← กลับไปหน้าบทความ พระโอวาท

เจริญเสื่อม

พระสมันตภัทรโพธิสัตว์

MINDCYBER JOURNALเจริญเสื่อม

การปฏิบัติบำเพ็ญธรรมต้องทดสอบใจจริง

สารีริกธาตุที่แท้ก็คือไฟที่หล่อหลอมทองคำ

พุทธภูมิสามพันโลกธาตุแม้เป็นแดนวิสุทธิ์

พอผ่านลมฝนเพียงครั้งเดียวก็ปรากฏเสียงคลื่นแล้ว

มนุษย์อยู่ในภูมิของธาตุหยินหยาง (มืดสว่าง) ดังนั้นร่างกายมีเจริญก็มีเสื่อม ทำไมจึงกล่าวเช่นนี้ เพราะหยินหยางเป็นสิ่งตรงข้ามกัน ความเจริญความเสื่อมเป็นทวิลักษณ์ นี่คือรูปของไท้จี๋ (สัญลักษณ์ของมหาสุด) ดังนั้นเมื่อสุดหยางก็ถึงหยิน เมื่อเจริญสุดก็ถึงเสื่อม หยางนั้นคือสัญลักษณ์แห่งความสว่าง มนุษย์จึงมีบรรยากาศแห่งความสว่าง แม้ความดีถูกยกย่องให้เป็นความเจริญ แต่หยินหยางเป็นของคู่กัน เมื่อหยินเห็นหยางให้ความสว่างก็เกิดใจอิจฉา ก็จะสร้างเมฆหมอกขึ้นมาบดบังแสงของหยาง ดังนั้น ภายหลังความเจริญความเสื่อมก็เกิดขึ้น ความสัมพันธ์อันนี้ก็ด้วยใจคนเกิดความเห็นแก่ตัวขึ้น

ฉะนั้น เมื่อผู้ปฏิบัติบำเพ็ญธรรมต้องประสบกับความเจริญเสื่อมควรจะจัดการอย่างไร ที่สำคัญอันดับแรก ต้องหวนกลับมาพิจารณาตนเองถ้าตนเองบริสุทธิ์สะอาดก็ทำหูทวนลม ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้ถือโอกาสสำนึกผิดคิดแก้ไข เพื่อให้เป็นไปตามความเห็นของคน ความเจริญเสื่อมที่เป็นไปตามกระแสโลก ก็มักเกี่ยวข้องด้วยผลประโยชน์เป็นสำคัญ ที่น่าเสียใจก็คือศาสจักรก็ให้มีกระแสของความเจริญเสื่อมอยู่ด้วย อันนี้ก็เป็นการแย่งชิงกันระหว่างมารกับธรรม เมื่อผู้ปฏิบัติบำเพ็ญธรรมมีความสำเร็จ มารศาสนาก็จะแฝงตัวเข้ามาทำลายให้เสื่อมสูญ ดังนั้น เมื่อผู้ปฏิบัติธรรมประสบเรื่องเช่นนี้ ก็ควรระมัดระวังอยู่ในความสงบเหมือนปกติ ถามใจตนเองถ้าไม่มีความผิด ทำไมจะยอมให้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ไม่ได้หรอกหรือ โบราณว่า “ทางไกลรู้แรงม้า มีเรื่องก็ดูใจคน” เดินไปบนความจริง แม้จะมีอุปสรรคคอยทำลายขัดขวาง ขอเพียงมีใจแน่วแน่มั่นคง หากมหาธรรมไม่เสียหายแล้ว ก็เหมือนเมฆดำบดบังตะวันที่สุดเมื่อเวลามาถึง แสงตะวันจะฉายอีกครั้งเมื่อเมฆดำผ่านไป ถึงแม้จะถูกบดบังชั่วครู่ก็ไม่เสียหายจะได้ส่องเห็นใจธรรมของคนอีกครั้ง

การสรรสร้างของฟ้ายุติธรรม ลมพายุฝนแม้จะรุนแรงก็มีเวลาที่จะสงบ ฟ้าใสหลังฝนเป็นเครื่องพิสูจน์ ให้มารนั้นมาฝึกฝนธรรม จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับฝึกฝนจิตใจของนักธรรม อารมณ์สุกดิบตัวเอง ตัดสินการปฏิบัติธรรมตื้นลึกจะเห็นได้ชัด ด้วยเหตุนี้ อาตมาขอให้ชาวโลกอย่าได้เกิดใจทำลาย เพื่อหลีกเลี่ยงการก่อเหตุแห่งความชั่ว วิบากกรรมจะตกอยู่แก่ลูกหลานและชาติต่อไป ดังที่กล่าวว่าสำเร็จงดงามบุญกุศลมหาศาล สุขปานไหนจะไม่ปฏิบัติหรอกหรือ!


อุบายปราบราคะ

จิตของท่านรุ่มร้อน (ด้วยราคะ) เพราะสัญญาอันวิปลาส

ท่านจงละว้นนิมิตอันสวยงาม อันเป็นที่ตั้งแห่งราคะเสีย

ท่านจงเห็นสังขารทั้งหลาย โดยความเป็นสิ่งแปรปรวน โดยเป็นทุกข์ และอย่าเห็นโดยความเป็น(ตัว)ตน

ท่านจงดับราคะอันแรงกล้า

ท่านจงอย่าถูกราคะเผาผลาญบ่อย ๆ

ท่านจงเจริญจิตในอสุภกัมมัฏฐาน ให้เป็นจิตมีอารมณ์เป็นอันเดียว ตั้งมั่นด้วยดีเถิด

ท่านจงมีกายคตาสติ (ไว้ในใจ)

ท่านจงเป็นผู้มากไปด้วยความเบื่อหน่าย

ท่านจงเจริญความไม่มีนิมิต และจงถอนมานานุสัยเสีย

เพราะการรู้เท่าถึงมานะ ท่านจักเป็นผู้สงบระงับเที่ยวไป ดังนี้ ฯ

(อานนท์ ) อานันทสูตร 15/262


บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

บันทึกไว้อ่านภายหลังหรือแบ่งปันให้คนที่คุณห่วงใย

♡ เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง