← กลับไปหน้าบทความ ท่องนรกอเวจีใหม่

ตอนที่ 21 ข่มขืนในศาลเจ้า ถูกลงทัณฑ์ไม่ได้พัก

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ กลางวันแสกๆกล้าล่วงประเวณี ไม่กลัวประชาชีโกรธแค้นตาถลึง ข่มขืนคนในศาลเจ้าโฉดเขลาจึง เป็นเหตุซึ่งไม่ได้เกิดกายเป็นคน พุทธะจี้กง : คนบนโลกโลกีย์นี้ศีลธรรมจรรยาตกต่ำเสื่อมทราม ในใจไม่มีสุจริตธรรมและความละอาย ทำเรื่องลามกอย่างเปิดเผยโดยไม...

MINDCYBER JOURNALตอนที่ 21 ข่มขืนในศาลเจ้า ถูกลงทัณฑ

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

กลางวันแสกๆกล้าล่วงประเวณี ไม่กลัวประชาชีโกรธแค้นตาถลึง

ข่มขืนคนในศาลเจ้าโฉดเขลาจึง เป็นเหตุซึ่งไม่ได้เกิดกายเป็นคน

พุทธะจี้กง : คนบนโลกโลกีย์นี้ศีลธรรมจรรยาตกต่ำเสื่อมทราม ในใจไม่มีสุจริตธรรมและความละอาย ทำเรื่องลามกอย่างเปิดเผยโดยไม่หลบหลีกสายตาของผู้คน กระแสแห่งคุณธรรมจริยธรรมสูญสิ้นไป เรื่องที่เลวทรามต่ำช้ามากมายเช่นนี้กลายเป็นข่าวเผยแพร่ออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วจะไม่ทำให้เราทุกข์ใจได้อย่างไร? ในที่สุดโลกก็ตกต่ำลงถึงเพียงนี้ อนิจจา! ชาวโลกมีความปรารถนาในกามอย่างมากมายเอ่อล้น ต่อหน้าแท่นบูชาเซียนพุทธะในศาลเจ้าก็ไม่มีความละอาย ทำเรื่องลามกอนาจารใช้กำลังข่มขืนกระทำชำเราเพื่อเสพสุขเพียงแค่ชั่วครู่ แต่กลับสร้างเหตุให้ต้องกลายเป็นนักโทษถูกคุมขังอยู่ในนรกอเวจีไปตลอดกาล แล้วจะไม่ให้เศร้าเสียใจได้อย่างไร จิตใจคนตกต่ำเสื่อมทรามและไร้ยางอายเช่นนี้ ทุกๆที่จะเห็นการใช้อำนาจคุกคามกดขี่ข่มเหง ใช้พฤติกรรมป่าเถื่อนบีบบังคับ บางทีอาจจะเกิดจากเหตุต้นผลกรรมในอดีตชาติ หรือบางทีอาจจะเป็นการสร้างกรรมใหม่ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ความชั่วช้าทารุณประเภทนี้ก็คือสูญสิ้นจิตมโนธรรมสำนึก มีบางคนทำเรื่องที่ชั่วช้าเสื่อมเสียคุณธรรมไปแล้ว ไม่เพียงไม่รู้จักสำนึกผิดแก้ไข แต่กลับยิ่งมีความภาคภูมิใจ ในปัจจุบันมีคนที่ชั่วร้ายเหล่านี้ ทำให้รู้สึกทอดถอนใจ โลกโลกีย์ตกต่ำลงเช่นนี้ ดังนั้นท่ามกลางฟ้าดินอันกว้างใหญ่ไพศาลจึงดารดาษไปด้วยเทพตรวจการจำนวนมาก ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของสวรรค์คอยลาดตระเวนสังเกตการณ์ และสามารถตัดสินใจได้อย่างเต็มที่ในการบำเหน็จรางวัลให้คนดีหรือลงโทษคนเลว คนที่โกหกหลอกลวง ประพฤติผิดในกาม บาปกรรมของตัวเอง ตัวเองจะต้องเป็นผู้รับผลกรรมด้วยตัวเอง เอาล่ะ! ศิษย์เราจงออกจากร่าง

ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

พุทธะจี้กง : ศิษย์เรานั่งบัลลังก์บัวให้ดี

ชิวเซิง : (ลมพัดโชยมาช้าๆ ในฤดูร้อนมีลมเย็นๆพัดโชย ช่างสดชื่นเย็นสบายจริงๆ จู่ๆก็ค่อยๆหนาวขึ้น แล้วก็ค่อยๆร้อนขึ้น ที่แท้ก็มาถึงก้นนรกอเวจีแล้วนี่เอง เปลวไฟอันร้อนแรงเผาไหม้ไปทั่ว ยิ่งช่วยเพิ่มความทรมานต่างๆให้กับนักโทษมากยิ่งขึ้น ได้ยินเสียงร้องอันโศกเศร้า ไหนเลยจะสามารถทนสำรวจดูต่อไปได้ เห็นนักโทษแต่ละคนทั้งตัวไหม้เละ สภาพไม่มีชิ้นดี กล่าวคือหัวไม่เหมือนหัว เท้าไม่ใช่เท้า มือและลำตัวที่เคยมีอยู่ก่อนหน้านี้ก็ไม่มีอีกต่อไป เพราะเหตุใดถึงได้เต็มไปด้วยมนุษย์ประหลาดเช่นนี้? ไม่สามารถที่จะใช้คำพูดอธิบายออกมาได้ หันไปมองทางทิศตะวันออก แสงสีแดงของเปลวเพลิงที่ร้อนแรงเผาไหม้วิญญาณบาป ไฟลุกโชนทั้งด้านบนและด้านล่าง รอบด้านทั้งสี่เป็นตาข่าย พื้นนั้นสร้างขึ้นจากเหล็ก แล้วทันใดนั้นทั่วทั้งพื้นหรือแม้แต่กระทั่งในอากาศก็กลายเป็นไฟลุกแดง วิญญาณบาปกระโดดสองขาเหมือนคนกำลังเต้น ทั้งตัวถูกเพลิงไฟเผาจนร่างกายทนไม่ไหว ปริมาณความชื้นในร่างกายระเหยกลายเป็นไอ ร่างกายเหลือแต่กระดูกแห้งๆ มองไปทางทิศใต้ สภาพเหตุการณ์แตกต่างออกไป กลางเวหามีมีดบินทั้งด้านบนและด้านล่าง บินวนเวียนไปมาทั้งซ้ายขวา ทิ่มแทงโจมตีวิญญาณบาป แทงทะลุเข้าทะลุออกที่ร่างของวิญญาณบาป บ้างแทงจากกลางหลัง บ้างแทงจากหู ปาก จมูก เข้าไปที่หัวใจ บ้างแทงลงตรงเป็นแนวดิ่งจากด้านบนทะลุลงไปในสมอง บ้างก็แทงเข้าไปกลางลำตัวแล้วไม่ได้ทะลุออกมา มีดบินปักคาอยู่ในร่างของวิญญาณบาปแล้ววิ่งขึ้นวิ่งลงวิ่งซ้ายวิ่งขวาวิ่งพล่านอยู่ในร่างอย่างนั้น ความเจ็บปวดทรมานแบบนี้หากไม่เจอด้วยตัวเองแล้วจะรู้ได้อย่างไร! ทอดตามองไปทางทิศตะวันตก มีตะขอเหล็กเกี่ยวที่องคชาตของวิญญาณบาปแขวนห้อยอยู่กลางอากาศ บนพื้นรอบๆทั้งสี่ด้านมีหมาทองแดงและงูไฟที่เขี้ยวเล็บคมกริบ จ้องวิญญาณบาปตาเป็นมัน หวังจะกินอย่างมีความสุข กลางเวหายังมีมังกรพิษบินวนเวียนอยู่รอบๆ พ่นลูกไฟออกมาใส่วิญญาณบาป บางครั้งก็แสดงหน้าตาที่ดุร้าย เห็นนักโทษแต่ละคนมีสีหน้าที่หวาดกลัวอยู่ไม่เป็นสุข บางครั้งก็มีของเหลวสีขาวขุ่นไหลพรั่งพรูออกมาจากองคชาต ของเหลวนั้นกลายเป็นมดเจาะทะลวงเข้าไปในร่างของวิญญาณบาป ทำให้ความทุกข์ทรมานยิ่งเพิ่มมากยิ่งขึ้น สภาพเหตุการณ์เช่นนี้จะสามารถทนได้อย่างไร ผู้ใดสร้างกรรมไว้ผู้นั้นก็ต้องรับผลกรรมด้วยตัวเอง มองสำรวจดูทั่วๆทั้งซ้ายขวาบางครั้งก็มีการแลกเปลี่ยนเครื่องมือทรมานนักโทษซึ่งกันและกัน)

