← กลับไปหน้าบทความ ท่องนรกอเวจีใหม่

ตอนที่ 26 นรกอเวจี ที่คุมขังจักรพรรดิ

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ ตั้งแต่องค์ราชาตลอดจนถึงพ่อค้า รักถนอมกายาต้องระวังกามเป็นนิจ ดำเนินมนุษยธรรมอีกทั้งบำเพ็ญจิต บัญชีสวรรค์มีชื่อติดได้พ้นจากอบาย พุทธะจี้กง : มนุษย์ต้องธำรงรักษาไว้ซึ่งคุณธรรมเป็นอันดับแรก บางคนชอบเรื่องกาม หมกมุ่นลุ่มหลงอยู่ในเรื่องกา...

MINDCYBER JOURNALตอนที่ 26 นรกอเวจี ที่คุมขังจักรพรร

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

ตั้งแต่องค์ราชาตลอดจนถึงพ่อค้า รักถนอมกายาต้องระวังกามเป็นนิจ

ดำเนินมนุษยธรรมอีกทั้งบำเพ็ญจิต บัญชีสวรรค์มีชื่อติดได้พ้นจากอบาย

พุทธะจี้กง : มนุษย์ต้องธำรงรักษาไว้ซึ่งคุณธรรมเป็นอันดับแรก บางคนชอบเรื่องกาม หมกมุ่นลุ่มหลงอยู่ในเรื่องกามลามก คนที่ชื่นชอบเรื่องกาม ทำเรื่องลามกนานวันเข้าก็จะสิ้นเปลืองพลังธาตุ สูญเสียพลังชีวิต พึงรู้ว่าพลังชีวิตของร่างกายกำเนิดจากไต เมื่อของเหลวในไตเต็มเปี่ยมก็จะเปลี่ยนเป็นพลังชีวิตทั้งหมดในร่างกาย ถ้าหากของเหลวในไตขาดพร่องไปก็จะทำให้สูญเสียพลังชีวิต หากไม่ระมัดระวังเรื่องกาม ร่างกายก็จะดึงเอาไขกระดูกมาใช้เปลี่ยนเป็นพลัง เหมือนกับคนที่เบิกเงินมาใช้ล่วงหน้า ดังนั้นบางคนจึงรู้สึกปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูกบ่อยๆ หากมีสัญญาณเตือนเช่นนี้แล้วยังไม่รู้จักตื่นตัวก็จะกลายเป็นโรคกระดูกพรุน ที่หนักยิ่งกว่านั้นก็จะมีชะตาชีวิตที่ร่อแร่ เหมือนคนที่ฆ่าตัวเองให้ใกล้ตาย มองดูคนบนโลกแต่ละคนชอบเรื่องกามจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ปล่อยให้รากของกระดูกสูญเสียไป รากของกระดูกก็คือการสืบทอดเผ่าพันธุ์ของมนุษย์โดยอาศัยน้ำเชื้อของผู้ชายและเลือดของผู้หญิงจับตัวกัน ดังนั้นน้ำอสุจิจึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่ารากของกระดูก รากของกระดูกอ่อนแอ ร่างกายก็จะอ่อนเปลี้ยไม่แข็งแรงดั่งคนที่ใกล้ตาย ถึงแม้มีลมหายใจแต่ก็ไร้เรี่ยวแรง เพียงแค่ยื้อชีวิตให้อยู่รอด ซ้ำร้ายยังมีโรคภัยต่างๆรุมเร้า แล้วอย่างนี้จะหาเรื่องใส่ตัวไปทำไม! นอกจากนี้คนที่ชื่นชอบเรื่องกาม ชอบทำเรื่องลามกอยู่เสมอไม่ขาด ยังเป็นการดึงดูดให้วิญญาณร้าย มารแห่งกามตัณหา มาชุมนุมอยู่รอบๆตัวโดยไม่รู้ตัว เมื่อเจอคนที่รูปงามก็ไม่สามารถควบคุมจิตใจของตัวเองได้ เกิดความคิดเพ้อฝันจินตนาการเรื่องลามก ถ้าหากไม่สามารถกำราบจิตใจของตัวเองลงได้ก็จะพัฒนากลายเป็นการทำความชั่ว ทำเรื่องข่มขืนกระทำชำเรา แล้วอย่างนี้จะไม่ระมัดระวังได้หรือ แต่โบราณมามีคนจำนวนไม่น้อยที่ถูกขังอยู่ในอเวจีมหานรกเพราะชอบมั่วกาม ตั้งแต่ชนชั้นสูงอย่างโอรสสวรรค์และเชื้อพระวงศ์ลงไปจนกระทั่งถึงพ่อค้าและลูกจ้าง หวังว่าทุกคนจะระมัดระวังเรื่องการประพฤติผิดในกาม เอาล่ะ! ศิษย์เราจงออกมา

ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

พุทธะจี้กง : ไม่ต้องมากพิธี รีบขึ้นบัลลังก์บัวเถอะ

ชิวเซิง : (ระหว่างทางที่ผ่านมามีกระแสอากาศทั้งเย็นและอุ่นพัดมา คือมีทั้งความเย็นและความอุ่นไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด? ที่ปากทางสามแพร่งข้าง “ห้องพักของเทียนเต้า” มีคนงานก่อสร้างมากมายกำลังก่ออิฐสร้างอาคาร พื้นอาคารปูด้วยทองแดงชั้นเลิศ ยังมีเสาทองอีกหลายต้น ที่เหลือก็ยังไม่เห็นมีอะไร เห็นเพียงคนงานก่อสร้างกำลังเร่งมือทำงานกันไม่หยุด ชั่วพริบตาเดียวก็มาถึงนรกขุมที่เก้า ทันใดนั้นมองเห็นเปลวไฟจากทั้งด้านบนและด้านล่างลุกไหม้ทะลุถึงกัน วิญญาณบาปมากมายร่างกายไหม้เกรียม ยังมีวิญญาณบาปอีกจำนวนมากกำลังรับทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส บ้างถูกสับกระดูก ทุบหน้าอก ตัดมือ ควักตา ตัดเท้า บ้างก็ถูกราดด้วยน้ำเหล็กร้อน น้ำทองแดงร้อน ได้ยินเสียงร้องไห้โหยหวนดังไปทั่ว เสียงเหมือนหมูแพะที่ถูกเชือด แล้วจะไม่ให้ร้องไห้ตามด้วยความโศกเศร้าได้อย่างไร การลงโทษที่ทุกข์ทรมานเช่นนี้ที่จริงแล้วเป็นเพราะเหตุใดกันแน่?)

พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา รีบคารวะท่านเซียนกวนเร็วและท่านขุนพลเร็ว

ชิวเซิง : คารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง

เซียนกวน : ท่านเมธีไม่ต้องมากพิธี คารวะท่านพุทธะจี้กง

พุทธะจี้กง : ไม่ต้องมากพิธี

ชิวเซิง : ท่านเซียนกวนครับ เหตุใดคนเหล่านี้จึงถูกลงโทษด้วยการตัดเท้า ทุบอก ตัดมือ ควักตา แล้วยังถูกราดด้วยน้ำเหล็กร้อนและน้ำทองแดงร้อน?

เซียนกวน : นี่ก็คือพวกที่สมัยตอนมีชีวิตอยู่ชอบประพฤติผิดในกามทำเรื่องลามกอยู่ตลอดไม่ขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ชอบใช้กำลังแสดงความป่าเถื่อนกับผู้หญิง เมื่อผลกรรมตอบสนองก็ต้องถูกลงโทษอย่างโหดเหี้ยม รับทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส บางคนตอนที่มีชีวิตอยู่ชอบไปยังสถานที่โสมมทำเรื่องลามกประพฤติผิดในกาม ก็ต้องถูกตัดเท้าอย่างโหดเหี้ยม บางคนตอนที่มีชีวิตอยู่ชอบใช้มือทำเรื่องลามก ใช้มือลวนลามบังคับบีบจับของสงวนของผู้หญิง ก็ต้องถูกตัดมืออย่างทารุณ บางคนตอนที่มีชีวิตอยู่บังคับผู้หญิงทำลามกอนาจาร มีเจตนาที่ไม่ดีก็จะต้องถูกทุบอก บางคนตอนที่มีชีวิตอยู่ มองผู้หญิงแล้วเกิดมิจฉาสติ จินตนาการเรื่องลามก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลที่ตามมาคือไปก่อเหตุข่มขืน ก็ต้องถูกควักลูกตา ในคุกยังมีงูเหล็กพันรัดคอ หมาทองแดงคอยรังควาน วิญญาณบาปไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ก็เพราะมีจิตใจที่โหดเหี้ยมเหมือนงู เหมือนแมงป่อง เกิดจิตที่ไม่เที่ยงตรง บางคนอาจจะเป็นขุนนางที่ชื่นชอบเรื่องกาม ใช้อิทธิพลอำนาจบังคับผู้หญิงทำเรื่องลามกบ่อยๆ ก็บันดาลให้ถูกงูรัด

ชิวเซิง : ท่านเซียนกวนครับ ขอบคุณที่ชี้แนะ แต่มีข้อสงสัยอยากเรียนถาม ขงเจี่ยคือจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เซี่ย ห่างจากยุคปัจจุบันก็หลายพันปีมาแล้ว ไม่ทราบว่าชาติก่อนของเขากับพระศรีอาริยเมตไตรยมีเหตุบุญปัจจัยเกี่ยวข้องกันอย่างไร?

เซียนกวน : ก่อนที่โลกจะอุบัติเกิดฟ้าดินขึ้น เดิมทีขงเจี่ยก็คือหนึ่งในลูกศิษย์ของพระศรีอาริยเมตไตรย แต่เพราะแยกไปเกิดในครรภ์จึงเกิดความลุ่มหลง ถูกกามตัณหามาบดบังพุทธจิตปัญญาญาณ ทำให้ตกสู่นรกอเวจี

ชิวเซิง : เพราะเหตุใดสวด “นะโม หมีเล่อฝอ” เพียงคำเดียวก็สามารถทำให้ภายในคุกได้รับพุทธรังสีฉายส่อง?

เซียนกวน : นอกจากเหตุปัจจัยดังกล่าวที่กล่าวไปแล้วข้างต้นนั้น ที่ยอดเยี่ยมประเสริฐสุดก็คือการรับประกันของพระพุทธะทั้งหลาย ไม่ว่าเวไนยสัตว์ทั้งปวงจะอยู่ในโลกแห่งความเสื่อมทั้งห้าประการหรือตกอยู่ในทุคติภูมิต่างๆ ได้รับความทุกข์ทรมานแสนสาหัส หากสามารถระลึกสวดท่องพุทธนามของพระพุทธะโพธิสัตว์แล้วไม่สามารถแปรเปลี่ยนความทุกข์ยากให้กลายเป็นสระบัว เครื่องทรมานต่างๆไม่สามารถพังทลายลงได้เอง ก็จะไม่ขอประจักษ์ในมรรคผล ด้วยมหาปณิธานนี้ หากเวไนย์ในทุคติภูมิทั้งหลายสามารถได้ยินพุทธนามจนกระทั่งถึงมีความจริงใจรับไว้สวดท่องย่อมต้องได้รับพุทธรังสีปกปัก

ชิวเซิง : นอกจากนี้ยังมีวิญญาณบาปอีก 300 กว่าชีวิตที่ต่างก็ได้รับพุทธรังสีปกปักไปพร้อมกัน ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด?

