← กลับไปหน้าบทความ นิทานธรรมะ

ตะพาบน้ำตอบแทนพระคุณ

มีชายเศรษฐรีผู้หนึ่ง นอกจากจะมั่งคั่งร่ำรวยมหาศาลแล้ว ท่านยังเป็นคนใจบุญสุนทาน เปี่ยมด้วยจิตเมตตากรุณาเป็นที่สุด วันหนึ่งขณะ กำลังเดินไปตลาด ท่านเศราษฐีได้เห็นตะพาบน้ำตัวหนึ่งถูกจับมาขาย มันได้รับบาดเจ็บมาก ท่านเศรษฐีสงสงสารจับใจจึงเข้าไปขอซื้อ คนขายรู้ว่าท่าน...

MINDCYBER JOURNALตะพาบน้ำตอบแทนพระคุณ

มีชายเศรษฐรีผู้หนึ่ง นอกจากจะมั่งคั่งร่ำรวยมหาศาลแล้ว ท่านยังเป็นคนใจบุญสุนทาน เปี่ยมด้วยจิตเมตตากรุณาเป็นที่สุด

วันหนึ่งขณะ กำลังเดินไปตลาด ท่านเศราษฐีได้เห็นตะพาบน้ำตัวหนึ่งถูกจับมาขาย มันได้รับบาดเจ็บมาก ท่านเศรษฐีสงสงสารจับใจจึงเข้าไปขอซื้อ

คนขายรู้ว่าท่านเศรษฐีเป็นผู้มีจิตเมตตาชอบซื้อสัตว์ไปปล่อย ดังนั้นเขาจึงเรียกราคาต ะพาบน้ำสูงถึง 20 เท่า แต่ท่านเศรษฐีไม่ต่อรองราคาแม้แต่น้อย เมื่อกลับถึงบ้าน ท่านเศรษฐีนำตะพาบลงไว้ในอ่างน้ำที่สะอาด และค่อยๆเช็ดถูเอาคราบดินโคลนออกจนหมด จากนั้นจึงนำยาสมุนไพรมาชะโลม

บาดแผล จน ทั่ว

ด้วยความเอาใจใส่ดูแลเป็นอย่างดี อีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมา ตะพาบน้ำก็หายเป็นปกติ ท่านเศรษฐีจึงนำไปปล่อยลงในแม่น้ำ และยืนมองตะพาบที่ค่อย ๆ ว่ายจนกระทั่งลับสายตา

หลายเดือนผ่านไป ในกลางดึกคืนหนึ่งท่านเศรษฐีต้องสะดุ้งตื่น เมื่อได้ยินเสียงดังขลุกขลักที่หน้าประตู เมื่อออกไปเปิดดูก็พบว่า ที่แท้เป็นตะพาบน้ำที่ท่านเคยช่วยชีวิตไว้ แต่ที่ยิ่งน่าอัศจรรย์กว่านั้น ก็คึอ ตะพาบน้ำได้พูดภาษาคนโดยบอกกับท่านเศรษฐีว่า

" ท่านผู้มีพระคุณ...ยามที่ชีวตของข้าพเจ้าตกอยู่ในอันตราย ท่านได้ช่วยเอาไว้ พระคุณของท่านใหญ่หลวงยิ่งนัก ข้าพเจ้าเป็นเพียงแค่สัตว์น้ำธรรมดาตัวหนึ่ง ไม่มีสิ่งใดมาตอบแทนท่าน....รู้าสึกละอายใจจริง ๆ

แต่ชีวิตที่อยู่กับน้ำมาตั้งแต่เกิด ทำให้รู้จักความเปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวของน้ำ ข้าพเจ้าใคร่แจ้งให้ท่านทราบว่า...อีกไม่นานน้ำเหนึอจะไหลบ่าลงมาอย่างรุนแรง ขอให้ท่านสั่งเตรียมเรือ เพื่อขนสัมภาระข้าวของที่จำเป็นเสียโดยเร็ว หาไม่แล้ว ชีวิตของท่านอาจเป็นอันตรายได้ !”

ท่านเศรษฐีกล่าวขอบคุณตะพาบน้ำเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่จะลากลับตะพาบน้ำได้สัญญาว่าจะกลับมาอีกครั้งในยามที่ภัยมาถึง

ครั้นเช้ารุ่งขึ้น ท่านเศรษฐีจึงเดินทางไปเข้าเฝ้าเพื่อกราบทูลเรื่องอุทกภัยที่จะเกิดขึ้น เนื่องด้วยตลอดชีวิตที่ผ่านมาต่างรู้กันดีว่าท่านเศรษฐีเป็นผู้ทรงคุณธรรม มีจิตใจโอบอ้อมอารียากที่จะหาใครเหมือน เหตุฉะนี้องค์กษัตริย์จึงทรงเชื่อถือคำกราบทูลของท่าน และได้ตรัสสั่งให้ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมรับ มือกับภัยน้ำเหนือที่จะเกิดขึ้น

อีกไม่กี่วันต่อมา ขณะที่น้ำเหนือซึ่งมีมหาศาลกำลังไหลบ่าท่วมบ้านเรึอนและไร่นาลงมาเรื่อย ๆ ตะพาบน้ำก็ได้กลับมาปรากฏตัวขื้นอีกครั้งตามคำสัญญา พร้อมกับแจ้งว่า

" น้ำเหนึอจวนจะมาถึงแล้ว ขอให้ท่านรีบขึ้นเรือและตาม มาโดยเร็วเถิด ข้าพเจ้าจะนำท่านไปยังที่ปลอดภัย”

ท่านเศรษฐีปฏิบัติตามอย่างไม่รีรอ เพียงชั่วประเดี๋ยวเดียว...น้ำเหนือก็ไหลบ่าท่วมท้นเป็นบริเวณกว้าง เรือของท่านเศรษฐีถูกกระแสน้ำซัดลอยไปอย่าง รวดเร็ว

ระหว่างที่เรือกำลังไหลไปไม่หยุด ท่านเศรษฐีอยู่ในเรืออย่างปลอดภัยแต่พอมองไปข้างหลังเห็นงูตัวหนึ่งถูกน้ำซัดจนอ่อนแรงเต็มที ท่านเศรษฐีจึงใช้ไม้พายวักเอางูขึ้นไว้บนเรือด้วย ต่อมาก็ยังได้ช่วยสุนัขจิ้งจอกที่กำลังจะจมน้ำอีกตัว กระทั่งท้ายที่สุดท่านเศรษฐีเห็นคนกำลังลอยคอไปตามกระแสน้ำก็พยายามจะพายเรือเข้าไปช่วย แต่คราวนี้ตะพาบน้ำร้องห้ามว่า

" อย่าได้ช่วยเขา ! มีคนไม่น้อยเลยที่อ้างตัวเป็นนักบุญ แต่แท้ที่จริงคึอปีศาจ คนที่ท่านเห็น เป็นพวกปากอย่างใจอย่าง เนรคุณผู้ที่มีพระคุณจิตใจไร้คุณธรรม ท่านอย่าได้ช่วยเขาเป็นอันขาด”

แต่ท่านเศรษฐีกลับบอกว่า

" คำพูดของท่านก็มีเหตุผลแต่ว่าที่ผ่านมาไม่ว่าจะ เป็นสัตว์เล็กหรือสัตว์ใหญ่ ข้าพเจ้ายินดีช่วยเหลือทั้งหมด มาบัดนี้ คนกำลังจะจมน้ำตายอยู่ต่อหน้า ข้าพเจ้าจะไม่ช่วยได้อย่างไร?"

