← กลับไปหน้าบทความ ท่องนรกอเวจีใหม่

ตอนที่ 11 เป็นโจรครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกข์ทรมานแสนสาหัส

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ มุ่งแสวงหาทรัพย์ด้วยจิตที่มิจฉา เจตนาเป็นโจรนำมาซึ่งความโศกศัลย์ กายแข็งแรงทำเช่นนี้สมชายหรือไรกัน ต้องโทษโดนลงทัณฑ์เคราะห์ภัยนั้นถึงเมื่อใด พุทธะจี้กง : มนุษย์ปุถุชนคนทั่วไป เพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทองและผลประโยชน์ ก็ไม่ปฏิบัติตามก...

MINDCYBER JOURNALตอนที่ 11 เป็นโจรครั้งแล้วครั้งเล่า

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

มุ่งแสวงหาทรัพย์ด้วยจิตที่มิจฉา

เจตนาเป็นโจรนำมาซึ่งความโศกศัลย์

กายแข็งแรงทำเช่นนี้สมชายหรือไรกัน

ต้องโทษโดนลงทัณฑ์เคราะห์ภัยนั้นถึงเมื่อใด

พุทธะจี้กง : มนุษย์ปุถุชนคนทั่วไป เพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทองและผลประโยชน์ ก็ไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบต่อกันมา ไม่ใช้สติปัญญาความสามารถและความพากเพียรในการประกอบอาชีพต่างๆเพื่อหาเลี้ยงชีพ เช่น อาชีพนักวิชาการ เกษตรกร กรรมกร พ่อค้า ทหาร ตำรวจ รวมถึงงานรับใช้บริการและอาชีพที่สุจริตทั้งหลาย แต่กลับมีพฤติกรรมอันมิชอบ ใช้วิธีการต่างๆที่ไม่ถูกต้อง ใช้จิตใจที่เต็มไปด้วยความละโมบไปแสวงหาทรัพย์สิน กัลยาณชนอาศัยทรัพย์สินเพื่อบำรุงเลี้ยงกาย มีแต่คนถ่อยเท่านั้นที่อาศัยกายเพื่อแสวงหาความร่ำรวย พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าเงินทองคืออสรพิษ สามารถทำให้ถึงแก่ความตาย ทำให้เกิดเรื่องพัวพันยุ่งยาก คิดที่จะสละทิ้งก็สละทิ้งเสีย จะได้ไม่ถูกพิษ ทรัพย์สินเงินทองทำให้ความสัมพันธ์ของพี่น้องเกิดความวุ่นวาย ครอบครัวแตกร้าว ทำให้มิตรสหายไม่มีมโนธรรมต่อกัน ดังนั้นทรัพย์สินเงินทองจะต้องหามาอย่างถูกต้อง หากไม่ใช้น้ำพักน้ำแรงของตัวเองไปแลกมาด้วยความสุจริต กลับชอบใช้อำนาจบาตรใหญ่และเล่ห์เหลี่ยมกลโกงเพื่อให้ได้ทรัพย์สินและผลประโยชน์มากๆโดยที่ตัวเองไม่ต้องลงทุน แล้วยังไม่รู้จักสำนึกผิดแก้ไข ไม่กลับเนื้อกลับตัวใหม่ สักวันหนึ่งจะต้องถูกควบคุมตัวไปขังในนรกอเวจี ไม่มีวันได้ออกมา ระวังไว้เถอะ! ประทานยันต์ให้ศิษย์เราเผาดื่ม (พุทธะจี้กงโบกพัดใบลานหนึ่งที วิญญาณของชิวเซิงก็ออกจากร่าง)

ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

พุทธะจี้กง : ศิษย์เราไม่ต้องมากพิธี รีบนั่งบัลลังก์บัวเถอะ

ชิวเซิง : ศิษย์นั่งเรียบร้อยแล้วครับ ขอเชิญพระอาจารย์ออกเดินทางได้ (ตลอดเส้นทางมีลมหนาวที่หนาวมาก หนาวถึงกระดูก ทำให้ตัวแข็ง มือเท้าเย็นเยือก) พระอาจารย์ครับ ที่นี่คือที่ไหน ทำไมที่นี่ถึงได้เย็นเยือกเช่นนี้ ราวกับเข้ามาอยู่ในโรงแช่แข็ง?

พุทธะจี้กง : รีบกินยาระบายอากาศนี่ซะสิ

ชิวเซิง : (หลังจากที่กินยาแล้วก็ไม่รู้สึกหนาว ร่างกายเกิดความอบอุ่น) สถานที่แห่งนี้ทั่วพื้นเป็นหิมะ และยังมีเกล็ดหิมะโปรยปลิวลงมาจากด้านบน เมื่อเกล็ดหิมะมาสัมผัสถูกร่างกายก็รู้สึกเจ็บปวดเหมือนกับถูกเข็มทิ่มแทง พระอาจารย์ครับ ท่านไม่รู้สึกเจ็บบ้างหรือครับ?

พุทธะจี้กง : อาจารย์มีรัศมีทองคุ้มครองกาย แล้วจะกลัวไปไยกับเกล็ดหิมะอเวจีเล็กๆพวกนี้ อาจารย์มีอาภรณ์สวรรค์ตัวหนึ่งให้เจ้ายืมใส่

ชิวเซิง : เสื้อตัวนี้ซ้อนกันอยู่หลายชั้น มีสายคาดหลายเส้น เหมือนทอขึ้นจากดิ้นทอง ดิ้นทองแต่ละเส้นละเอียดดุจดั่งเส้นไหม แต่ละสีงดงามวิจิตร ทั้งยังมีรูปหงส์มังกรที่ทอจากเส้นหยก และพวงไข่มุกที่วาดเป็นรูปนกยูง เป็นอาภรณ์วิเศษที่มีความล้ำค่ามหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง

พุทธะจี้กง : เบื้องหน้านั้นท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสองมารอคอยพวกเราอยู่นานแล้ว เจ้ารีบเข้าไปแสดงคารวะเร็ว

ชิวเซิง : คารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง

เซียนกวน : ท่านเมธีไม่ต้องมากพิธี

ชิวเซิง : ท่านเซียนกวนครับ ที่นี่คือที่ไหน? ทำไมอากาศถึงได้หนาวทรมานใจคนขนาดนี้ หิมะตกไม่หยุด มิหนำซ้ำเกล็ดหิมะเหล่านี้ยังทิ่มแทงที่กายวิญญาณโดยตรงอีกด้วย

เซียนกวน : ที่นี่คืออาณาเขตของนรกอเวจี เพราะนรกอเวจีก็คือดินแดนแห่งไฟและน้ำแข็ง ดังนั้นด้านหนึ่งของนรกอเวจีก็คือไฟจากแกนกลางของโลก ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นน้ำแข็งจากห้วงทะเลลึก ทั้งหมดนี้เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากบาปกรรมของชาวโลก สร้างขึ้นตามลักษณะของความผิดบาป เมื่อจิตใจของคนเกิดความชั่วร้ายขึ้นหนึ่งส่วน แกนโลกก็จะร้อนขึ้นหนึ่งส่วน หนาวขึ้นอีกหนึ่งส่วน ในทางกลับกัน หากจิตใจของคนตั้งมั่นอยู่ในความดี ทุกๆที่ก็คือแดนวิสุทธิภูมิ ไหนเลยจะมีแบ่งแยกนรก สวรรค์ และโลกมนุษย์

ชิวเซิง : ตามที่ท่านเซียนกวนกล่าวมานั้น ความทุกข์ยากทั้งปวงเกิดจากจิตใจของเวไนย์เป็นผู้สร้างขึ้นเอง จิตใจที่ชั่วร้ายดลบันดาลให้เกิดความทุกข์ทรมาน ทั้งหมดนี้ก็คือ ใครทำกรรมใดไว้ก็ต้องเป็นผู้รับผลกรรมนั้นด้วยตัวเอง ในทางกลับกัน คนที่มีคุณธรรมต่อให้เดินไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว ขึ้นสวรรค์หรือลงนรก เพราะยึดมั่นในคุณธรรม พลังธรรมก็จะรวมตัวกันเป็นรัศมีทองคุ้มครองกาย จึงไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย ไม่เพียงแค่นั้น ยังสามารถทำให้สภาพแวดล้อมในสถานที่นั้นๆเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ดังนั้นคนที่มีคุณธรรมไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนที่นั่นก็คือแดนวิสุทธิภูมิ

เซียนกวน : ถูกต้องแล้ว! เบื้องหน้านี้มีโจรที่ทำความผิดในสมัยตอนที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ เขาเพิ่งจะพ้นวาระจากการถูกลงทัณฑ์ในนรกขุมต่างๆ แล้วจึงถูกส่งต่อมาที่นี่

ชิวเซิง : รบกวนท่านช่วยนำตัวเขามาสัมภาษณ์หน่อยครับ

ขุนพล : นำตัววิญญาณบาปมาถึงแล้วครับ

ชิวเซิง : ไม่ทราบว่าเหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่? แล้วตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่ทำอาชีพอะไร?

