ผมยอมรับว่า ผมเป็นปีศาจ เป็นผีผู้หญิง เป็นคนชั่วช้าเลวทรามเพราะผมทำลายผู้หญิงดีมาเป็นจำนวนมาก ผมเองเวลานี้ไม่รู้จะต้องประพฤติตนอย่างไร จึงจะชดใช้บาปกรรมที่ผมเคยสร้างไว้
วันนี้กรรมได้สนองตัวผมแล้ว หวังว่าชาวโลกดูผมเป็นตัวอย่างอย่าก้าวผิดเหมือนกับผม เมื่อสำนึกผิดก็สายเกินแก้แล้ว
เมื่อผมยังหนุ่มอยู่ ผมมีบุคลิกสง่างาม วาทศิลป์ดี ถ้าผมพบหญิงสาวที่ถูกใจ ผมจะเข้าไปตีสนิท และให้พวกเธอกินหมากฝรั่งที่ทำขึ้นพิเศษ เมื่อพวกเธอรับประทานเข้าไป จะมีอาการสะลึมสะลือ แล้วก็มาเสียความบริสุทธิ์แก่ผม เด็กผู้หญิงบางคนเห็นว่าไหน ๆ ก็เสียท่าให้ผมแล้ว ยินดีจะแต่งงานกับผม ผมก็แกล้งดีใจจะได้ตักตวงความสุขจากร่างของเธอบ่อย ๆ เมื่อพวกเธอมีครรภ์ ผมก็หาเรื่องตีจาก แล้วพวกเธอก็หาทางออกโดยยอมแต่งงานกับทหารที่ปลดราชการแล้ว เมื่อคลอดลูกออกมา เพื่อความอยู่รอด จึงมามีอาชีพเป็นโสเภณี ผู้หญิงบางคนไม่ยอมให้ผมทอดทิ้งไปเธอจึงตามตื๊ออยู่ตลอดเวลา
เพื่อตัดปัญหายุ่งยาก ผมหันไปเที่ยวซ่องนางโลม ผมต้องหาวิธีเอาเงินมาใช้ คุณแม่ได้ตายไปนานแล้ว ส่วนคุณพ่อเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างงานการยุ่งมาก เมื่อผมหาข้ออ้างขอเงิน คุณพ่อก็ไม่เคยสอบถามรายละเอียดให้เงินตามขอทุกที มีคนเคยคุยเรื่องกฏแห่งกรรมให้ฟัง แต่ผมไม่เชื่อ ผมคิดว่านั่นเป็นเรื่องงมงาย เพราะทางวิทยาศาสตร์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ยังมีบางคนพูดถึงผีสางเทวดา ผมกลับถามว่า “คุณเคยพบเห็นแล้วหรือถ้าไม่เคยพบเที่ยวพูดทำไม?” บางคนพูดถึงคุณธรรม ผมจะถามเขาว่า “คุณธรรมชั่งขายได้เท่าไร?” ผมไม่เชื่อกฏแห่งกรรม ผมยังใช้ชีวิตบัดซบต่อไป
ผมเป็นคนหัวดื้อ ไม่รับคำชี้แนะของผู้อื่น เมื่อเหตุร้ายเกิดขึ้นผมจึงตำหนิ เพื่อน ๆ ทำไมไม่แนะนำให้ผมท่านหนังสือธรรมะ หนังสือธรรมะเท่านั้นที่จะให้แสงสว่างผมได้ อาจเป็นเพราะว่าผมไม่ได้สร้างบุญมาตั้งแต่ชาติปางก่อน จึงพลาดโอกาสที่จะได้ศึกษาธรรมะ บัดนี้ผมหวังว่าความสำนึกผิดของผมจะทำให้ชาวโลกสังวร อาจลดหย่อนบาปกรรมที่ผมได้ก่อขึ้นก็ได้
จำได้ว่าตอนบาปกรรมเริ่มตามสนอง ไม่มีลางเตือนภัยเลย เช้าวันหนึ่ง เมื่อผมตื่นนอน ปรากฏว่าต้นขาช่วงบนมีเม็ดแข็งเกิดขึ้นเพื่อนพูดเสมอว่า ผู้ชายที่ชอบสำส่อนมักจะติดโรคฝีมะม่วงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น ผมจึงไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก ไปหาซื้อยาตามร้านมาทาน อาการดีขึ้นบ้าง เลวลงบ้าง เป็นอยู่เช่นนี้ 10 กว่าวัน อาการโรคไม่เพียงไม่หาย กลับลามไปทั่วร่าง เริ่มมีผื่นแดงขึ้นตามตัวทั้งคันทั้งเจ็บ เพียงไปเกาหน่อยเท่านั้น น้ำเหลืองก็ไหลออกมา บางครั้งก็เจ็บปวดมาก รีบไปหาแพทย์ แพทย์ลงความเห็นว่า นั่นไม่ใช่กามโรคธรรมดา หากแต่เป็นโรคซิฟิลิสชนิดเลวร้าย แพทย์ฉีดยาและให้ยามาทานทั้งยังได้เตือนด้วยความหวังดีว่า “คนหนุ่มควรรักษาตัวนะ เป็นโรคชนิดนี้แล้วควรเลิกสำส่อนแล้วนะ ถ้าประมาทอาจถึงแก่ชีวิตได้”
รักษามาสิบกว่าวัน ดูภายนอกก็ว่าหายเป็นปกติ เลยไม่ต้องไปหาแพทย์ที่โรงพยาบาลฉีดยากินยาอีก จิตใจเริ่มชุ่มชื่นขึ้น ได้บทเรียนนี้ทำให้ผมเลิกเที่ยวสำส่อนระยะหนึ่ง แล้วความหวั่นกลัวก็เริ่มจางหายลง ผมเริ่มออกไปเที่ยวตามผับ ไนท์คลับ แล้วก็หิ้วพาร์ตเนอร์ไปหลับนอน หาความสำราญเช่นนี้ประมาณเดือนเศษ กามโรคที่เข้าใจว่าหายดีแล้วกลับวกกลับมาอีก ออกดอกสะพรั่งทั้งสรรพางค์กายเริ่มเวียนศีรษะ ความรู้สึกเฉื่อยชา ร่างกายเริ่มเย็นชา อาการหนักกว่าคราวที่แล้วมาก จึงรู้ว่าเหตุการณ์เลวร้ายมาก ญาติ ๆ รีบพาไปรักษาที่โรงพยาบาล
หลังตรวจเช็คเสร็จ แพทย์ลงความเห็นว่า เป็นโรคซิฟิลิสขั้นที่สองแล้ว คราวก่อนยังไม่หายขาดไปเที่ยวต่อ เลยไปติดเชื้อโรคมาอีก บัดนี้ เชื้อโรคได้แทรกซึมเข้าในเส้นเลือดแล้ว ระบบประสาทถูกกระทบกระเทือนถึงขั้นเป็นตายเท่ากัน หวังให้หายขาดคงเป็นไปไม่ได้ เพียงขอให้รักษาชีวิตอยู่ได้ก็นับว่าบุญโขแล้ว
อาการเริ่มเลวร้ายทุกวัน ผื่นแดงเริ่มแตกกลายเป็นแผลเป็น ผมบนศีรษะเริ่มหลุด ใบหน้า จมูก เริ่มเน่าเปื่อย แพทย์พยายามให้การรักษา โอ้.....พระเจ้า คนที่มีผิวพรรณละเอียด ขาวสะอาด ใบหน้าสง่างาม ร่างกายล่ำสัน ณ บัดนี้ได้กลายเป็นซากศพที่เดินได้ มองดูรูปถ่ายสมัยเด็ก ขาว ๆ อ้วน ๆ ช่างน่ารัก ไร้เดียงสาแต่ผมในวันนี้ไม่ผิดกับปีศาจ ใครเห็นใครกลัว ชีวิตได้กลับหน้ามือเป็นหลังมือ ถึงแม้ว่าวันนี้ผมยังมีชีวิตอยู่ แต่ด้านจิตใจทนทุกข์ทรมานมาก เสมือนตกอยู่ในนรกอเวจียังไงยังงั้น
วันนี้ ผมเขียนคำสารภาพจากจิตส่วนลึกของหัวใจด้วยมือสั่นยึกยัก ผมหวังว่าบทความนี้สามารถช่วยผมไถ่บาปได้บ้าง และก็หวังว่าคนที่กำลังเดินอยู่บนถนนบาปสามารถตื่นจากความฝัน ตัดสินใจเลิกละความชั่วที่เคยทำ หันมาใช้ชีวิตใหม่เพื่อความสุขในอนาคตเถิด
( คัดจากนิตยสารเซิ่งเทียน และข้าพเจ้า)
เวลาวารีไม่รอใคร
ลื่อโจ๊ว
ขมีขมัน ขมีขมัน
เร็วเร็วไวไว ทำกิจการงาน
ด้วยความว่องไว ขมีขมัน
เร็วเร็วไวไว ทำกิจการงาน
ให้แล้วให้ล่วง อย่ามัวแชเชือน
คอยแต่จะเล่น เร็วเร็วไวไว
เวลาไม่คอย ผ่านแล้วผ่านเลย
มิอาจจะเรียก ให้ได้กลับคืน