล้อมวัยรุ่นคนหนึ่งอยู่ วัยรุ่นคนนี้อายุประมาณ 20-30 ปี)

ชิวเซิง : (เข้าไปสอบถาม) ไม่ทราบว่าพวกท่านเข้ามารุมล้อมคนๆนี้ด้วยเหตุอันใด? เราเห็นพวกท่านทุกคนล้วนอายุมากกว่าเขา ความจริงแล้วเป็นเพราะอะไรพวกท่านถึงต้องล้อมวัยรุ่นคนนี้เอาไว้ไม่ยอมปล่อย? ราวกับว่าต้องการจะทำลายเขาให้พินาศย่อยยับไป ทำให้จิตใจคนเกิดความหวาดกลัว)

ผู้อาวุโส : (ผู้ที่อาวุโสที่สุดในกลุ่มเดินออกมาตอบคำถาม) ไม่ทราบว่าท่านผู้มาเยือนมีนามว่าอะไร? แล้วเพราะเหตุใดท่านจึงมาถึงที่นี่ได้? ตามกฎแล้วหากไม่ใช่ผู้ที่ทำบาปขั้นอนันตริยกรรม ก็จะต้องเป็นผู้ที่มีพลังแห่งมหาปณิธานจึงจะสามารถมาถึงสถานที่แห่งนี้ได้

ชิวเซิง : เราได้รับเทวราชโองการจากองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ให้พระพุทธะจี้กงนำพาเรามาท่องเที่ยวนรกอเวจี ด้วยเหตุนี้เราจึงสามารถมาถึงที่นี่ได้

ผู้อาวุโส : ที่แท้ท่านก็คือผู้รับสนองเทวราชโองการ เมื่อครู่นี้ที่เสียมารยาทไป ได้โปรดให้อภัยด้วย คนๆนี้ตอนที่มีชีวิตอยู่ได้ทำเรื่องเสื่อมเสียศีลธรรมจรรยา ร่วมเพศในหมู่เครือญาติ ดังนั้นจึงตกนรกอเวจี ส่วนพวกเราคือเทพขุนพลเย่ชา (เทพขุนพลยักษา) ที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่นี้

ชิวเซิง : ที่แท้คือเย่ชา! มิทราบว่าเพราะเหตุใดจึงชื่อว่า “เย่ชา” ?

ผู้อาวุโส : คำว่า เย่ชา1 ( 夜叉) ความจริงแล้วเป็นคำทับศัพท์ และยังมีคำทับศัพท์อีกคำหนึ่งคือ เย่าชา1 ( 藥叉) ซึ่งมาจากภาษาสินธุ2 ( 天竺語) มีความหมายว่า บูชาน้ำ ปกป้องน้ำ อีกทั้งบรรดายักษ์ทั้งหลายต่างก็อาศัยอยู่บนต้นไม้ ดังนั้นยักษ์จึงเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ ความจริงแล้วพวกยักษ์มีบุญคุณต่อมวลมนุษยชาติอย่างมาก แต่ตอนนี้ชาวโลกกลับตำหนิพวกเราว่าเป็นภูตผีปีศาจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเลย! เป็นเพราะว่าพวกยักษ์ลงโทษผู้ที่ไม่ตอบแทนด้วยเครื่องเซ่นไหว้อย่างเฉียบขาด ด้วยเหตุนี้จึงถูกตำหนิว่าเป็นภูตผีปีศาจ พวกเราก็จำใจไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร! ชาวโลกดื่มน้ำต้องรู้จักรำลึกถึงต้นธาร กินผลไม้ต้องรู้จักไหว้ต้นไม้ ถ้าหากไม่ใช่พวกเราเหล่ายักษาคอยปกป้องต้นน้ำลำธารและต้นไม้ โลกนี้ไหนเลยจะมีผลไม้ออกมาให้กินอยู่ไม่ขาด? ไหนเลยจะมีต้นน้ำอยู่ไม่ขาด? (ข้อมูลเพิ่มเติม 1 คำว่า “เย่ชา” 夜叉 กับคำว่า “เย่าชา” 藥叉 เป็นคำทับศัพท์ของคำว่า “ยกฺษ” ในภาษาสันสกฤต คนไทยเรียกทับศัพท์ว่ายักษ์ ยักษา 2 ภาษาสินธุ 天竺語 สินธุเป็นชื่อแม่น้ำสำคัญทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดียโบราณ ชาวเปอร์เซียเรียกเพี้ยนเป็นฮินดู ชาวกรีกเรียกเพี้ยนเป็นอินดู และอังกฤษเรียกอินเดียตามลำดับ ดังนั้นภาษาสินธุในที่นี้จึงหมายถึงภาษาอินเดีย )

ชิวเซิง : ที่กล่าวมานี้ พวกท่านทั้งหลายคงจะได้รับความลำบากใจมานานมากแล้วแน่แท้ทีเดียว แล้วเหตุใดพวกยักษ์ถึงมารับตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ในนรกได้ละ?

