← กลับไปหน้าบทความ นิทานธรรมะ

ขันติ

รัฐมนตรีนักการปกครองท่านหนึ่งในคณะรัฐบาลที่ยุ่งเหยิงหาความสงบสุขมิได้ ซึ่งไม่ว่าจะถูกฝ่ายค้าน ฝ่ายตน คนในพรรค สาวไส้ไม่ไว้วางใจหรือใส่ไคล้อย่างไรก็วางเฉย ไม่เคยแสดงอารมณ์ตอบโต้ จนได้ชื่อว่าเป็นผู้มีขันติธรรมสูง วันหนึ่ง ท่านไปฟังปาฐกถาจากนักพูดรุ่นเก่ารุ่นใหม่...

MINDCYBER JOURNALขันติ

รัฐมนตรีนักการปกครองท่านหนึ่งในคณะรัฐบาลที่ยุ่งเหยิงหาความสงบสุขมิได้ ซึ่งไม่ว่าจะถูกฝ่ายค้าน ฝ่ายตน คนในพรรค สาวไส้ไม่ไว้วางใจหรือใส่ไคล้อย่างไรก็วางเฉย ไม่เคยแสดงอารมณ์ตอบโต้ จนได้ชื่อว่าเป็นผู้มีขันติธรรมสูง

วันหนึ่ง ท่านไปฟังปาฐกถาจากนักพูดรุ่นเก่ารุ่นใหม่หลายคน งานนี้มีผู้สนใจเข้าฟังกันไม่น้อย สองนักพูดรุ่นเก่าพูดจบ ได้รับเสียงปรบมือผ่านไป แต่นักพูดรุ่นใหม่ขึ้นพูดได้ครู่เดียว ก็เริ่มมีผู้ฟังทยอยออกจากห้อง

นักพูดยังคงพูดต่อไปอย่างมั่นใจ

สุดท้าย ปรากฏว่าเหลือท่านรัฐมนตรีขันติ นั่งฟังอยู่คนเดียว พอพูดจบ เขารีบลงจากเวทีมาขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ตั้งใจฟัง

ท่านรัฐมนตรีตอบว่า “ไม่ต้องขอบคุณหรอก ที่นั่งฟังจนจบนั้นเพราะผมกำลังฝึกขันติธรรมว่า จะทนฟังได้แค่ไหน”

หลายวันต่อมา นักพูดเขียนข้อความสั้น ๆ ส่งไปถึงทานรัฐมนตรีขันติ ใจความว่า “กระผมชื่นชมในขันติธรรมของท่านมากแต่หากท่านจะไม่แสดงความรู้สึกว่า จะทนฟังได้แค่ไหน ขันติธรรม ของท่านคงจะสมบูรณ์กว่านี้”

ผู้มีธรรม อำพรางตน คนประเสริฐ

ให้เขาเชิด เลิศศักดิ์ศรี ดีหนักหนา

“อิฉันทำ บำเพ็ญใจ ได้แล้วนา”

หลวงพ่อด่า “อีตอแหล” แพ้ทันที

ครั้งนั้นสีกานางหนึ่งเข้าไปกราบสมเด็จฯ หลวงพ่อโตพรหมรังสี อวดตนว่าบำเพ็ญจิตได้ดีแล้ว หลวงพ่อจักการสอบอารมณ์ แกล้งด่าว่า “อีตอแหล” เท่านั้นเอง สีกาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟทันที


บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

บันทึกไว้อ่านภายหลังหรือแบ่งปันให้คนที่คุณห่วงใย

♡ เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง