นำบทข้อสอง
2026-02-11 12:01:05 - mindcyber
อนุตตรวิถี ทอดถ่าย สายศักดิ์สิทธิ์
บัญชากิจ พุทธาสาม เก็บงานหลัง
ใครไม่ขอ องค์ “เทียนหยาน” โปรดหนทาง
หากพลาดพลั้ง ไม่เกิดกาย หลายกัปกัลป์ </center>
ข้อสอง
- จะขอเตือน บุตรพุทธา ตั้งหน้าฟัง
จงระวัง ในยุคนี้ มีภัยมหันต์
ถึงคราวสิ้น แผ่นดินฟ้า ชะตากาล
แม่สงสาร มิให้ลูก ถูกทำลาย
- หย่อนสายทอง เปิดจุดสว่าง ทางปัญญา
ทั่วดินฟ้า อนุตตรธรรม นำแพร่หลาย
ศรีอาริย์ครอง ธรรมกาล รวมศาสน์ไว้
“หลิงเมี่ยว”* ใน กายภาค “เทียนหยาน”* คุมงานธรรม
- มอบหมายศรีอาริย์ ถือโองการ เทวัญช่วย
ต่างอำนวย แสดงบุญญาฯ มาเสริมส่ง
แม่บัญชา เหล่าพุทธา ไม่เหลือหลง
แบ่งภาคลง ทุกโพธิสัตว์โสดา มาเกิดกาย
*หลิงเมี่ยว คือ พระนามในพระภาคก่อนของพระพทธะจี้กง
จากพระพุทธจี้กง จึงมาสู่พระบรรพจารย์ เทียนหยาน หรือ กงฉัง
- ดินฟ้าโอฬาร โองการแม่ อยู่เหนือกว่า
ไม่ฝืนฝ่า จะจำรัส คนขัดจะมอดม้วย
ก่อนไม่เคย ปรกโปรดใหญ่ ได้อำนวย
บุญจรวย จึงได้พบ วิเศษกาล
- บนโปรดเทพฯ ล่างโปรดผี กลางโปรดคนบุญ
ร่วมสร้างคุณ ทุกลัทธิศาสน์ คืนรากต้น
ถ่ายทอดครั้งสุดท้าย ไขความลับสวรรค์ อันแยบยล
กายทองตน เห็นฉับพลัน นิ้วนั้นเปิดกุญแจ
- “ลัญจกร” หลักฐานโบราณ ครั้งหลิงซัน
กระชับมั่น ถ่ายทอดนำ ในไตรรัตน์
แล้วถ่ายทอด “ญาณทวาร” ตามลำดับ
หนทางกลับ คืนนิพพาน ของยุคขาวในครั้งนี้
- แล้วถ่ายทอด “คัมภีร์คาถา” สู่นิพพาน
เฉพาะกาล ไม่บันทึก เป็นอักษร
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะประจักษ์ ที่เจ้าวอน
ร่วมคุ้มครอง ให้เจ้าได้ พ้นภัยกัน
- ได้วิถีธรรม จารึกซื่อ ในบัญชีสวรรค์
พ้นพัวพัน บัญชีนรก ทุกข์เวียนว่าย
เช้าได้วิถีธรรม แม้เย็นตาย ไม่เสียดาย
พ้นโลกกาย ด้วยนิ้วหนึ่ง ถึงนิพพาน
- ยานเหนือยาน ผ่านก้าวได้ ง่ายและใกล้
ทิ้งรูปกาย วิมุติล้ำ เป็นอมตะ
มีหลักฐาน มิใช่เป็น เพียงวาทะ
รูป, เสียงจะ ปรากฏให้ ได้ยืนยัน
- ตายจะสวย หนาวไม่แข็ง ร้อนไม่เหม็น
ซากที่เห็น เป็นญาณทิพย์ ไปจากร่าง
ไม่เชื่อมา ตำหนักพระ จะกระจ่าง*
ทุกสิ่งอย่าง เป็นจริงแท้ ล้วนแน่นอน
- สัจจะอนุตตรฯ พระโองการ สามโลกไม่มีสอง
ตามทำนอง พงศาธรรม จนบัดนี้
องค์ที่สิบแปด “กงฉัง” เก็บงาน รับหน้าที่
เป็นวิถี บวชอยู่บ้าน อย่างผู้บำเพ็ญ
- บัดนี้ สัจวิถี เผยแผ่ทั่วไป ในโลกหล้า
เทพเทวา แผ่บุญญาฯ ลงมาช่วย
ปรากฏองค์ ให้คนหลง หายงงงวย
หรือโปรดด้วย ประทับทรง ช่วยคนเดิม
จะกระจ่าง หมายถึง ในยุคนี้เบื้องบนได้โปรดเป็นวาระพิเศษ
อนุญาตให้ทิพญ์ญาณของผู้ได้รับวิถีธรรมให้ร่างทรงพรหมจารีเข้า
ทรง มาแสดงธรรมและสื่อสัมพันธ์ร่วมบุญกับญาติพี่น้องได้
- พายเรือธรรม ในทะเลทุกข์ ช่วยหญิงชาย
เบื้องบนอาศัย คนพูดทำ งานสามโลก
พึงวิริยะ อย่างจริงใจ ใฝ่ประโยชน์
ช่วยฟ้าโปรด ช่วยพระอาจารย์ งานแพร่ธรรม
- วิถีธรรม อาศัยคน แผ่ไพศาล
คนต้องการ พระเบื้องบน บันดาลให้
เป็นสัมพันธ์ ฟ้ากับคน สร้างคุณไว้
ทุกอย่างให้ เหมาะกาละ เทศะควร
- จวบบัดนี้ ทาง “ภาคเหนือ”* แพร่ธรรมมาช้านาน
แต่เสาคาน คนทำจริง นั้นหายาก
ขณะนี้ วิถีอนุตตรฯ ยังกึ่งแฝงกึ่งเห็นชัด
จึงอย่าพลาด โอกาสงาม ยามอำนวย
- ด้วยเหตุนี้ แม่จึงให้ สิบบัญญัติ
เพื่อเร่งรัด ลูกหญิงชาย พร้อมใจมั่น
บำเพ็ญอนุตตรฯ งานฉุดกล่อม เป็นพื้นฐาน
ไม่ย่อยั่น พร่ำตักเตือน เหมือนย่ายาย
ภาคเหนือ หมายถึง ภาคเหนือของประเทศจีนแผ่นดินใหญ่เมื่อกว่าห้าสิบปีก่อน
- การทั้งนี้ ปณิธาน ต้องสูงส่ง
สูงด้วยตน มุ่งตรงจริง ช่วยเขาด้วย
หากมีแต่ชื่อ สุ่มร่วมวง องค์สำรวย
ทำฉาบฉวย ไม่อาจกลับ บ้านนิพพาน
- บ้างเหลาะแหละ แปะหน้ากาก ไปวันวัน
ยิ่งนานวัน ยิ่งตกต่ำ ถลำหนัก
บ้างบำเพ็ญ เลิกกลางคัน พลันชะงัก
ต้องจมปลัก เป็นเศษวิญญาณ หมกโลกันตร์
- หวังพุทธบุตรคนเดิม เริ่มรีบตื่น ขึ้นเร็วไว
มุ่งตลอดไป ไม่แปรเปลี่ยน จะเป็นผล
กุศลนอกใน จะกลมกลืน ตื่นช่วยคน
อาสน์อุบล พันกลีบงาม สำเร็จได้ในโลกา
- ต่อให้ลูก เป็นเทพเทวา พุทธามาเกิด
ไม่ชูเชิด ด้วยบุญกุศล ยากคืนสวรรค์
ฟังแม่เตือน ต้องวิริยะ โดยทั่วกัน
ช่วงสำคัญ ช้าอีกก้าว ยากที่เจ้าจะได้สร้างบุญ
- เป็นผู้นำ ตำหนักพระ ภาระใหญ่
อาจโน้มให้ ใครตกต่ำ เพราะความหลง
หากใครดี มีปัญญา สักหนึ่งคน
จะเกิดผล นำคนหมื่นแสน บรรลุจริง
- โอวาทฝาก ผู้นำตำหนักพระ พุทธบริกร*
อย่านิ่งนอน อ่อนกำลัง วิริยะ
ช่วยคนหลง ส่งขึ้นฝั่ง อุตสาหะ
ไม่ลดละ หาทางปลุกฟื้น ตื่นศรัทธา
- ใจจะต้อง ละมุนนุ่ม เหมือนกลุ่มเมฆ
เจตนาเฉก เช่นสายน้ำ ไม่ขาดสาย
สมัครสมาน เคารพกัน ทั้งน้อยใหญ่
จะก้าวไป หรือตั้งไว้ ให้เห็นควร
- ถ้าคล้อยตาม คนทำผิด โทษมหันต์
บรรทัดฐาน คือหลักธรรม นำเป้าหมาย
ความโลภโกรธ รักลุ่มหลง จงตัดไป
ธรรมกาย จะใสสด หมดจดกัน
- บุญยิ่งล้ำ ตำแหน่งสูงยิ่งมีภัย ให้รอบคอบ
เหมือนอยู่ขอบ เหวหมื่นวา ตกมาหนัก
ปีนยิ่งสูง ตกยิ่งหนัก ประจักษ์ชัด
เคยฉลาด ไม่ควรผิด คิดโง่งม
ผู้นำตำหนักพระ (ถันจู๋) คือเจ้าของหรือผู้รับผิดชอบพุทธสถานั้น ๆ
พุทธบริกร คือญาติธรรมทียินดีปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือดูแลญาติธรรม ซึ่งเปรียบเสมือนพระพุทธทั้งหลาย
- บำเพ็ญตน “เกรงสาม”* โบราณว่า
1เกรงเบื้องบน อาญาฟ้า 2เกรงผู้เป็นใหญ่
สำรวมด้วย 3เกรงอริยะ โอวาทไว้
เกรงทั้งใจ วาจากาย ให้พร้อมกัน
- “พิจารณ์เก้า”* เข้าใจคิด สะกิดตน
ที่เห็นผล 1พิจารณ์ดู ให้รู้แท้
ได้ยินแน่ 2พิจารณ์หู ให้รู้ชัด
รู้ระงับ 3สีหน้าตน ให้ดูดี
- พิจารณ์สี่ 4ท่าทีตน ให้นบนอบ
5วาจาชอบ 6เคารพงาน 7หมั่นถามไถ่
พิจารณ์แปด 8รู้โทสะ ระงับไว้
ไม่หลงใหล 9สิ่งที่ได้ ให้รู้ควร
- “สำรวมตนสาม”* ใครทำตาม เป็นอริยบัณฑิต
1ความนึกคิด ในวันนี้ ซื่อดีไหม
2กับเพื่อนพ้อง ผิดคำสัตย์ ต่อผู้ใด
3ทบทวนใหม่ วันนี้เรียน พากเพียรมา
*เกรงสาม คือ ซันอุ้ย 1 อุ้ยเทียนมิ่ง 2 อุ้ยต้าเหยิน 3 อุ้ยเซิ่งเหยินเอี๋ยน
พิจารณ์เก้า คือ จิ่วซือ
สำรวมตนสาม คือ ซันสิ่ง
- “สี่ละเว้น”* 1พูดระวัง อย่าพลั้งเผลอ
ไม่บำเรอ 2นัยน์ตามอง ของบัดสี
คุมให้อยู่ 3หูไม่ฟัง คำอัปรีย์
ไม่ข้อสี่ 4ไม่ล่วงกาย ไร้จรรยา
- ทำตามโอวาท เสวยวิมุติ สุขนิรันดร์
คนดื้อรั้น เอาแต่ใจ ได้นรก
อีกท่อนหนึ่ง แด่พุทธบุตร แม่จะโปรด
เป็นสาธก สามคุณ* พักสักครู่ จึงต่อความ
สี่ละเว้น คือ ซื่ออู้
สามคุณ คือ เด็กหญิงพรหมจารีผู้บำเพ็ญดี สัญลักษณ์ ฟ้า ดินและคน ซึ่งเบื้องบนอาศัยเป็นร่างประทับทรง