ผู้อาวุโส : พวกเราได้รับเทวราชโองการแต่งตั้งให้มาเป็นขุนพลของที่นี่ เพราะพวกเรามีนิสัยจงเกลียดจงชังคนชั่วเหมือนดั่งศัตรูคู่แค้น ดังนั้นพวกเราจึงมักจะแสดงสีหน้าท่าทางที่ดุร้ายไว้กำราบวิญญาณบาป

ชิวเซิง : แล้วคนที่มีเพศสัมพันธ์ในหมู่เครือญาติคนนี้ เหตุใดพวกท่านถึงได้ตามรังควานเขาไม่ยอมปล่อยล่ะ?

ผู้อาวุโส : พวกเราเหล่ายักษาเห็นว่าตัณหาราคะของเขายังไม่ถูกขจัด จึงมาขจัดตัณหาราคะให้

ชิวเซิง : ขจัดอย่างไรหรือท่าน?

ผู้อาวุโส : เราก็บังคับให้เขาดื่มน้ำเหล็กร้อน กินลูกทองแดงร้อน ใช้ร้อนดับร้อนเพื่อขจัดตัณหาราคะของเขา ท่านผู้รับสนองเทวราชโองการ ท่านจะเห็นว่าเบื้องหน้านั้นมีเสาทองแดงอยู่แถวหนึ่ง มิทราบว่าท่านมองเห็นเป็นอะไร?

ชิวเซิง : (ทอดตามองไปที่เสาทองแดง มองเห็นหญิงสาววัยรุ่นจำนวนมากสวมใส่ผ้าอันโปร่งบางยืนเรียงกันเป็นแถว)

ผู้อาวุโส : ที่ท่านผู้รับสนองเทวราชโองการเห็นนั้นก็คือรูปจำแลงของเสาทองแดงร้อน รอจนกระทั่งเมื่อไหร่ที่จิตใจของวิญญาณบาปสะอาดขึ้นมาบ้าง จึงค่อยมาดูอีกทีว่าเขามีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไร?

ชิวเซิง : มองเห็นวัยรุ่นดูราวกับคนโง่ที่สติฟั่นเฟือน วิ่งโผเข้าไปกอดเสาทองแดงแล้วหัวเราะแบบสะใจท่าทางเหมือนกับกำลังออกแรงกอดอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นก็ร้องออกมาด้วยเสียงที่แหลมเศร้าและโหยหวน --- อ๊ากกกกก! วัยรุ่นตัวไหม้เกรียมและเป็นหนองไปทั้งตัว ทั่วทั้งตัวเกิดตุ่มพุพองขนาดใหญ่ แล้วทันใดนั้นตุ่มพุพองก็แตกออก หนอนแมลงวันไหลออกมากองหนึ่ง ทั่วทั้งตัวของวัยรุ่นมีแต่หนอนแมลงวันดิ้นกันยั้วเยี้ยเต็มไปหมด เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวก็เหลือแต่กระดูกที่สั่นเทิ้ม เนื้อหนังมังสาแปรเปลี่ยนเป็นน้ำเลือด แต่ทำไมถึงได้มีแต่องคชาตเท่านั้นที่ยังคงสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง?

ผู้อาวุโส : รากเหง้าแห่งกามตัณหาราคะของคนๆนี้ยังไม่ขาด แล้วจะให้ทำอย่างไรได้ล่ะ! มีเพียงเพิ่มโทษปิ้งย่าง รอจนกระทั่งตัณหาราคะของเขาถูกขจัดแล้วค่อยส่งไปยังด่านต่อไป

ชิวเซิง : คนๆนี้มีเพศสัมพันธ์ในหมู่เครือญาติอย่างไร จึงต้องรับโทษเช่นนี้?

ผู้อาวุโส : เมื่อท่านผู้รับสนองเทวราชโองการปรารถนาที่จะสดับฟัง เราก็จะอรรถาธิบายให้ฟังอย่างแจ่มชัด คนผู้นี้ตอนที่มีชีวิตอยู่แสวงหากามจากอาสะใภ้ซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ในครอบครัวของตัวเอง จะต้องรู้ว่าอาสะใภ้นั้นเปรียบดั่งแม่ผู้ให้กำเนิด จะต้องให้ความเคารพนับถือถึงจะถูกต้อง แต่คนๆนี้หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ กลับมั่วกามกับอาสะใภ้ของตัวเอง แล้วยังไม่รู้จักสำนึกผิด กลับยิ่งเกิดความกำเริบเสิบสาน

ชิวเซิง : แล้วหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไปหรือท่าน?