วิญญาณบาป : ฉันหนาวและหิวเหลือเกิน ได้โปรดให้ของกินแก่ฉันด้วยเถอะ

ชิวเซิง : อากาศอย่างนี้ดีที่สุดคือได้ลิ้มรสชาติของหมี่กึ่งสำเร็จรูป น่าเสียดายที่ไม่ได้นำติดตัวมาด้วย มิฉะนั้นจะมอบให้ท่านสักหลายๆลัง

พุทธะจี้กง : รีบกินยาเม็ดไล่ความหนาวแล้วดื่มน้ำอมฤตนี่สิ

วิญญาณบาป : ไม่หนาวแล้ว!

ชิวเซิง : เพราะเหตุใดมือและเท้าของท่านจึงถูกบิดงอจนผิดรูป เหมือนกับไก่ในตลาดสดที่ขาของมันถูกจับสอดกลับเข้าไปข้างในอย่างไงอย่างนั้น นัยน์ตาก็ไม่มีชีวิตชีวา ตัวซีดไม่มีสีเลือด สภาพเหมือนคนที่ตายมานานแล้ว

วิญญาณบาป : ก็เดิมทีฉันก็คือคนตายอยู่แล้วนี่!

ชิวเซิง : อ่า! ใช่!ใช่!ใช่! งั้นรีบเล่ามาเถอะว่าเหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่

วิญญาณบาป : ฉันแซ่เลี่ยว เป็นคนฮ่องกง มีชีวิตอยู่ในช่วงตอนต้นของยุคสาธารณรัฐ เป็นเพราะว่าในสมัยเด็กยากจนมาก จนรู้สึกกลัวความจน ดังนั้นเมื่อโตขึ้นจะต้องไม่มีชีวิตที่ลำบากยากจนอีก

ชิวเซิง : มีจิตที่แสวงหาความก้าวหน้าดีมาก แต่ทำไมถึงได้มีสภาพเช่นนี้?

วิญญาณบาป : เพราะว่าครอบครัวฉันยากจน ตั้งแต่เด็กๆฉันก็ถูกลูกของเพื่อนบ้านรังแกและหัวเราะเยาะ จึงปลูกฝังความรุนแรงไว้ภายในจิตใจ เป็นเพราะตอนที่อายุประมาณ 20 กว่าๆ ฉันไม่มีทักษะฝีมือในด้านใดเลยแม้แต่อย่างเดียว ในตอนนั้นคิดอยากจะไปทำงานหยาบๆที่ไม่ต้องใช้ฝีมือก็ต้องมีผู้แนะนำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องหาคนมาค้ำประกัน ดังนั้นการดำรงชีวิตจึงยากลำบากมาก หลังจากที่สมัครงานอยู่ 1-2 ครั้งแล้วถูกปฏิเสธ ฉันก็คิดหาวิธีที่จะรวยทางลัด เดิมทีเพียงแค่ลักขโมยของกินบ้างเล็กๆน้อยๆ ต่อมาก็ค่อยๆเกิดความเคยชินจนกลายเป็นนิสัย จึงเริ่มขโมยเงิน ไม่นานนักก็รวมหัวกับเพื่อนออกปล้นครั้งแล้วครั้งเล่า ตอนแรกก็หาเหยื่อที่เป็นคนเดินถนนที่เดินพลัดหลงจากกลุ่มออกมาเดินเพียงลำพัง สุดท้ายก็ปล้นทั้งธนาคารและร้านเครื่องประดับ ถึงแม้ว่าต่อมาภายหลังคิดอยากจะหยุดแต่ก็หยุดไม่ได้เสียแล้ว ในการปล้นครั้งสุดท้ายเดิมทีได้วางแผนการเอาไว้เป็นอย่างดี แต่กลับกลายเป็นว่าตัวเองต้องถูกลงโทษประหารชีวิต ณ สถานที่เกิดเหตุ จบสิ้นชีวิตลง เมื่อวิญญาณมาถึงนรกก็ถูกตัดสินให้รับโทษในนรกตัดมือ นรกหั่นเท้า นรกหิวโหย นรกเจาะใจ นรกละลายตับ นรกลวกลำไส้ นรกห้อยหัว และนรกอื่นๆ ทุกข์ทรมานจนสุดที่จะบรรยายได้ ตายแล้วก็ถูกราดให้ฟื้นด้วยน้ำคืนชีพ เป็นเช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า มาที่นี่ก็ต้องเผชิญกับความหนาวจัด ไม่มีเสื้อผ้าปกปิดร่างกายเลยแม้แต่ชิ้นเดียว มีแต่เกล็ดหิมะโปรยปราย ถึงแม้มองดูแล้วจะเป็นภาพทิวทัศน์ที่งดงาม แต่กลับมีความลี้ลับมหัศจรรย์ แฝงไว้ซึ่งความเจ็บปวดทรมาน เมื่อเกล็ดหิมะปลิวมาใส่ตัว อยากจะหลบก็หลบไม่พ้น ทั่วทั้งร่างถูกทิ่มแทงให้เจ็บปวด หนาวเหน็บจนเป็นอัมพาต ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ๆคนจะสามารถอยู่ได้เลยจริงๆ

ชิวเซิง : ถึงอย่างไรท่านก็ไม่ใช่คนอยู่แล้ว อยู่ต่อไปจะเป็นอะไรไป

วิญญาณบาป : ท่านนี่ช่างซ้ำเติมคนซะจริงๆ

ชิวเซิง : ที่พูดมาไม่ใช่ความเท็จ ถึงแม้ว่าอยู่ที่นี่จะทุกข์ยาก แต่ต่อไปในอนาคตจะยิ่งน่าเวทนา

วิญญาณบาป : มันเรื่องอะไรกันหรือ?

ชิวเซิง : เชิญท่านเซียนกวนพูดดีกว่า

เซียนกวน : ได้! (ชั่วขณะหนึ่งแกนโลกเกิดการสั่นสะเทือนขึ้นเล็กน้อย กลางอากาศบังเกิดจอภาพขึ้น ท่านเซียนกวนหยิบเครื่องฉายภาพออกมา แล้วฉายไปที่จอภาพ ปรากฏภาพวัว ไก่ หมู ไม่ต่ำกว่า 500 ครั้ง ยังปรากฏภาพนกนางนวล ปลาลิ้นหมา หอยเม่น 300 ครั้ง แล้วจึงปรากฏภาพของขอทานคนหนึ่งกำลังขอทานอยู่ตามท้องถนนแต่กลับไม่มีใครสนใจไยดี นั่นเป็นเพราะแท้ที่จริงแล้วผู้คนเหล่านั้นเองก็ไม่มีพอที่จะให้ตัวเองได้กินอิ่มเช่นกัน แล้วจะสามารถไปสงเคราะห์ผู้อื่นได้อย่างไร ทั้งหมดนี้ 9000 ครั้ง ต่อจากนั้นก็ปรากฏภาพภูเขาน้ำแข็งพังถล่มซ้ำไปซ้ำมาเช่นนี้ 500 ครั้ง สุดท้ายจึงปรากฏภาพของคนๆหนึ่งรูปร่างพิกลพิการไปทั้งตัว แขนขาคดงอ ได้แต่คลานอยู่บนพื้นวอนขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น)

เซียนกวน : นั่นคือสภาพของวิญญาณเลี่ยวในอนาคต วันนี้เจ้ามีบุญวาสนาที่ได้มีส่วนร่วมในการประพันธ์หนังสือธรรมะเพื่อตักเตือนชาวโลก จึงสามารถได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษลงไปครึ่งหนึ่ง

พุทธะจี้กง : คืนนี้ดึกแล้ว ควรกลับกันได้แล้ว

ชิวเซิง : กราบลาท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง

เซียนกวน : น้อมส่งท่านพุทธะจี้กงและท่านเมธี

พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว ศิษย์เราเจ้าจงกลับเข้าร่าง

ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์


บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

บันทึกไว้อ่านภายหลังหรือแบ่งปันให้คนที่คุณห่วงใย

♡ เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ท่องนรกอเวจีใหม่

เป่ยเทียนอวี้หมอต้าซื่อเจี่ยง ประทับทิพย์ญาณ

เป่ยเทียนอวี้หมอต้าซื่อเจี่ยง ประทับทิพย์ญาณ หนังสือเสร็จ พลังกล่อมเกลา แผ่ขยาย ยินดีด้วย ได้หนังสือสอนความดี...

อ่านต่อ
ท่องนรกอเวจีใหม่

เฉาเทียนกงเทียนซั่งเซิ่งหมู่ ประทับทิพย์ญาณ

เฉาเทียนกงเทียนซั่งเซิ่งหมู่ ประทับทิพย์ญาณ ความลับอเวจีแดนทุคติแยกให้เห็น ทัณฑ์นรกเหี้ยมไม่เว้นแพร่งพรายสู่โล...

อ่านต่อ
ท่องนรกอเวจีใหม่

ตอนที่ 36 ข้อแนะนำสำหรับการใช้หนังสือมาขจัดกรรม

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ มหาเมตตา ปรารถนาให้นรก ว่างไร้สิ้น ปกโปรดเวไนย์ทั่วถิ่น สู่โลกแห่ง เอกภาพ ศาสดายมโลก...

อ่านต่อ