← กลับไปหน้าบทความ บันทึกเที่ยวเมืองตายโหง

ครั้งที่ 7 แดนชั้นที่ 2

“ยังมิได้ทดแทนพระคุณก็ฆ่าตัวตาย สำนึกได้ก็สายเสียแล้ว”

MINDCYBER JOURNALครั้งที่ 7 แดนชั้นที่ 2

“ยังมิได้ทดแทนพระคุณก็ฆ่าตัวตาย สำนึกได้ก็สายเสียแล้ว”

องค์ชายสามนาจาแห่งฟ้าทักษิณ เสด็จลงประทับทรง กลอนว่า

อารมณ์วูบชั่วขณะจิตผิดกฏเกณฑ์

จิตพิเรนคุณพ่อแม่ลืมเลือนสิ้น

อนาคตสว่างกลับกลายเป็นดำดิน

ฆ่าตัวตายดับดิ้นโทษไม่เบา

อาจารย์ : ศิษย์รู้ไหม ในโลกนี้นอกจากคนที่ทุบตีพ่อแม่ ฆ่าพ่อแม่แล้ว คนที่ไม่รู้จักกตัญญูอย่างยิ่งเป็นคนประเภทใด

หยงปี่ : รู้จักครับ ก็ประเภทฆ่าตัวตาย

อาจารย์ : ถูกแล้ว เพราะว่าชีวิตในโลกนี้ถึงแม้ว่าไม่ได้กตัญญูถึงที่สุด แต่หากว่าวันเวลาที่ผ่านไปก็ไม่แน่ว่าจะรู้สำนึกได้แล้วจะกตัญญูอย่างจริงจัง ถ้าหากว่าฆ่าตัวตายแล้วก็เหมือนสำลีไหม้ไฟ เพราะฉะนั้นคนที่ฆ่าตัวตาย ในเมืองผีตายโหงจะต้องได้รับโทษเป็นพิเศษ

หยงปี่ : เป็นพิเศษอย่างไร

อาจารย์ : ที่ว่าเป็นพิเศษก็คือ โทษทัณฑ์ เพราะว่าในเมืองตายโหงไม่เหมือนยมโลกที่สร้างนรกทรมาน แต่การฆ่าตัวตายเป็นการฝ่าฝืนจิตใจฟ้าที่กรุณาให้มาเกิด จึงนับว่าเป็นผู้ที่ไม่รู้จักกตัญญูอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงลงโทษอย่างพิเศษเป็นการตักเตือน ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าฟ้าให้ความสำคัญต่อความกตัญญูกตเวทิตาธรรมอย่างกระจ่างชัด นอกจากนี้คนที่ไม่จงรักภักดีต่อประเทศชาติแล้วเข้าสู่เมืองตายโหงก็ต้องได้รับโทษทัณฑ์เป็นพิเศษเช่นเดียวกัน

หยงปี่ : การลงโทษทัณฑ์แบบพิเศษเป็นเช่นใด

อาจารย์ : คืนนี้เจ้าก็จะได้เห็น ประทานผ้าแพรฟ้าปกป้องกาย หลับตาลงออกเดินทางได้

หยงปี่ : ครับ....เสียงโอดโอยเสียดแทงหู ไม่ทราบว่าเป็นอะไร

อาจารย์ : เจ้าดูเอาเองก็แล้วกัน

หยงปี่ : (ลืมตา) ว้าย ! นี่เหมือนภาพอสูรกาย เหมือนแดนประหารคนในเมืองมนุษย์ ทำไมเมืองตายโหงจึงมีการลงโทษที่ทารุณอย่างนี้ (สิ่งที่นายหยงปี่เห็นคือลานอันกว้างขวางภายในมีม้านั่งยาว ๆ เรียงรายกันอยู่ บนฝาผนังก็มีโซ่ตรวนเขวนอยู่ บนม้านั่งตัวหนึ่งก็มีโซ่ตรวนเส้นหนึ่ง กับคนทมี่มีสีหน้าเขียวซีดคนหนึ่งบนหัวมีเหงื่อกาฬไหลเมือนฝนตกนัยน์ตาเบิกกว้างราวกับจะถลนออกมา ปากนี้เบี้ยวบูด จมูกเหยเก ฟันนี้ขบกันแน่นพร้อมกับเสียงหวีดร้องรอดออกมา นอกจากนั้นก็มีผีเจ้าหน้าที่กำลังตรวจตราไปมา บ้างก็ก้มลงเหมือนกำลังสำรวนอะไรอยู่)

อาจารย์ : เจ้าดูให้ละเอียดที่คนหน้าเขียวซีดเหล่านั้น ดูที่นิ้วมือและนิ้วเท้า

หยงปี่ : (ภายหลังจากการดู) คุณพระช่วย ! มิหน้าล่ะที่พวกเขามีหน้าตาที่เปลี่ยนเป็นเช่นนั้น เข็มเงิน 20 อันปักเข้าไปใต้เล็บนั้น ใครจะทนไหว

อาจารย์ : นี่คือการเจ็บปวด คั้นใจให้เลือดหลั่ง เหมือนสลักไว้ในกระดูกจารึกไว้ในใจ นี่เป็นเพราะปลงไม่ตกชั่วขณะหนึ่งเอาพระคุณของพ่อแม่ทิ้งไว้เบื้องหลัง การฆ่าตัวตายเป็นคนอกตัญญู ต้องให้พวกเขารับโทษความเจ็บปวดแบบนี้ จึงจะรู้สึกสำนึก (พออาจารย์พูดจบก็กวักมือเรียกผีพนักงานมาตนหนึ่งแล้วพูดอะไรกับเขา ผีพนักงานเดินจากไปแล้วปล่อยวิญญาณผีหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังรับโทษอยู่ออกมา แล้วพามาที่เราศิษย์อาจารย์ยืนอยู่) ศิษย์เอ๋ย พวกอกตัญญูในเมืองตายโหงยังมีการแบ่งชั้น เจ้าสอบถามดูได้ ตอนนี้ก็ไม่ต้องรู้สึกทารุณ คนที่ไม่จงรักภักดี ในเมืองตายโหงโทษทัณฑ์ที่ได้รับจะทำให้เจ้าขนลุกขนพองเลยทีเดียว (ขณะนี้ผีเจ้าหพนักงานนำวิญญาณผีที่ปลดปล่อยมา ถึงแล้วก็คำนับมาทางอาจารย์แล้วก็ถอยออกไป) ศิษย์ข้าผู้นี้คือหวังซุยหมิงเป็นคู่สนทนาในคืนนี้

หยงปี่ : สหายน้อยผู้ร่วมสกุลเดียวกัน ทำให้สกุลหวังของเราขายขี้หน้าจริง ทำไมไม่ตำตัวให้ดี จนต้องฆ่าตัวตายอย่างนี้ทำไมหรือ พูดให้ฟังหน่อย

วิญญาณผี : ตอนนั้นอายุยังน้อยเป็นเพราะเรื่องเล็ก ๆ เรื่องหนึ่งยาฆ่าศัตรูพืชขวดหนึ่งกรอกลงไปเพื่อแก้ไขชีวิตตนเอง

หยงปี่ : เจ้ากล้าหาญชาญชัยจริงนะ ตอนนั้นเจ้าไม่คิดถึงคนที่บ้านและเพื่อนเลยหรือ

วิญญาณผี : ตอนนั้นรู้สึกว่ามืดมัวไปหมด ไม่อยากมีชีวิตอยู่ ดังนั้นจึงดื่มพรวด ๆ เข้าไปอย่างเมา ๆ มัว ๆ พอตอนยาออกฤทธิ์ ฉันจึงรู้สึกเห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มของพ่อแม่พี่น้องรู้สึกอบอุ่นน่าทะนุถนอม พวกเพื่อน ๆ ก็ร่าเริง ทั้งหมดลอยอยู่ในใจ ความคิดฆ่าตัวตายในขณะนั้นก็เปลี่ยนเป็นความรู้ไม่เท่าทันที่น่าหัวเราะ ถ้าหากตอนนั้นฉันยังไม่ได้ดื่มยา ฉันกล้าพนันได้เลยว่า ยังไง ๆ ก็จะไม่ฆ่าตัวตาย น่าเสียดาย สายเสียแล้ว

หยงปี่ : จนใจมาก ๆนี่ก็คือความต้องการให้คนเราทำอะไรอย่าหุนหันพลันแล่น ต้องคิดอย่างระมัดระวัง จะได้ไม่เสียใจภายหลัง ต่อไปว่ายังไง

วิญญาณผี : ตอนนั้นภายในกายของฉันร้อนผ่าวเหมือนจะแยกสลาย ดวงตาค่อย ๆ มืดลง จนกระทั่งรู้สึกสบายวูบหนึ่งร่างกายไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป ดวงตาก็มองดูตัวเองนอนเฉย ๆ อยู่ที่นั่น ถึงตอนนั้น ฉันจึงรู้ว่า ฉันได้ตายไปแล้ว

หยงปี่ : ความรู้สึกก่อนตาย ฟังจากปากท่านรู้สึกเบาสบายไม่มีอะไรต้องกลัว แต่นี่เป็นการทำลายชีวิต ๆ หนึ่งนะ ถูกแล้วสาระสำคัญที่ศาลสอบสวนว่าอย่างไร

วิญญาณผี : ผมต้องมีอายุขัยบนโลก 48 ปี ตลอดชีวิตผมแม้ไม่ร่ำรวยแต่ก็มีกิน ใครจะรู้ว่าอายุ 15 ปีก็ฆ่าตัวตายต้องถูกคุมขัง 53 ปี สู่แดนขังชั้นที่ 2 แต่ที่ฆ่าตัวตาย ยัง แบ่งเป็นหลายประเภท ฉันยังจัดอยู่ในประเภทที่ค่อนข้างเบา

หยงปี่ : ท่านอยู่ที่นี่ต้องสำรวจตนให้ดี ๆ

วิญญาณผี : ไม่มีเวลาแล้ว นอกจากรับความเจ็บปวดจากโทษทัณฑ์แล้วยังต้องหัดบรรยายบทเรียนของกตัญญูกตเวทิตาธรรมอีกด้วย ลำบากจริง ๆ พวกท่านเห็นสภาพเช่นนี้ จะกล้ามาหรือไม่ใช่ว่าฉันต้องสำรวจตนเอง แต่พวกท่านก็ต้องระมัดระวังตักเตือนจะได้ไม่ย่ำตามฉันมารับความเจ็บปวด

อาจารย์ : พอแล้ว คืนนี้เที่ยวถึงที่นี่ หลับตาเสีย อาจารย์จะพาเจ้ากลับสถานธรรม...ถึงสถานธรรมแล้ว ข้ากลับละ

บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

บันทึกไว้อ่านภายหลังหรือแบ่งปันให้คนที่คุณห่วงใย

♡ เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

บันทึกเที่ยวเมืองตายโหง

ครั้งที่ 28 รับส่วนกุศลลดกรรม

“ญาติมิตรอุทิศส่วนกุศลสามารถลดกรรมได้” องค์ชายสามนาจาแห่งฟ้าทักษิณ เสด็จลงประทับทรง กลอนว่า น่ายกย่องบรรดาศิษย...

อ่านต่อ