ผู้อาวุโส : เขาจะต้องรับโทษอยู่ในนรกอเวจีห้าหมื่นปี เมื่อครบกำหนดวาระแล้วจึงได้ไปเกิดในเดรัจฉานภูมิ 500 ชาติ แล้วจึงมารับโทษที่เหลือในนรกอเวจีต่ออีกห้าหมื่นปี จากนั้นจึงไปเกิดเป็นคนพิการอยู่เขตชายแดน 500 ชาติ เช่นนี้ก็ยังไม่หมดกรรม ยังต้องกลับมารับโทษในนรกอเวจีต่ออีกหมื่นปี แล้วจึงได้ไปเกิดเป็นคนพิการอยู่เขตชายแดน

ชิวเซิง : ที่กล่าวมานี้แสดงว่าเมื่อได้ละเมิดความผิดบาปลงไปแล้ว ก็จะต้องรับผลกรรมเช่นนี้ไม่สามารถที่จะหลุดพ้นได้ ไม่มีโอกาสที่จะหลีกหนีออกมาจากความทุกข์นั้นตลอดไปตราบชั่วนิรันดร์ใช่หรือไม่?

ผู้อาวุโส : ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกท่าน! ถ้าหากสามารถสำนึกในความผิดบาปของตัวเองอย่างสุดซึ้ง แล้วสารภาพความผิดบาปต่อหน้าองค์พระพุทธะ จะต้องใช้จิตที่มีความศรัทธาและจริงใจที่สุดมาสำนึกขอขมาความผิด นับจากนี้และตลอดไปจะไม่ล่วงละเมิดทำความผิดซ้ำอีก ถ้าหากสามารถใช้จิตที่มีความศรัทธาจริงใจอย่างถึงที่สุดมาสำนึกขอขมากรรมแก้ไขความผิดบาป อีกทั้งรู้จักบำเพ็ญปฏิบัติธรรม รู้จักศึกษาพุทธธรรม รู้จักยังประโยชน์สุขให้แก่เวไนย์ทั่วหล้าทั้งสิบทิศอย่างกว้างขวาง เช่นนี้จึงจะสามารถสลายกรรมหนักได้ ใน “กษิติครรภ์โพธิสัตว์มูลปณิธานสูตร” ได้ชี้แนะเอาไว้อย่างชัดเจน สมควรที่จะปฏิบัติตาม

พุทธะจี้กง : วันนี้ดึกแล้ว กลับกันเถอะ

ชิวเซิง : ขอบคุณท่านผู้อาวุโสเมตตาชี้แนะ

ผู้อาวุโส : เป็นสิ่งที่เราสมควรทำอยู่แล้ว น้อมส่งท่านพุทธะจี้กงและท่านผู้รับสนองเทวราชโองการ

พุทธะจี้กง : เอาล่ะ! วันนี้พอเท่านี้ พวกเรากลับถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว ศิษย์เราจงกลับเข้าร่าง

ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์


บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

บันทึกไว้อ่านภายหลังหรือแบ่งปันให้คนที่คุณห่วงใย

♡ เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ท่องนรกอเวจีใหม่

เป่ยเทียนอวี้หมอต้าซื่อเจี่ยง ประทับทิพย์ญาณ

เป่ยเทียนอวี้หมอต้าซื่อเจี่ยง ประทับทิพย์ญาณ หนังสือเสร็จ พลังกล่อมเกลา แผ่ขยาย ยินดีด้วย ได้หนังสือสอนความดี...

อ่านต่อ
ท่องนรกอเวจีใหม่

เฉาเทียนกงเทียนซั่งเซิ่งหมู่ ประทับทิพย์ญาณ

เฉาเทียนกงเทียนซั่งเซิ่งหมู่ ประทับทิพย์ญาณ ความลับอเวจีแดนทุคติแยกให้เห็น ทัณฑ์นรกเหี้ยมไม่เว้นแพร่งพรายสู่โล...

อ่านต่อ
ท่องนรกอเวจีใหม่

ตอนที่ 36 ข้อแนะนำสำหรับการใช้หนังสือมาขจัดกรรม

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ มหาเมตตา ปรารถนาให้นรก ว่างไร้สิ้น ปกโปรดเวไนย์ทั่วถิ่น สู่โลกแห่ง เอกภาพ ศาสดายมโลก...

อ่านต่อ