ประธาน : บัดนี้ท่านตี่จั่งอ๊วงได้นำวิญญาณคนตายมาแสดงธรรม ขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ
(ขณะนี้วิญญาณผีได้เข้าแฝงคนทรง ทันใดล้มลงกับพื้นลุกไม่ขึ้น)
วิญญาณที่ 1 : ผมเป็นนักโทษคนหนึ่งทั้งตัวไร้เรี่ยวแรงลุกไม่ขึ้น คุกเข่าอยู่หน้าพระข้างถาดทราย จะมาเล่าเรื่องจากใจ ตอนมีชีวิตผมเป็นคนชั่ว จึงต้องตกนรกทนทุกข์ทรมานแสนสาหัส วันนี้ท่านพระโพธิสัตว์เมตตานำผมมาที่นี่ เพราะผมอยู่ในนรกได้สำนึกผิดทุกอย่าง ดังนั้นจึงนำผมออกจากนรกเป็นกรณีพิเศษ แม้ร่างกายจะเจ็บปวดทรมานแต่เมื่อได้ออกมาสูดอากาศข้างนอก ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ชาวโลกอย่าคิดว่าเป็นยุควิทยาศาสตร์ แล้วไม่เชื่อเรื่องผีสางเทวดา คิดว่าก่อกรรมชั่วได้ไม่เป็นไร แท้จริงแล้วนอกจากโลกมนุษย์แล้ว ยังมีโลกวิญญาณด้วย ทำดีหรือชั่วทุกอย่าง ล้วนหนีไม่พ้นการตอบสนอง เช่น ผลลงเอยของผม ถ้าท่านไม่ได้เห็นความทรมานของวิญญาณด้วยตาตนเองก็คงไม่เชื่อ ผมต้องถอยไปก่อนร่างกายไม่มีแรงเลย ขอบคุณทุกท่าน
วิญญาณที่ 2 : ชาติก่อนผมเป็นนักไสยศาสตร์ เป็นเจ้าสำนักทรงเจ้าที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อต้มตุ๋นโดยอ้างชื่อเจ้าหลวกลวงชาวบ้าน ลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำให้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์เสียชื่อ เรื่องอบายมุขผมเอาทุกอย่าง วันนี้จึงต้องตกนรกไม่สามารถช่วยตัวเอง ทุกวันต้องรับทุกข์ทรมานแสนสาหัส ท่านพระโพธิสัตว์นำผมมาที่นี่เพื่อให้เตือนชาวโลก ขอให้เข้าวัดหรือศาลเจ้าอย่าได้หลอกลวงชาวบ้านอีก มิเช่นนั้นนอกจากตนเองต้องประสบภัยแล้ว ลูกหลานยังต้องพลอยรับเคราะห์ด้วย เห็นญาติธรรมช่วยงานอยู่ที่นี่ผมประทับใจมาก เสียดายที่ตอนมีชีวิตไม่รู้จักเผยแพร่ธรรม รู้จักแต่ใช้คาถาอาคมหลอกลวงชาวบ้าน ทำให้ชีวิตหมดสิ้นทุกอย่าง สำนึกได้ก็สายเสียแล้ว ชาติหน้าไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ฮือ...ฮือ... ผมเสียใจมาก ได้แต่โทษตัวเองว่าอยากเดินทางผิดเอง บัดนี้จึงต้องตกสู่อบายภูมิ ทุกข์ทรมานสุดบรรยาย ทุกท่านอย่าได้เอาแบบอย่างผม จึงจะไม่ต้องตกระกำลำบาก ท่านพระโพธิสัตว์เร่งผมแล้ว ผมต้องถอยไปก่อน
ที่ตำบลหนานโถว นาง ก. ตาบอดทั้งสองข้างตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นได้หัดเป็น “หมอนวด” แม้นาง ก. จะ...