พุทธะจี้กง : ท่านเซียนกวนมาถึงแล้ว ศิษย์เรา รีบเข้าไปคารวะท่านเซียนกวน

ชิวเซิง : คารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง

เซียนกวน : คารวะท่านพุทธะจี้กง ท่านเมธีไม่ต้องมากพิธี

พุทธะจี้กง : รบกวนท่านเซียนกวนแล้ว

ชิวเซิง : ท่านเซียนกวนครับ เพราะเหตุใดคนเหล่านี้จึงถูกลงโทษให้ทุกข์ทรมานด้วยวิธีการต่างๆเช่นนี้

เซียนกวน : เพราะคนเหล่านี้ประพฤติผิดในกามตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใจกล้าบ้าบิ่น กล้าทำเรื่องข่มขืนกระทำชำเราต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำให้หญิงสาวมีมลทิน ทำลายเกียรติศักดิ์ศรีแห่งพรหมจารีของผู้อื่นให้ด่างพร้อย คนที่บ้าระห่ำประเภทนี้ต้องถูกลงโทษเช่นนี้ไม่สามารถหลบหนีพ้น

ชิวเซิง : ที่ตะขอเหล็กเกี่ยวองคชาตของวิญญาณบาปแขวนไว้ นั่นเป็นเพราะเหตุใด?

เซียนกวน : เพราะตอนที่มีชีวิตอยู่มีจิตที่ไร้ยางอายทำเรื่องที่ผิดประเวณี ดังนั้นจึงใช้ตะขอเหล็กเกี่ยวที่องคชาตของพวกเขาให้เกิดความเจ็บปวดทรมาน เพื่อขจัดกามตัณหาของพวกเขา ยากนักที่จะระบายความใคร่อย่างป่าเถื่อนได้อีก

ชิวเซิง : แล้วที่มีดบินโจมตีวิญญาณบาปนั้นเป็นเพราะเหตุใด?

เซียนกวน : เพราะทั้งตัวของวิญญาณบาปเต็มไปด้วยกามตัณหาราคะ ใช้มีดบินแทง-ตัดทั่วร่างของวิญญาณบาปเพื่อสลายกามตัณหาราคะ จะได้ไม่เกิดกามตัณหาราคะขึ้นมาอีก

ชิวเซิง : วิญญาณบาปถูกเพลิงไฟเผา พื้นเป็นพื้นเหล็ก เพลิงไฟโหมไหม้อย่างรุนแรงทั่วทั้งสิบด้าน นี่เป็นเพราะเหตุใด?

เซียนกวน : เพราะตอนที่มีชีวิตอยู่มีไฟแห่งกามตัณหาราคะที่คุโชน จึงบันดาลให้เกิดเพลิงไฟโหมไหม้อย่างรุนแรงเผาไหม้กามตัณหาราคะไม่ให้ลุกไหม้ขึ้นมาอีก

ชิวเซิง : หมาทองแดง งูไฟ มังกรพิษ ล้อมรอบวิญญาณบาป นั่นเป็นเพราะเหตุใด?

เซียนกวน : นั่นเพราะตอนที่มีชีวิตอยู่ใช้ความรุนแรงทางเพศ ระบายความใคร่อย่างป่าเถื่อน ก็เหมือนกับสัตว์มีพิษทั้งสามชนิดนี้ เขี้ยวเล็บคมกริบ ตาจ้องเขม็ง แทะเนื้อ กินไขกระดูก เหมือนกับตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่ ที่ทั้งตัวร้อนรุ่มไปด้วยไฟแห่งตัณหาราคะที่คอยแผดเผา เฝ้ารอจังหวะที่กามตัณหาจะปะทุขึ้นมา

ชิวเซิง : ขอสัมภาษณ์วิญญาณบาปได้หรือไม่ครับ?

เซียนกวน : ขุนพลทั้งสอง ไปนำตัววิญญาณบาปมาซิ

ขุนพล : ควบคุมตัววิญญาณบาปมาถึงแล้วครับ

ชิวเซิง : ตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่ท่านทำอะไร? เหตุใดถึงได้ตกนรกอเวจี?

วิญญาณบาป : ขอน้ำให้ฉันหน่อยเถอะ

พุทธะจี้กง : นี่น้ำอมฤต (ใช้อิทธิฤทธิ์ทำให้วิญญาณบาปกลับคืนสู่สภาพเดิม)

วิญญาณบาป : ขอบคุณทุกท่าน ฉันแซ่จัง เมื่อชาติที่แล้วเกิดเป็นลูกหลานในตระกูลที่ร่ำรวย เพราะพ่อแม่รักและโอ๋มากเกินไป เลยทำให้บ่มเพาะนิสัยโอหังอวดดีมาตั้งแต่เด็กๆ เมื่อโตขึ้นก็กลายเป็นคนหัวดื้อโดยไม่รู้ตัว เพราะตอนวัยรุ่นมีอารมณ์พลุ่งพล่านและมีความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องระหว่างชายหญิง มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่บริเวณใกล้ๆกับศาลเจ้า ฉันได้พบเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่สวยมาก ก็เลยแอบเดินตามหลังไป ตามไปจนกระทั่งผู้หญิงเข้าไปในศาลเจ้า พอดีในศาลเจ้าไม่มีคน ในใจฉันคิดว่าสวรรค์ช่างเป็นใจ แล้วอารมณ์ทางเพศก็ปะทุขึ้น ฉันใช้กำลังบังคับผู้หญิง อุดปากไม่ให้ร้องและข่มขืนกระทำชำเรา คิดว่าเทพไม่รู้ผีไม่เห็น คิดไม่ถึงเลย ในที่สุดก็ป่วยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยไม่มีสาเหตุ ทำให้องคชาตเป็นหนองเน่าเฟะ และตายในที่สุด อยู่ที่นี่ทุกข์ซะยิ่งกว่าทุกข์ ต้องรับทุกข์ทรมานในนรกนี้ไม่มีเวลาได้หยุดพักเลย

ชิวเซิง : ถ้ารู้ก่อนตั้งแต่แรกว่าจะเป็นแบบนี้ ไหนเลยจะกล้าทำเรื่องแบบนั้น ตอนนี้มีเพียงใช้จิตที่มีความจริงใจมาสำนึกขอขมากรรมและสวดพุทธนาม คนทั่วไปที่อยู่ในระหว่างการรับโทษอันทุกข์ทรมาน หากสามารถระลึกสวดท่องพุทธนามได้ ก็จะสามารถหลุดพ้นจากความทุกข์ได้รับความสุข ได้ไปเกิดในแดนวิสุทธิภูมิ เกรงแต่ว่า ถ้าหากไม่เคยผูกพุทธสัมพันธ์กับพระพุทธะโพธิสัตว์มาอย่างลึกซึ้งก็อาจจะท่องไม่เป็น เราจะบอกแก่ท่าน ให้ท่านสวดพุทธนามของพระศรีอาริยเมตไตรยว่า “นะโม หมีเล่อฝอ” อยู่ท่ามกลางความทุกข์ยากหากสามารถระลึกสวดท่อง ยึดมั่นพุทธนามเป็นสรณะ จิตจะราบเรียบมั่นคง ได้รับพุทธคุณปกปักคุ้มครองให้หลุดพ้นจากความทุกข์ได้รับความสุข ได้ไปเกิดในแดนวิสุทธิภูมิ นำกรรมติดตัวไปบำเพ็ญมรรคผล

วิญญาณบาป : ขอบคุณท่านที่เมตตา

ชิวเซิง : ท่านเซียนกวนครับ ผู้น้อยมีคำถามอยากจะขอคำชี้แนะ ในเมื่อการสวดพุทธนามสามารถได้ไปเกิดในแดนวิสุทธิภูมิ แล้วเหตุใดถึงมีคนจำนวนมากที่สวดพุทธนามแล้วตกสู่ยมโลก?

เซียนกวน : ประการแรกเพราะเขามีคดีที่จะต้องรับการสอบสวนในยมโลก ประการที่สองเพราะปุถุชนคนทั่วไปตอนที่มีชีวิตอยู่ เมื่อไหร่ก็ตามที่พบเจอกับความทุกข์ก็ได้แต่ทอดถอนใจด้วยความโศกเศร้า ได้แต่ทำเสียงถอนหายใจ เฮ่อ เฮ่อ ไม่รู้จักสวดท่องพุทธนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ป่วยหนักกำลังใกล้จะตายความทุกข์ก่อนตายในตอนนั้นจะยิ่งมีมาก ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถประสานรวมกับพุทธคุณ เลยตกสู่ยมโลก อยู่ในอันตรภาวะ (*อันตรภาวะ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมท้ายบท)

พุทธะจี้กง : คืนนี้ดึกแล้ว กลับกันเถอะ

ชิวเซิง : ขอบคุณท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสองที่ช่วยเหลือ

เซียนกวน : น้อมส่งท่านพุทธะจี้กงและท่านเมธี

พุทธะจี้กง : ถึงก่งเหิงถังแล้ว ศิษย์เราจงกลับเข้าร่าง

ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์

*ข้อมูลเพิ่มเติมคัดลอกจากงานวิจัยของ วัชระ งามจิตรเจริญ

- อันตรภาวะหรืออันตรภพ คือ สัตว์ในกำเนิด โอปปาติกะ หรือ อาทิสมานกาย ที่เกิดใหม่หลังจากตายแต่ยังไม่มีสภาพชีวิตของภพใหม่อย่างเต็มที่ มีชีวิตอยู่ชั่วคราวก่อนที่จะไปเกิดในภพใหม่ต่อไป นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานในคัมภีร์อรรถกถาที่แสดงนัยของการมีชีวิตอยู่ชั่วคราวหลังการตายและก่อนการเกิดในภพต่อไป ส่วนพุทธศาสนาดั้งเดิมมีคำและข้อความในพระสูตรหลายแห่งที่แสดงนัยของอันตรภพไว้ชัดเจนกว่าพุทธศาสนาเถรวาท เช่น พุทธพจน์ที่ตรัสเกี่ยวกับ “สัมภเวสี” “คันธัพพะ” และ “ระหว่างโลกทั้งสอง” และข้อความบางข้อความที่แสดงถึงช่วงเวลาที่สัตว์ตายจากชาติที่แล้ว แต่ยังไม่ได้ถือกำเนิดในชาติถัดไป เช่น ข้อความที่กล่าวถึงสัตว์บางพวกรู้สึกตัวขณะก้าวลงสู่ครรภ์มารดา

บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

บันทึกไว้อ่านภายหลังหรือแบ่งปันให้คนที่คุณห่วงใย

♡ เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ท่องนรกอเวจีใหม่

เป่ยเทียนอวี้หมอต้าซื่อเจี่ยง ประทับทิพย์ญาณ

เป่ยเทียนอวี้หมอต้าซื่อเจี่ยง ประทับทิพย์ญาณ หนังสือเสร็จ พลังกล่อมเกลา แผ่ขยาย ยินดีด้วย ได้หนังสือสอนความดี...

อ่านต่อ
ท่องนรกอเวจีใหม่

เฉาเทียนกงเทียนซั่งเซิ่งหมู่ ประทับทิพย์ญาณ

เฉาเทียนกงเทียนซั่งเซิ่งหมู่ ประทับทิพย์ญาณ ความลับอเวจีแดนทุคติแยกให้เห็น ทัณฑ์นรกเหี้ยมไม่เว้นแพร่งพรายสู่โล...

อ่านต่อ
ท่องนรกอเวจีใหม่

ตอนที่ 36 ข้อแนะนำสำหรับการใช้หนังสือมาขจัดกรรม

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ มหาเมตตา ปรารถนาให้นรก ว่างไร้สิ้น ปกโปรดเวไนย์ทั่วถิ่น สู่โลกแห่ง เอกภาพ ศาสดายมโลก...

อ่านต่อ