← กลับไปหน้าบทความ บันทึกเที่ยวเมืองตายโหง

ครั้งที่ 23 เที่ยวเมืองต่อ

“สามารถพลิกแผ่นดิน ไม่ถูกทำนองคลองธรรมสรรหาทุกข์” องค์ชายสามนาจาแห่งฟ้าทักษิณ เสด็จลงประทับทรง กลอนว่า ลมหนาวพัดกระหน่ำเย็นราตรี กราบพระดีพิจารณาธรรมใจเข้มข้น ลิขิตคัมภีร์ล้ำตักเตือนคน ปลุกกมลตื่นภวังค์อยู่ยาวนาน อาจารย์ : ประทานแพรฟ้าปกป้องตัว เจ้าหลับตาเสีย...

MINDCYBER JOURNALครั้งที่ 23 เที่ยวเมืองต่อ

“สามารถพลิกแผ่นดิน ไม่ถูกทำนองคลองธรรมสรรหาทุกข์”

องค์ชายสามนาจาแห่งฟ้าทักษิณ เสด็จลงประทับทรง กลอนว่า

ลมหนาวพัดกระหน่ำเย็นราตรี

กราบพระดีพิจารณาธรรมใจเข้มข้น

ลิขิตคัมภีร์ล้ำตักเตือนคน

ปลุกกมลตื่นภวังค์อยู่ยาวนาน

อาจารย์ : ประทานแพรฟ้าปกป้องตัว เจ้าหลับตาเสีย จะออกเดินทางแล้ว

หยงปี่ : ครับผม.....เรียนถามอาจารย์ คืนนี้จะเที่ยวแมืองตายโหงต่อหรือว่าจะไปสอบถามวิญญาณผีตายโหง

อาจารย์ : เจ้าดูเอาเองก็แล้วกัน

หยงปี่ : ใช่แล้ว....ถนนคมมีด ทำไมถึงเร็วเหลือเกิน ก็เที่ยวเมืองต่อน่ะสิ

อาจารย์ : ใช่แล้ว ผ่านถนนคมมีดไป ก็คือลานกว้างของแดนขังชั้นที่ 1 เราไปกันเถอะ

หยงปี่ : ทำไมไม่รอสักประเดี๋ยว ดูการลงโทษด้วยถนนคมมีดว่าเป็นอย่างไร

อาจารย์ : ไม่ต้องหรอก การสร้างถนนคมมีด ก็เป็นการข่มขู่ให้พวกวิญญาณบาปให้กลัวลานเท่านั้น อันที่จริงแล้ว ตั้งแต่ต้นปีจรดท้ายปีลงโทษเพียงไม่กี่ครั้ง

หยงปี่ : งั้นก็ขาดการใช้สอยซิครับ (ขณะเดินอยู่ข้างถนนคมมีดหยงปี่จึงสังเกตเห็นถนนคมมีดได้ชัดเจนว่าไม่ใช่คมมีด หากแต่เป็นลักษณะหินที่แหลมคมโผล่ขึ้นมา ชี้โด่ชี้เด่มองแล้วหวาดเสียว คล้าย ๆ แถวฟันของสัตว์ป่าที่อ้าปากจะเห็นฟันแหลมคมเรียงอย่างไรอย่างนั้น) อาจารย์ครับ ถนนคมมีดนี้ถ้าหากกลิ้งไป สงสัยจะถลอกปอกเปลือกหมด ท่านดูซิครับปลายแหลมที่ต่ำ ๆ สูง ๆ ถ้าหากตำเข้าไปในเนื้อ รสชาติคงแย่เลย

อาจารย์ : รสชาติแบบนั้นอาจารย์ไม่รู้ เจ้าน่าจะลงไปลองหาประสบการณ์ดู

หยงปี่ : ขอบคุณ ไม่รับประทานหรอกครับ (เมื่อผ่านถนนมีดก็เข้าสู่ลานกว้าง มองเห็นวัตถุลักษณะแปลกประหลาดต่าง ๆ เหมือนเป็นห่วงกลม ๆ บ้าง เหมือนเป็นแป้นบ้าง ตอนนี้ก็มีพวกวิญญาณผีกำลังทำอะไรกันอยู่ มันเป็นการกระทำที่สนั่นหวั่นไหว ผลที่เห็นคือพวกวิญญาณผีบางส่วนจะมีเหงื่อเม็ดเป้ง ๆ อยู่เต็มตัว วิญญาณผีบางส่วนก็ดึงห่วงกลมนั้นทำให้ตำแหน่งที่ตัวยืนอยู่ตกลงไป ทั้งตัวก็ร่วงลงไปในอุโมงค์ลึก วิญญาณผีบางตนเมื่อกระทบกับแป้น สิ่งที่ทำให้ตกใจก็คือแป้นที่ว่านั้นก็จะกระดอนกลับ ทำเอาคนทั้งคนตีลังกา เห็นแต่ขาสองข้างชี้โด่เด่อยู่บนพื้น) อาจารย์ครับ! เขากำลังฝึกละครสัตว์กันหรือครับ

อาจารย์ : เจ้าเอาคำว่าพลิกแต่งเป็นสำนวนดูซิ ก็สามารถที่จะคิดถึงสาเหตุการตายของผีตายโหงได้

หยงปี่ : พลิก....พลิก....พลิกฟ้า....พลิกแผ่นดิน ความหมายก็คือโกรธแค้นจนต้องตามพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน คนพวกนี้คงต้องโกรธฟ้าโกรธดินจึงได้ด่าฟ้าด่าดิน จนต้องตายโหง

อาจารย์ : ผิดแล้ว คนพวกนี้ตอนมีชีวิตอยู่มีใจมุ่งมั่นที่จะพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินและมีความสามารถ น่าเสียดายไม่ถูกทำนองคลองธรรม ทำไปสุดโต่ง เมื่อทำไม่สำเร็จ โกรธจนฆ่าตัวตาย

หยงปี่ : ฮ่า ฮ่า! น่าหัวเราะตาย สามารถที่จะพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินแลัวยังจะฆ่าตัวตาย คงเป็นความสามารถแบบกำมะลอกระมัง

อาจารย์ : อย่าหัวเราะ ให้อาจารย์ยกตัวอย่าง นักรบผู้กล้าหาญอย่างฉอหัน แต่ก็พ่ายแพ้ความอ่อนหวานของสตรี จนไม่มีหน้าที่จะกลับไปพบพ่อแม่พี่น้อง เลยตัดหัวตัวเองที่แม่น้ำอู๋เจียง นี่มิใช่เพราะมีความสามารถที่จะพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินหรอกหรือในที่สุดก็ฆ่าตัวตาย

หยงปี่ : ดูจะมีเหตุผล อาจารย์ครับ คืนนี้พอแค่นี้ดีไหม

อาจารย์ : ก็ดี! หลับตา จะพากลับสถานธรรม....ถึงแล้ว ข้ากลับละ

บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

บันทึกไว้อ่านภายหลังหรือแบ่งปันให้คนที่คุณห่วงใย

♡ เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

บันทึกเที่ยวเมืองตายโหง

ครั้งที่ 28 รับส่วนกุศลลดกรรม

“ญาติมิตรอุทิศส่วนกุศลสามารถลดกรรมได้” องค์ชายสามนาจาแห่งฟ้าทักษิณ เสด็จลงประทับทรง กลอนว่า น่ายกย่องบรรดาศิษย...

อ่านต่อ