นำบทข้อสาม
2026-02-11 12:01:54 - mindcyber
เลิศล้ำคือ อนุตตรธรรม ธรรมคือแม่
ธรรมปรกแปร ทุกรูปลักษณ์ ทุกสถาน
ทั้งสามโลก ทั้งสิบทิศ แม่เกิดการ
แม่อภิบาล เทพคนทุกชั้น กำเนิดเดียวกัน
(พระอริยเทพเทวาหรือคนสามัญ มีต้นกำเนิดจากศูนย์พลังหรือพระแม่องค์ธรรมเดียวกัน) </center>
ข้อสาม
- เตือนพุทธบุตร รุดรู้แจ้ง จิตตัวนำ
เป็นสัจธรรม อนุตตรฯ กลางดินฟ้า
เป็นความว่าง ไม่ว่างเปล่า ตลอดมา
เป็นสุญญตา ไม่สูญเปล่า จงเข้าใจ
- มีคือไม่มี ไม่มีคือมี มีไม่มีเริ่มที่เดียวกัน
รูปคือว่าง ว่างคือรูป ไม่ใช่รูปไม่ใช่ว่าง
โลกครั้งนั้น แยกไม่ออก เป็นแบบอย่าง
เป็นกลุ่มพลัง ปราศกลิ่นเสียง รูปลักษณ์ใด
- เมื่อภาวะ อนุตตรฯ เคลื่อนขยับ
รูปภพปรับ ปรากฏเห็น เป็น “อินหยาง”
เกิดฟ้าดิน เกิดมีคน อยู่ท่ามกลาง
อากาศต่าง ผลัดเปลี่ยนเป็น สี่ฤดู
- อีกกำเนิด ดาวทั้งห้า* มาเป็นหลัก
สัญญลักษณ์ หนึ่งสัปดาห์ เป็นจดหมาย
ดาวธาตุน้ำ ทอง ดิน ไม้ และธาตุไฟ
โคจรไป กับอาทิตย์จันทร์ ร่วมกันเป็นเจ็ดหลักดาว
ดาวทั้งห้า คือ ดาวธุาตต่าง ๆ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสัปดาห์ คือ
ดาวอังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
- ชั้นรูปภพ* อากาศธาตุ เคลื่อนตัวไว
มีขุ่นใส อากาศเปลี่ยน ทุกห้าวัน
ในหนึ่งเดือน มี หกอากาศ* ไม่หยุดผัน
โป็ยก้วยนั้น แปดเหลี่ยมหนึ่งปราสาท รวมเป็นเก้าเข้าตำรา
- ชั้นรูปภพ อากาศธาตุ มี “อินหยาง”
โปร่งเป็น “หยาง” “อิน” อึดอัด ขัดและคล่อง
“หยาง” เสริมช่วย ชีวิตงาม ตามทำนอง
“อิน” บกพร่อง ให้ซบเซา อับเฉาตาย
- แยบยลอย่าง ความว่างเปล่า ใครเข้าถึง
อนุตตรฯ ลึกซึ้ง พลังแสง แห่งชีวิต
เป็นอจินไตย เป็นอสงไขย อันศักดิ์สิทธิ์
ดังเนรมิต ด้วยองค์ธรรม กำเนิดการ
- ชั้นอนุตตรฯ สภาวะ ไร้ “อินหยาง”
ภาวะกลาง ไม่มีเพิ่ม เติมหรือลด
ไม่มีรูป สมมุติร่าง ต่างกำหนด
ไม่ปรากฏ แต่มิใช่ ความไม่มี
ชั้นรูปภพ คือ ชั้นที่มี อิน-หยาง มีทวิภาคความต่างกัน
หกอากาศ คือ ภาวะอากาศที่แปรปรวนไปเป็น อิน หยาง ลม ฝน ครื้ม และสว่าง
- ไม่มีสี ไม่หนาวร้อน คลอนหรือหยุด
วิเศษสุด เป็นกำเนิด กำหนดหมาย
แผ่ไพศาล เล็กซ่อนเร้น* แฝงรูปกาย
ไม่อาจไข วิเศษสุด อนุตตรธรรม
- มองไม่เห็น ได้ยินเสียง แต่ครอบคลุมซอนแทรก
จะแปรแปลก การใดใด เป็นไปตามธรรมชาติ
พระผู้ให้* ดุจแกนนำ ประสาธน์สรรพ
เป็นศักยภาพ พลังวิเศษ อันยิ่งยง
- อนุตตรฯ เหนือโลกใด ในจักรวาล
นรกโลกันตร์ ก็ครอบคลุม ไปทั่วถึง
ทั้งฟ้าดิน ทั้งสามโลก อนุตตรฯ เป็นพื้น
เป็นจุดยืน ของสรรพสิ่ง คือ หลักธรรม
แผ่ไพศาล เล็กซ่อนเร้น คือ อนุตตรธรรมไม่มีขีดจำกัดของ
ความกว้างใหญ่ไพศาลและความลึกซึ้ง แม้ในเม็ดทรายเล็กละเอียดก็มีธรรมะแฝงอยู่
พระผู้ให้ หมายถึงศูนย์พลังธรรมชาติที่ทุกศาสนากำหนดหมาย
ถวายพระนามต่าง ๆ กัน เช่น พระผู้เป็นเจ้า เหลาหมู่ พระอนุตตรธรรม
เจ้า พระแม่องค์ธรรม ฯลฯ เป็นต้น
- หลักธรรมนี้ แต่เดิมที ไม่มีชื่อ
ท่านเหลาจึ้อ จำใจตั้ง ชื่อว่า “เต๋า”
หรือ“เจินอี = เอกวิสุทธิ์” ให้เรียกกล่าว
เพื่อโน้มน้าว ให้โลกเดิน สู่หลักธรรม
- “เต๋า” หลักธรรม แต่เดิมคือ ต้นกำเนิด
แหล่งก่อเกิด ความดีงาม จุดสร้างสรรพ์
“เต๋า” อยู่กับฟ้า ฟ้าสดใส มีพลัง
ดาวเดือนต่าง โคจรกัน บรรยากาศก็ไหวตัว
- “เต๋า” อยู่กับ ผืนแผ่นดิน ก็อิ่มอาบ
มีที่ราบ ภูเขางาม ลำธารใส
สรรพชีวิต อาศัย“ เต๋า” เจริญวัย
เต๋า” อยู่ใน สรรพสิ่ง ทั่วฟ้าดิน
- “เต๋า” อยู่กับ กายมนุษย์ จุดชีวิต
รู้นึกคิด พฤติกรรม ทำการได้
คนไม่รู้ ตนมี เต๋า” เป็นอย่างไร
จึงเวียนว่าย ไม่หลุดพ้น วนก่อกรรม
- สามศาสนา หลักฯ เดียวกัน แม่บัญชา
อุบัติมา ถ่ายทอดนำ เหนือสังขาร
ศาสนาเต๋า เหลาจื้อเรียกว่า “จินตัน”*
พุทธศาสน์นั้น เรียก “ สริสัมภวะ” สัจธรรม
- ศาสนาปราชญ์ ขงจื้อเรียก ว่า “เทียนซิ่ง”*
คือ“ จิตแท้จริง” เป็นภาวะ จิตจากฟ้า
ทุกศาสนา มีชื่อเรียก กันนานา
แต่ที่มา คือ แสงธรรมญาณ เช่นเดียวกัน
- บรรพกาลมา สัทธรรม ไม่มีสอง
ไม่มีรอง เป็นสองเต๋า แยกออกได้
พระพุทธะ อริยเจ้า ถ่ายทอดไว้
ประทับใจ เป็นหนึ่งเดียว สืบพงศาธรรม
จินตัน ท่านจอมปราชญ์เหลาจื้อ ศาสดาแห่งศาสนาเต๋า ให้บำเพ็ญด้วยการทำสมาธิจนเห็นจิตของตนเองเป็นดวงธรรมญาณสีทองเรียกว่า จินตัน
เทียนซิง คือ จิตเดิมแท้ซึ่งเป็นพลังธรรมชาติที่มาจากเบื้องบนโดย ตรง
- เมื่อเห็นใส ในอนุตตรธรรม ความเป็นหนึ่ง
อีกหมื่นหมื่น ธรรมขันธ์ พลันรู้ถ้วน
อีกหมื่นพัน คัมภีร์ศาสน์ จัดกระบวน
ทั้งหมดล้วน หลักเดียวเป็น เช่นแนวตรง
- เมื่อสามศาสดา กลับนิพพาน หยุดการทอดถ่าย
จึงขาดสาย เหลือเพียงคำ “สำรวมมั่น”
จนบัดนี้ สามพันปี จึงไม่รู้กัน
ทุกศาสน์ทาง ไม่รู้หลัก อันแท้จริง
- บัดนี้ฟ้า มาฉุดช่วย ด้วยกำหนด
จะปรกโปรด คัดเลือกคน ร่วม “หลงฮว๋า”*
สืบทอดหลัก ความลับอนุตตรฯ ของสามศาสดา
เบิกปัญญา สาธุชน ร่วมขึ้นเรือธรรม
- อนุตตรฯ รหัสวิเศษ* ใครเลยรู้
จะมุ่งสู่ วิธีใหม่ ให้กราบ“กงฉัง”
เมื่อได้รับ อนุตตรวิถี เร็วรี่กัน
อาศัยร่าง ตัวสมมติ บำเพ็ญเพียร
หลงฮว๋า คือ ชื่อของงานชุมนมปราชญ์อริยะ ที่เบื้องบนจะโปรด
ประทานแด่บำเพ็ญดี
รหัสวิเศษ คือ พระคาถาห้าคำ อันเป็นรหัสวิเศษที่เบื้องบนได้
โปรดถ่ายทอดแด่พุทธบุตรสาธุชนที่ขอรับวิถีธรรมโดยเฉพาะในครั้งนี้
- “ เต๋า” ไร้รูป แต่เป็นจริง อันยิ่งใหญ่
สิ่งทั้งหลาย ที่มีรูปลักษณ์ ไม่เที่ยงแท้
ชีวิตคน ดังข้าวเปลือก กลางทะเล
เที่ยวรอนเร่ เหนือใต้ไป ในคลื่นเกลียว
- สุรานารี ทั้งพาชี กีฬาบัตร
มันผูกมัด มอมเมาเจ้า เหล่าพุทธจิต
อารมณ์เจ็ด* กามคุณหก* เข้าใกล้ชิด
มันปกปิด อนุตตรญาณ อันดั้งเดิม
- ทะเลอยาก กระชากคลื่น ไม่เคยหลับ
ความหลงรัก เหมือนขื่อคล้อง จองจำเจ้า
ความฟุ้งเฟ้อ เหมือนเชือกรัด ผูกมัดเอา
ลาภยศเล่า เหมือนแหอวน ล้อมกายใจ
- ทุกอย่างเหมือน หินเหล็กไฟ สว่างวาบ
แล้วก็ดับ ไม่คงอยู่ นานนักได้
เหมือนดอกมะเดื่อ บานฉาบฉวย โรยราไป
สร้างกรรมไว้ ให้แมลง ไชผลพรุน
อารมณ์เจ็ด คือ ความยินดี โกรธ เศร้า สุข รัก แค้น และอยาก
กามคุณหก คือ รูป เสียง กลิ่น รู้สึกสัมผัส อารมณ์
- คนงมงาย หมายโลกีย์ ไม่มีรู้แจ้ง
เหมือนมดแมลง ชีวิตทุกข์ หลงสุขศรี
สามหมื่นหกพันวัน ใครจะอยู่ ถึงร้อยปี
ไม่คิดที หรือเมื่อไร ได้สุขจริง
- เริ่มชีวิต เด็ก เติบใหญ่ แก่แล้วตาย
ลิ้มรสหลาย ทั้งสุขสม ระทมทุกข์
เกิดแก่เจ็บตาย มีใครหรือ จะรอดหลุด
ไม่ยั้งหยุด ชั่วพริบตา ความชรามาถึงตัว
- มามือเปล่า ไปมือเปล่า เอาอะไรก็ทั้งยาก
เหลือเพียงซาก เป็นวิญญาณ สุสานผี
จะร่ำรวย สูงศักดิ์ใด ไม่พ้นคดี
ต้องใช้หนี้ เป็นสัตว์-คน เกิดวนเวียน
- ตั้งแต่เกณฑ์ขาล หลายหมื่นปี จนบัดนี้
ทุกข์ทวี ไม่สิ้นสุด วัฏสงสาร
ออกจากร่างโน้น เข้าร่างนี้ เหมือนย้ายบ้าน
เป็นหนุ่มแซ่จาง สาวแซ่ลี้ ไม่มีอะไรเป็นของตัว
- ยิ่งกลับชาติ ยิ่งลืมตัว กลั้วเกลือกลึก
จนลืมนึก ถึงพระแม่ฯ ญาติของเจ้า
จากนิพพาน จุติลง ณ เชิงเขา*
เป็นพันธุ์เผ่า สายเดียวกัน ญาณชีวี
- ญาณชีวิต* แม้เป็นอริยะ ก็ไม่ขยาย
ไม่กลับกลาย หดเล็กกว่า แม้สามัญชน
กำเนิดเดียวกัน ผู้รู้จริง ได้มรรคผล
ใครหลง-วน เป็นปุถุชน หล่นโลกันตร์
- สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สำเร็จได้ ไปจากคน
มิใช่เกิดคน พร้อมกับเป็น สิ่งศักดิ์สิทธิ์
ข้อเท็จจริง หวังว่าลูก จะได้คิด
ตื่นใจจิต กราบอาจารย์จริง กลับต้นกำเนิดเดิม
- เขียนถึงตรงนี้ “สามคุณ” เหนื่อย หยุดพักพู่กัน
ให้รับประทาน พอหายหิว ค่อยต่อความ
เชิงเขา เป็นคำอุปมา ณ ที่นั้น เป็นญาณทวาร เป็นจุดสถิตของ
อนุตตรญาณแห่งตน
ญาณชีวิต คือ สริสัมภวะของทุกคนซึ่งเป็นอย่างเดียวกัน ไม่ยืดหด
ไปตามสถานะใด ๆ