เซียนกวน : นี่คือการตอบสนองตามเหตุปัจจัยในการประพันธ์หนังสือ เพราะเมธีทั้งหลายในสำนักของท่านต่างมีความจริงใจ อุทิศตัวรับใช้ ปกป้องธรรม ถึงแม้เหน็ดเหนื่อยยากลำบากก็ไม่ปฏิเสธ หลี่เซิงมีศรัทธาที่เที่ยงตรงยึดมั่นปฏิบัติ ศึกษาอย่างไม่เหนื่อยหน่ายไม่เกียจคร้าน หลินเซิงดั่งจันทร์ทรงกลด ทุ่มเทสุดกำลังความสามารถ ปกป้องธรรม เผยแพร่หนังสือธรรมะ อู๋เซิงมีความฮึกเหิมเป็นกองหน้า คลี่คลายความสงสัยให้แก่เวไนย์ เสนอแนวทางให้ยึดมั่นปฏิบัติ ไม่เอนเอียงไม่มีอคติ และนอกจากนี้ยังมีพลังกุศลของเมธีท่านอื่นๆ แต่หัวใจสำคัญที่สุดก็คือท่านชิวเซิง ถ้าหากท่านไม่มาที่นี่ ขงเจี่ยก็จะไม่มีโอกาสได้รับพระคุณจากพระพุทธะ แล้วนับประสาอะไรกับอีก 300 กว่าชีวิตที่ได้อาศัยพุทธรังสี ในมูลเหตุนั้นอาจจะมากบ้างน้อยบ้างก็เพราะพวกเขาเคยเป็นนักโทษที่ถูกท่านคุมขังมาก่อน ด้วยเหตุนี้หากท่านไม่มา เหตุปัจจัยนี้เนิ่นนานตลอดกาลก็ไม่อาจบรรลุได้

ชิวเซิง : ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง

เซียนกวน : ขุนพลทั้งสองรีบไปนำตัว “เฉินซูเป่า” มารับการสัมภาษณ์

ขุนพล : นำตัววิญญาณบาปมาถึงแล้วครับ

เซียนกวน : เฉินซูเป่าจงฟังให้ดี! ท่านนี้คือท่านพุทธะจี้กง ได้นำพาชิวเซิงพู่กันทรงมือเอกจากโลกมนุษย์มาเยี่ยมชม จงเล่าออกมาให้ละเอียด อย่าได้ชักช้า จะได้ไม่ผิดต่อตัวเอง

ชิวเซิง : ไม่ทราบว่าท่านชื่ออะไร?

วิญญาณบาป : ข้าคือเฉินซูเป่า เป็นกษัตริย์แห่งราชวงศ์ใต้ของแคว้นเฉิน รีบช่วยข้าออกไป!

เซียนกวน : เฉินซูเป่า หากเจ้ายังไม่ให้ความร่วมมืออีกจะส่งเจ้าไปเข้าเตาหลอมวิญญาณนะ!

วิญญาณบาป : ข้ายอมพูดแล้ว! ข้ายอมพูดแล้ว! เพราะข้าเป็นกษัตริย์อยู่ในวัง มีตำแหน่งสูงส่ง แค่มีคำสั่งลงไปเพียงคำเดียว ไม่ว่าอยากได้อะไรก็จะได้อย่างนั้น ดังนั้นจึงบ่มเพาะนิสัยหมกมุ่นในกาม ในที่สุดก็มัวเมาลุ่มหลงอยู่กับนารี ดื่มด่ำอยู่กับกามราคะตลอดทั้งวัน ไม่สนใจงานราชกิจ ทำให้ชะตาเมืองตกต่ำล่มจม สุดท้ายก็ติดกามโรคตาย เมื่อมาถึงนรกก็ถูกลงโทษต่างๆนานา จนกระทั่งมาถึงที่นี่ มืดมนไร้แสงตะวัน การลงโทษก็ยิ่งทุกข์ทรมานกว่านรกขุมอื่นๆ รีบช่วยข้าออกไปที

ชิวเซิง : เราไม่มีความสามารถที่จะช่วยท่านได้ เพียงแค่สามารถสอนให้ท่านสวดท่องพุทธนามเพื่อหลุดพ้นจากความทุกข์เท่านั้น

วิญญาณบาป : รีบสอนข้าเถอะ ถ้าหากวันหนึ่งข้าสามารถพ้นจากความทุกข์ได้จริงๆ ข้าสาบานว่าทุกๆชาติจะเป็นผู้พิทักษ์ให้กับท่าน

ชิวเซิง : ตั้งใจฟังให้ดี ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ทำใจให้สงบ แล้วสวดพุทธนามว่า “นะโม หมีเล่อฝอ” (วิญญาณเฉินสวดท่องพุทธนาม เสียงสวดพุทธนามทำให้ทั่วคุกเกิดการเปลี่ยนแปลง ชั่วพริบตาดอกบัวผุดขึ้นมาจากพื้น เปลวไฟทั้งหมดกลายเป็นเกสรดอกไม้ ก้อนเมฆหลากสีปรากฏขึ้นกลางเวหา ก้อนเมฆสีขาวเปล่งรัศมีสีขาว สีแดงเปล่งรัศมีสีแดง สีเหลืองเปล่งรัศมีสีเหลือง สีม่วงเปล่งรัศมีสีม่วง แสงสีละลานตา ก้อนเมฆแต่ละสีมีเสียงดนตรีที่ไพเราะยิ่งนัก ที่เรียกว่าเสียงสวรรค์อันประเสริฐเสรี เสียงสวรรค์อันประเสริฐเป็นมงคล เสียงปุณฑริกาธรรมอันสง่างาม เสียงแห่งแดนสุขาวดี เสียงแต่ละเสียงต่างปรากฏเป็นเสียงพุทธนาม “นะโม หมีเล่อฝอ” กลับไปกลับมาอยู่กลางเวหา เวลานี้วิญญาณบาปทั้งหลายในคุกนอบน้อมพนมมือกราบไหว้พุทธนาม และสวดพุทธนาม “นะโม หมีเล่อฝอ” เสียงดังก้องกังวานไปทั่วคุก กลางเมฆาปรากฏพุทธลักษณะอันเป็นมงคลของพระศรีอาริยเมตไตรยขับร้องเพลงธรรม “บัดนี้พวกเธอเอ่ยนามของเราด้วยความศรัทธาจริงใจ รอพวกเธอขจัดบาปกรรมสิ้น จะสามารถเข้าสู่แดนกามาพรหม วิริยะพากเพียร บำเพ็ญปฏิบัติอย่างไม่ย่อท้อ ต่อไปได้ประจักษ์เข้าสู่ลานชั้นนอก วันหนึ่งข้างหน้าจบงานชุมนุมหลงฮว๋า ได้สำเร็จโพธิ” ใบหน้าของทุกคนปรากฏความเป็นมงคลสมานฉันท์ ต่างเดินตรงไปข้างหน้ารับการลูบศีรษะพยากรณ์จากพระศรีอาริยเมตไตรย ได้รับพุทธรังสีปกปัก มีจำนวน 100 กว่าคน)

พุทธะจี้กง : คืนนี้ดึกแล้ว กลับกันเถอะ

ชิวเซิง : ผู้น้อยขอบคุณท่านเซียนกวน และท่านขุนพลทั้งสองที่ช่วยเหลือ

เซียนกวน : น้อมส่งท่านพุทธะจี้กงและท่านเมธี

พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว ศิษย์เราจงกลับเข้าร่าง

ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์


บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

บันทึกไว้อ่านภายหลังหรือแบ่งปันให้คนที่คุณห่วงใย

♡ เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ท่องนรกอเวจีใหม่

เป่ยเทียนอวี้หมอต้าซื่อเจี่ยง ประทับทิพย์ญาณ

เป่ยเทียนอวี้หมอต้าซื่อเจี่ยง ประทับทิพย์ญาณ หนังสือเสร็จ พลังกล่อมเกลา แผ่ขยาย ยินดีด้วย ได้หนังสือสอนความดี...

อ่านต่อ
ท่องนรกอเวจีใหม่

เฉาเทียนกงเทียนซั่งเซิ่งหมู่ ประทับทิพย์ญาณ

เฉาเทียนกงเทียนซั่งเซิ่งหมู่ ประทับทิพย์ญาณ ความลับอเวจีแดนทุคติแยกให้เห็น ทัณฑ์นรกเหี้ยมไม่เว้นแพร่งพรายสู่โล...

อ่านต่อ
ท่องนรกอเวจีใหม่

ตอนที่ 36 ข้อแนะนำสำหรับการใช้หนังสือมาขจัดกรรม

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ มหาเมตตา ปรารถนาให้นรก ว่างไร้สิ้น ปกโปรดเวไนย์ทั่วถิ่น สู่โลกแห่ง เอกภาพ ศาสดายมโลก...

อ่านต่อ