ในที่สุดท่านเศรษฐีก็ช่วยคนผู้นั้นขึ้นเรือจนได้ ตะพาบน้ำได้แต่ถอนหายใจ พร้อมกับรำพึงว่า

" เฮ้อ...คนใจบุญหนอ คนใจบุญ ไม่เคยจะคิดถึงเรื่องเลวร้ายของผู้อื่นเลยจริงๆ"

หลายวันผ่านไป เหตุการณ์เลวร้ายได้สงบลง เรือลอยมาถึงที่ที่ปลอดภัย ตะพาบน้ำจึงขอลาจากไป ทั้งงู สุนัขจิ้งจอก และคน ต่างก็แยกย้ายกันไป

สำหรับสุนัขจิ้งจอก ค้นพบถ้ำเล็ก ๆ ซึ่งสามารถเข้าไป อาศัยอยู่ได้ อย่างปลอดภัย อยู่มาวันหนึ่งสุนัขจิ้งจอก ได้พบว่าลึกเข้าไปในถ้ำนั้นมีไหโบราณซึ่งบรรจุเหรียญทองคำไว้จนเต็ม มันดีใจมาก โดยไม่รอช้า สุนัขจิ้งจอกรีบวิ่งออกไปตามหาท่านเศรษฐีจนพบ พร้อมกับกล่าวว่า

" ข้าพเจ้าพบไหทองคำที่คนโบราณซ่อนไว้ในถ้ำ เพื่อเป็นการทดแทนพระคุณที่ท่านได้ช่วยชีวิตข้าพเจ้า ข้าพเจ้ายินดีมอบทองคำทั้งหมดแก่ท่าน"

อันที่จริงแล้วท่านเศรษฐีไม่มีใจอยากได้ทองคำเหล่านั้นเลย แต่เมื่อไตร่ตรองดูแล้วเห็นว่า ในภาวะการณ์หลังจากประสบภัยน้ำท่วมผู้ คนล้วนต้องอยู่อย่างทุกข์ยากลำบาก โดยเฉพาะคนยากจน ฉะนั้นหากนำเอาทองคำทั้งหมดออกมาแจกจ่ายแก่ผู้ที่เดือนร้อน ก็จะดีไม่น้อย คิดได้เช่นนึ้ท่านเศรษฐีจึงตามสุนัขจิ้งจอกไปเอาทองคำที่ถ้ำของมัน

แต่โดยไม่คาดคิด ชายคนที่ท่านเศรษฐีช่วยเขาจากการจมน้ำตายแอบได้ ยินเรื่องทองคำ จึงสะกดรอยตามมาดักอยู่หน้าถ้ำ เมื่อเห็นท่านเศรษฐียกไหทองคำออกมา เขาจึงร้องว่า

" ท่านต้องแบ่งทองคำในไหให้ข้าด้วย !”

ท่านเศรษฐีคิดว่าจะช่วยเหลือเขา จึงหยิบทองคำให้เขาเต็มกำมือ แต่ชายคนนั้นกลับขู่ตะคอกว่า

" ข้าต้องได้มากกว่านี้ มิเช่นนั้นข้าจะไปแจ้งความต่อทางการว่า ท่านโขมยทองของผู้อื่น"

ท่านเศรษฐีพยายามอธิบายว่าทองคำเหล่านี้จะต้องนำไปแจกจ่าย แก่ผู้ประสบภัยที่กำลังรอความช่วยเหลือให้ทั่วถึง แต่ชายผู้นั้นก็ไม่ยอมฟัง

สุดท้ายเขาจึงชักชวนเพื่อนเป็นพวกอันธพาล พากันไปให้การเท็จเพื่อแจ้งจับ

อนิจจ า...ท่านเศรษฐีผู้ใจบุญต้องถูกทางการจับกุมตัว และถูกตัดสินจำ คุก

ฝ่ายสุนัขจิ้งจอก เมื่อทราบว่าผู้มีพระคุณของตนได้รับความเดือดร้อนจึงรับไปปรึกษางูที่รอดชีวิตมาด้วยกัน งูครุ่นคิดอยู่สักพักใหญ่แล้วบอกว่า

" ข้ามีวิธีที่จะช่วยท่านเศรษฐี"

ว่าแล้วก็เลื้อยเข้าไปในดงหญ้าที่รกร้าง และกลับออกมาพร้อมกับมีสมุนไพรคาบอยู่ในปาก จากนั้นจึงเลื้อยเข้าไปในคุกก็พบท่านเศรษฐีกำลังนั่งอยู่ที่มุมห้องด้วยสีหน้าที่ซีดเซียวและหมดอาลัยตายอยาก

งูผู้มีความกตัญญูจึงเข้าไปกระซิบว่า

“ ท่านอย่าได้เป็นทุกข์เลย ข้าพเจ้ามาช่วยท่านแล้ว ท่านจงฟังให้ดีข้าพเจ้าขอมอบสมุนไพรให้แก่ท่าน ท่านต้องเก็บรักษาไว้ให้ดี มันจะช่วยท่าน"

กล่าวจบ งูก็เลื้อยออกไปโดยไม่เปิดโอกาสให้ท่านเศรษฐีได้ซักถามอะไร

กลางดึกคืนนั้นเองงูได้เลื้อยเข้าไปกัดเจ้าชายในห้องบรรทม เป็นเหตุให้ทั่วพระราชวังต้องวุ่นวายโกลาหล

หมอหลวงหลายสิบคนใช้ทุกวิธีในการถวายการรักษา แต่เจ้าชายก็ไม่ฟ้น แม้จะเกณฑ์หมอทั้งเมืองมารักษาก็ไม่สัมฤทธิ์ผล ทั้งนี้เป็นเพราะ งูที่กัดนั้นมีพิษที่ไม่เหมือนงูอื่นใด มีเพียงสมุนไพรเฉพาะเท่านั้นที่จะรักษาได้

องค์กษัตริย์ทรงร้อนรุ่มกลุ้มพระทัยยิ่งนัก จึงมีพระราชโองการให้ประกาศว่าหากผู้ใดสามารถช่วยชีวิตเจ้าชายได้ พระองค์จะพระราชทานยศถาบรรดาศักดิ์พร้อมทั้งยกอาณาจักรครึ่งหนึ่งให้

เมื่อข่าวนี้แพร่เข้าไปถึงในคุก ท่านเศรษฐีจึงรีบขออาสาทันที ท่านเศรษฐีได้ใช้สมุนไพพี่งูมอบให้ถวายการรักษาจนเจ้าชายสามารถกลับฟื้นคืนสติและหายเป็นปกติ

องค์กษัตริย์ทรงดีพระทัยมาก และได้ทรงไตร่ถามความเป็นมาถึงสาเหตุที่ท่านเศรษฐีต้องถูกจองจำในคุก ต่อเมื่อท่านเศรษฐีได้กราบทูลเรื่องราวทั้งหมดให้ทรงทราบ พระองค์ถึงกลับทรงทอดถอนพระทัย แล้วทรงรับสั่งว่า

" นี่เป็นความผิดของข้าเอง ที่ไม่ดูแลเอาใจใส่ราษฎรให้ดีเท่าที่ควรทำให้ท่านต้องมารับทุกข์เช่นนี้”

และแล้วองค์กษัตริย์ได้ทรงรับสั่งให้จับตัวชายผู้เนรคุณ รวมทั้งพรรคพวกทั้งหมดไปประหารชีวิต เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่คนในแผ่นดิน จากนั้นได้ทรงแต่งตั้งท่านเศรษฐีใจบุญขึ้นเป็นผู้ร่วมปกครองแผ่นดิน เคียงคู่กับพระองค์ สืบ มา

บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

บันทึกไว้อ่านภายหลังหรือแบ่งปันให้คนที่คุณห่วงใย

♡ เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง