นำบทข้อเก้า
2026-02-11 12:06:51 - mindcyber
จิตมิใช่ เห็นรูปได้ เหมือนเดือนฉาย
ญาณมิใช่ ดอกเหมยบาน กลางหิมะ
ไร้มลทิน เป็นความว่าง เป็นสัจจะ
ญาณอนตุตรฯ บริสุทธิ์ ผุดผ่องแวววาว
ข้อเก้า
- เตือนพุทธบุตร ด้วยสายเลือด น้ำตาตก
ด้วยตระหนก คิดถึงลูก พุทธบุตรแท้
ทางบำเพ็ญ นับพันสาย ไม่ตรงแน่
สายทองของแม่ เจ้าไม่ยึดจับ* อยากกลับนิพพาน
- ขณะนี้ ศาสน์นอกทาง ต่างเฟื่องฟู
พุทธบตรไม่รู้ จะพากัน เดินตามหลง
พันหมื่นศาสน์ แม่โปรดให้ ได้แพร่ลง
เหมือนสาส์นส่ง เป็นพื้นฐาน ว่ายุคสามจะมา
- ยัง ไม่ถึงเวลา แม่ไม่โปรดให้ วิถีทางตรง
แต่เห็นลูกหลง มากด้วยคนผิด ดวงจิตตกต่ำ
จึงให้ศาสนา หนทางอ้อมไว้ ได้กราบไหว้นำ
บุญทานให้ทำ เพื่อคุมจิตลิง จิตมาวิ่งกัน
สายทองแม่ไม่ยึดจับ หมายความว่า ไม่คงสภาวะความเป็นหนึ่งเดียวกับต้นกำเนิดเดิม ก่อนที่จะแยกมาจากพระแม่องค์ธรรม
- เพื่อรอโอกาส อนุตตรฯ จริง ลงโปรดทั่วไป
เพื่อลูกจะได้ กราบวิสุทธิอาจารย์ คืนฐานบ้านเกิด
หากแม้มิใช่ บุญวาระนี้ แม่ไม่ปรกเปิด*
แล้วหมื่นกำเนิด ศาสน์จะรวมกัน เป็นอันหนึ่งเดียว
- ให้วิถีธรรม ชื่อว่า “อี๋ก้วน”* แปรสกลสัพพโลก
โปรดทั้งสามภพ ฉุดช่วยโลกพร้อม ขึ้นบันไดเมฆ
คำพูดของแม่ ล้วนเป็นความจริง มิใช่สรรเสก
มิได้กล่าวเท็จ มีหลักฐานไว้ ได้ยืนยันจริง
- ศาสนาใหญ่ทั้งสาม มี หลักเป็นหนึ่ง หนึ่งจะไปไหน*
หนึ่งแยกกระจาย กลายพันพันหมื่น หนึ่งเริ่มจากอะไร
การจะบำเพ็ญ พึงรู้รากฐาน กำเนิดจากไหน
แม้ไม่เข้าใจ หนทางเป็นมา อย่าหวังกลับคืน
แม่ไม่ปรกเปิด คือ พระแม่องค์ธรรมไม่โปรดเปิดเผยถ่ายทอด
วิถีธรรมที่บรรลุสู่นิพพานโดยตรงให้โดยง่าย และบัดนี้เป็นยุคที่พระองค์
จะเก็บศาสนาทั้งหมดรวมไว้เป็นหนึ่งเดียวกัน
“อี๋ก้วน” แปลว่า ความเป็นหนึ่งที่เข้าถึงเป็นอยู่ในทุกสถานะฯทุกสภาวะของธรรมจักรวาล ฯลฯ
ต้นกำเนิดของสรรพสิ่งเริ่มจากหนึ่ง หนึ่งของสรรพสิ่งและสรรพชีวิตคือศูนย์พลังใหญ่ของธรรมชาติ ซึ่งเราเทิดทูนว่า “พระแม่องค์ธรรม”
- ยุคสุดท้ายนี้ เก็บครั้งใหญ่ ให้รู้วิถีจิต
ที่สถิต มหายาน* อันลี้ลับ
วิเศษสุด แต่โบราณ ไม่เคยสดับ
ทางตรงลัด ในยุคสาม ครั้งนี้เอง
- แม้ไม่เชื่อ แม่ยังมี อีกหลักฐาน
หลักสำคัญ ของสามศาสนา มาว่าขาน
ว่าความเป็นหนึ่ง เอกสัทธะฯ จากนิพพาน
เรียกต่างต่าง แต่หลักใหญ่ ไม่ต่างกัน
- ศาสนาปราชญ์ เรียกวิธีนี้ ว่า “ก้วนอี”*
ส่วน “กุยอี” พุทธศาสนา ว่าอย่างนั้น
ศาสนาเต๋า เรียก “โส่วอี” ที่ต่างกัน
จุดสำคัญ “อี” คือหนึ่ง สัทธะฯ เดียวกัน
มหายาน หมายถึงพาหนะสำคัญ หรือหนทางวิธีการปฏิบัติเพื่อ
บรรลุมรรคผลขั้นสูง มหายานในที่นี้หมายถึงภาวะพุทธจิตอันยิ่งใหญ่
ของตนที่เบื้องบนโปรดประทานถ่ายทอดให้รู้ได้
“ก้วนอี” คือความ เป็น อยู่ คือ ที่รู้ตลอด
“กุยอี” กลับสู่พุทธภาวะอันเป็นหนึ่งแต่เดิมมา
“โส่วอี” คือดำรงรักษาความเป็นหนึ่งของจิตไว้
- เห็นจิตตน พุทธภาวะ ศาสนาพุทธว่า
สำรวมจริยา ผดุงจิต หลักศาสนาปราชญ์
ของเหลาจื้อ บำเพ็ญจิตญาณ ฝึกกายธาตุ*
ล้วนจิตวิรัช แฝงศักยภาพ จิตเดียวกัน
- “บำเพ็ญตน” “สร้างคุณธรรม” สงบใส
ทั้ง สามปัจจัย* รวมเป็นหนึ่ง ของศาสนาเต๋า
ศาสนาปราชญ์ ให้ “รู้ธาตุแท้” ในตัวเรา
รู้ตัวเขา รู้สรรพสิ่ง ทิ้งนิวรณ์
- เมื่อรู้แท้ (จือ) ให้ยั้งจิต (จื่อ) มีสติมั่น (ติ้ง)
จิตนิพพาน (จิ้ง) ไม่มีดีชั่ว สงบเฉย
ศาสนาพุทธว่า รูปขันธ์ว่าง ไม่มีอะไรเลย
ล้วนแต่เฉลย ให้สงบจิต ใกล้ชิดกับนิพพาน
ฝึกกายธาตุ หมายถึงฝึกธาตุทั้งห้า คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และธาตุ ทอง ใน กาย
สามปัจจัย หลักในการบำเพ็ญของศาสนาเต๋า มี ซิวเต้า จีเต๋อ
ชิงจิ้ง คือ สำรวมตน สร้างบุญทานบารมีและทำจิตให้สงบเป็นกุศล
- ศาสนาพุทธให้ ไตรสรณะ ถือศีลห้า
เต๋าให้รวมพลา สมาธิ ตรงกลางศูนย์
ปราชญ์เคร่งครัด จัดจริยะ ให้คนรู้คุณ
ปกครองหนุน สามระดับ* กับเบญจธรรม
- กาลครั้งนี้ ถ่ายทอดรวม ทั้งสามศาสนา
พุทธฯ ปาณาฯ ไม่ฆ่าสัตว์ ตัดชีวิต
ปราชญ์ เมตตา ให้ปราณี ที่ดวงจิต
เต๋ารวมสถิต พลังธาตุไม้* ให้เป็นเมตตา
ปกครองสามระดับ คือระหว่างผู้อยู่เหนือกับผู้น้อย บิดากับบุตรและภรรยากับสามี
พลังธาตุไม้ : จอมปราชญ์เหลาจื้อ ได้โปรดถ่ายทอดให้บำเพ็ญ
ธาตุทั้งห้าในกายตน จนรวมศูนย์เป็นหนึ่ง พุทธจิตบรรลุวิมุติ
ธาตุทั้งห้า คือ
1. ธาตไฟ : อยู่ที่หัวใจ เป็นธาตุจริยธรรม
2. ธาตุน้ำ : อยู่ที่ไต เป็นธาตุปัญญาธรรม
3. ธาตุทอง : อยู่ที่ปอด เป็นธาตุมโนธรรม
4. ธาตดิน : อยู่ที่ม้าม เป็นธาตุสัตยธรรม
5. ธาตุไม้ : อยู่ที่ตับ เป็นธาตุเมตตาธรรม
- พุทธฯ อทินนา อย่าลักขโมย โกยกอบใคร
ปราชญ์มีน้ำใจ เฝ้าจงรัก ซื่อสัตย์มั่น
เต๋าฝึกปอด เสริมธาตุทอง ปองสำคัญ
เป็นหนทาง คนทำดี ที่น้ำใจ
- พุทธฯ ละกาเม ไม่เสเพล ลูกเมียใคร
ปราชญ์สำรวมใจ กายวาจา จรรยามั่น
เต๋าฝึกหัวใจ คุมธาตุไฟ ไม่ลุกลาม
รวมทั้งสาม เป็นจริยธรรม กำหนดตน
- พุทธฯ สุราเมฯ ไม่เกเร ดื่มเมามาย
ปราชญ์คุมใจ ได้สติ ปัญญาใส
เต๋าคุมธาตุน้ำ คงระดับ อยู่ที่ไต
รวมความให้ มีสติ เสริมปัญญา
- พุทธฯ ไม่มุสา ใจวาจา อย่าตระบัด
ปราชญ์ซื่อสัตย์ มั่นสัญญา วาจาชอบ
เต๋าคุมม้าม ธาตุดินในกาย ให้มีกรอบ
ล้วนรายรอบ กายวาจาใจ ให้สัตย์ซื่อจริง
- ในศีลห้า สามศาสนา เหมือนกันหมด
เต๋า กำหนด ธาตุในกาย ให้รวมศูนย์
พุทธฯ ข้อห้าม กำหราบด้วย ศีลค้ำจุน
ปราชญ์ เนื่องหนุน คุณธรรมสามัญ ประจำใจ
- สามศาสนา หลักไม่ต่าง เป็นทางสอง
แม้มีทางรอง ห่างทางตรง หาใช่ไม่
เริ่มมาจาก พระอริยะ ฟู่ซี* เป็นต้นไป
พระฯ โปรดไข ด้วยหนึ่งขีด รู้เรื่องฟ้าดิน
- หนึ่งขีดเผย สัจวิถี เป็นพื้นฐาน
ยุคเขียว* นั้น พระทีปังกร อุบัติรุด
โปรดคัดเลือก สองร้อยล้าน พุทธบุตร
ให้ลวงหลุด พ้นเวียนว่าย ได้นิพพาน
- ถึงยคแดง ได้โปรดให้ ศากยะพุทธ
อุบัติรุด เปลี่ยนใจคน ชนทั้งหลาย
ได้ฉุดช่วย อีกสองร้อยล้าน กลับคืนไป
รวมช่วยได้ สี่ร้อยล้าน กลับนิพพาน
ฟู่ซี อริยกษัตริย์จีนครั้งห้าพันกว่าปีก่อน เริ่มเปิดศักราชการใช้
อักษรของชาวโลกด้วยอักษรหนึ่งขีดเป็นสัญลักษณ์ว่า ฟ้า เรื่อยมา
จนเป็น“โป็ยก้วย” ซึ่งเปรียบเสมือนข้อมูลคอมพิวเตอร์ และยังใช้เป็น
หลักคำนวณการต่าง ๆ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
ยุคเขียว : เบื้องบนแบ่งกำหนดกาลของโลกออกเป็นสามยุค คือ ยุคเขียว ยุคแดง และยุคขาว
- ยังคงเหลือ เก้าพันสองร้อยล้าน หลงทะเลทุกข์
ขณะนี้เป็นยุค พระศรีอาริย์ ธรรมกาลยุคขาว
บัญชา“เทียนหยาน” แปรชาวโลก ปกครองเจ้า
เบื้องบนเรา ไม่หวงเทพฯ พุทธา ส่งมาช่วยงาน
- ให้มาเกิดเพื่อ ช่วยงานอริยะ แปรเปลี่ยนโลก
จะปรกโปรด คนจนก่อน คนรวยทีหลัง
แล้วจึงช่วย คนมียศ ราชการ
ต่อจากนั้น เจ้าเมืองกษัตริย์ ทุกชาติต่อไป
- ให้ทุกคน พร้อมกันขึ้น บันไดฟ้า
ด้วยเวลา เร่งกระชั้น คับขันยิ่ง
ต้องบุกบั่น เด็ดเดี่ยวไป ให้ตรงดิ่ง
แพร่คำจริง เปลี่ยนใจคน พ้นโลกีย์
- ฟ้าดินใหญ่ แต่ธรรมะ ยิ่งใหญ่กว่า
โองการฟ้า แม่บัญชา ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง
แม้ปฏิบัติ เชื่อโอวาท ทำตามจริง
จะให้สิ่ง ศักดิ์สิทธิ์เฝ้า เจ้าอยู่เย็นฯ
- ต่อจากนี้ไป เป็นเรื่องใหญ่ สำคัญนัก
จะประจักษ์ สัจการณ์ วันใกล้ใกล้
หมื่นพันศาสน์ ลัทธินิกาย สำแดงกันใหญ่
เรียกลมฝนได้ ด้วยมนต์คาถา ไสยศาสตร์ยันต์
- ใช้อิทธิฤทธิ์ พลิกแผ่นดินฟ้า มหาสมุทร
ทั้งสิงขรขุด ถมทะเล แปรแร่ธาตุ
บ้างขี่เก้าอี้ ทะยานฟ้า มายาศาสตร์
บ้าง แปรห้าธาตุ แฝงอินหยาง* ดั้นเมฆกัน
- ไสยศาสตร์ มายากล นับไม่ถ้วน
หวังลูกล้วน จดจำไว้ ไม่หลงเขา
หากเดินตาม สิ้นแสงญาณ* ทุกข์ไม่เบา
เพราะย่างเข้า กำหนดยุคสาม ให้เห็นจริง
- ในยุคนี้ แม่เจาะจง แผนแยบยล
บันดาลดล เป็นไปตาม อำนาจแม่
ที่สุดจะบัญชา ไสยศาสตร์ ให้หยุดแผ่
แล้วให้แห่ มาชมบุญ ขบวนเซียน
แปรห้าธาตุ แฝงอินหยาง คือ จะปรากฏอิทธิฤทธิ์มายาศาสตร์
ที่สามารถแปลงร่าง แฝงกายมาล่อใจผู้บำเพ็ญให้หลง
สิ้นแสงญาณ หมายถึง ผู้ได้รับวิถีธรรมเปิดญาณทวารแล้ว
และได้บำเพ็ญ ธรรมชาติจะสว่างงาม หากเดินผิดหนทางไป แสง
ของธรรมญาณก็จะอับเฉา
- ถึงวันนั้น จะได้เห็น เจ้าลูกทึ่ม*
ฤทธิ์ลึกซึ้ง พร้อมลูกสงฆ์ วิปลาศ*
ถือธงเหลือง ปกาศิต ปลิวสะบัด
ร้องประกาศ ทุกเทพฯ ไท ให้กลับตำแหน่งตน
- ในบัดดล เวทมนต์ศาสตร์ จะเป็นหมัน
เทพเทวัญ ไม่มีฤทธิ์ สถิตอยู่
เหลือมือเปล่า ไม่อาจเอา ชนะศัตรู
ใครจะอยู่ ใครจะไป ได้รู้กัน
- หมื่นพันศาสน์ กราบศรีอาริย์ ร่วมสัจธรรม
ยกย่องนำ พระจี้กง สงฆ์เก่าแก่
พุทธรังสี ส่องสามโลก สว่างแท้
เกิดเปลี่ยนแปร เศรษฐีกลับ กราบคนจน
- คุณธรรม จะขยายไป ในสากล
ทุกชาติชน เป็นเอกภาพ ทั่วโลกหล้า
ไขความลับ บอกลูกแล้ว ก่อนเวลา
พุทธบุตรปัญญา จงเร่งมือ บำเพ็ญเพียร
เจ้าลูกทึ่ม : พระแม่องค์ธรรมหมายถึงพระศรีอาริย์
ลูกวิปลาส : พระองค์หมายถึงพระพุทธะจี้กง ซึ่งแสร้งทำเป็นวิปลาส
- อย่าเฉื่อยชา จนนาวา เป็นรูรั่ว
กว่าจะตื่นกลัว เรือก็ถึง กลางแม่น้ำ
ถึงตรงนี้ “สามคุณ” เหนื่อย หยุดเขียนคำ
ให้นิ่งทำ สมาธิ สักครู่แม่จะต่อความ
พัก