← กลับไปหน้าบทความ ท่องนรกอเวจีใหม่

ตอนที่ 17 ล่อลวงกามเด็กสาว ชั่วร้ายที่สุด

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ บนผวาเงา “มีด” (刀) ล่างหวีดหวั่น “เคียวตะขอ” (乚) กลางคำว่า “เซ่อ” (色) นี้หนอ “ตะวัน” (日) ล้ม กลัวสั่นพลัน เปิดตามองรู้บำเพ็ญ เพ่งพินิจรูปลักษณ์นั่น เข้าสู่ความว่างนั้น ขจัดความฟุ้งซ่านไป (*ข้อมูลเพิ่มเติม คำว่า “เซ่อ” (色-เซ่อ) แป...

MINDCYBER JOURNALตอนที่ 17 ล่อลวงกามเด็กสาว ชั่วร้าย

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

บนผวาเงา “มีด” (刀) ล่างหวีดหวั่น “เคียวตะขอ” (乚)

กลางคำว่า “เซ่อ” (色) นี้หนอ “ตะวัน” (日) ล้ม กลัวสั่นพลัน

เปิดตามองรู้บำเพ็ญ เพ่งพินิจรูปลักษณ์นั่น

เข้าสู่ความว่างนั้น ขจัดความฟุ้งซ่านไป

(*ข้อมูลเพิ่มเติม คำว่า “เซ่อ” (色-เซ่อ) แปลว่า รูป กาม สี ฯลฯ ในโคลงบทนี้ผู้แปลไม่แน่ใจว่าหมายถึง “รูป” หรือ “กาม” กันแน่ ผู้แปลจึงเลือกที่จะไม่แปลออกมา คำว่า “เซ่อ” (色) ด้านบนมี “มีด” ปักอยู่หนึ่งเล่ม (刀-เตา แปลว่า มีด) ด้านล่างมีลักษณะโค้งงอเป็นตะขอ (乚) ตรงกลางมี “ตะวัน” นอนคว่ำอยู่ (日-ยื่อ แปลว่า ตะวัน) สามอย่างประกอบกันเป็นคำว่า “เซ่อ” (色) ซึ่งมีความหมายว่า “รูป” หรือ “กาม” )

พุทธะจี้กง : รูปก็คือความว่าง ความว่างก็คือรูป รูปไม่ต่างจากความว่าง ความว่างก็ไม่ต่างไปจากรูป นับตั้งแต่อดีตโบราณมา ความงามของสตรีทำให้ผู้คนลุ่มหลง ทำให้คนเกิดความรู้เห็นที่คลาดเคลื่อนผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง ไม่มีใครที่จะเข้าใจถึงหลักสัจธรรมของรูปและความว่าง กลับยิ่งถลำลึกเข้าไปในกามตัณหา คิดว่าเป็นความสุขเสรี ใครเลยจะรู้ว่าเป็นบาปมหันต์ ทำให้ช่วงเวลาแห่งความผาสุกหมดสิ้นไป เปลี่ยนเป็นโรคภัยไข้เจ็บคอยรุมเร้า ทุกข์ทรมานจนพูดไม่ออก ญาติพี่น้องก็ไม่มาสนใจไยดี เพื่อนๆก็พากันหนีห่าง แล้วอย่างนี้จะหาทุกข์มาใส่ตัวเองไปทำไม! มีบางคนคิดว่าตัวเองสุขภาพร่างกายแข็งแรงดีจึงเข้าๆออกๆสถานเริงรมย์อยู่เสมอๆ และมักจะล่อลวงเด็กสาวที่ยังไม่รู้ประสีประสาไปสนองตัณหาของตัวเองบ่อยๆ ควรรู้ว่าเหนือศีรษะขึ้นไปสามฟุตมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่ บาปกรรมทั้งปวงไม่ใช่ว่าจะไม่คืนสนอง เพียงแต่เวลามันยังมาไม่ถึง ฟ้าเบื้องบนเมตตาให้ทุกคนที่ทำผิดมีโอกาสได้สำนึกขอขมากรรมแก้ไขความผิดบาปและไม่ทำผิดซ้ำ แต่ก็ไม่มีใครไปสำนึกขอขมากรรมแก้ไขความผิด ด้วยเหตุนี้ฟ้าดินจึงร้องคำรามบ่อยๆ ภัยพิบัติต่างๆทั้งภัยจากน้ำมือของมนุษย์และภัยจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ไฟ แผ่นดินไหว ฟ้าผ่า และอื่นๆ ล้วนเป็นสัญญาณเตือนจากฟ้าเบื้องบน ฟ้าเบื้องบนเมตตาสงสาร ไม่อาจทนได้ที่เวไนย์จะต้องถูกทำลายจนพินาศ ดังนั้นจึงส่งสัญญาณเตือนรูปแบบต่างๆครั้งแล้วครั้งเล่า หวังว่าชาวโลกจะสำนึกผิด ละบาปบำเพ็ญบุญ แต่ผู้เตือนก็เตือนไป ส่วนผู้ที่ทำบาปก็ยังทำบาปอยู่ต่อไป จนกระทั่งทำให้สี่ฤดูกาลไม่เป็นไปตามฤดูกาล ส่วนแปดเทศกาลก็คล้ายกับว่าจะปรากฏออกมาได้ไม่ชัดเจน และในบรรดาความผิดบาปทั้งปวงที่มนุษย์สร้างขึ้น ส่วนใหญ่คือบาปกรรมในเรื่องของกาม มองดูสหโลกธาตุใบนี้ช่างเต็มไปด้วยกระแสนิยมในเรื่องกามตัณหาราคะ ถึงแม้จะบอกว่ายุคสมัยได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว แต่นั่นกลับกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้แต่ละคนนำมาใช้เป็นข้ออ้างให้ตัวเองทำเรื่องชั่วช้าลามก หากไม่รู้จักสำนึกขอขมากรรมแก้ไขความผิดแล้วหันมาบำเพ็ญบุญ เมื่อสิ้นอายุขัยแล้วก็ยากที่จะหลบหนีจากนรกอเวจีได้ ศิษย์เรา วิญญาณเจ้าจงออกมา

ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

พุทธะจี้กง : นั่งบัลลังก์บัวให้ดี

ชิวเซิง : (ระหว่างทางมีลมเย็นพัดมาช้าๆ ลมนี้ไม่หนาวทิ่มแทงกระดูกเหมือนกับลมหนาวครั้งก่อนๆ เบื้องหน้าคือ “ห้องพัก”)

พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา! ไหนๆพวกเราก็มาถึงห้องพักแล้ว ลองเข้าไปเยี่ยมชมดูซักหน่อยก็แล้วกัน

ชิวเซิง : เป็นความคิดที่ไม่เลวครับ

พุทธะจี้กง : (นำพาชิวเซิงเข้าไปในห้องพัก) ศิษย์เรา! ช่างประจวบเหมาะจริงๆ พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มาที่นี่พอดี รีบเข้าไปคารวะเร็ว

ชิวเซิง : ผู้น้อยคารวะพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์

พระโพธิสัตว์ : เมธีไม่ต้องมากพิธี พุทธะจี้กงก็ไม่ต้องเกรงใจ

ชิวเซิง : พระโพธิสัตว์ ท่านสบายดีไหมครับ?

พระโพธิสัตว์ : เราสบายดี เธอล่ะสบายดีไหม?

ชิวเซิง : ด้วยบารมีของพระโพธิสัตว์ ผู้น้อยสบายดีครับ จริงสิครับ! ผู้น้อยมักจะได้ยินคำว่า “ห้องพักของเทียนเต้า” อยู่บ่อยๆ แต่ทำไมถึงไม่เคยได้ยินว่ามีห้องพักของศาสนาอื่นๆบ้างเลยล่ะครับ?

พระโพธิสัตว์ : เพราะนี่คือแรงปณิธานอันยิ่งใหญ่ของบรรพจารย์องค์แรกที่ปกปักคุ้มครอง จึงมี “ห้องพักของเทียนเต้า” เกิดขึ้น อีกทั้ง “เทียนเต้า” มีลำดับการสืบทอดชีพจรธรรม ทั้งยังประสบความสำเร็จในการกล่อมเกลาสั่งสอน ทำให้ผู้บำเพ็ญธรรมของ “เทียนเต้า” ได้อาศัยใบบุญและสามารถพักอยู่ในห้องพักนี้

ชิวเซิง : ในเมื่อเป็นเช่นนี้ “หลวนเหมิน” ก็มีประวัติศาสตร์ในการสืบทอดชีพจรธรรมมาอย่างยาวนาน และยังกล่อมเกลาสั่งสอนอยู่ไม่ขาด อีกทั้งยังมีสาขามากมาย แล้วอย่างนี้จะมีห้องพักเฉพาะของ “หลวนเหมิน” หรือไม่?

พระโพธิสัตว์ : หากพูดถึง “หลวนเหมิน” เมื่อผู้บำเพ็ญธรรมของ “หลวนเหมิน” ละกายสังขารก็จะมีเทพของแต่ละสำนักธรรมเป็นผู้นำพาไปที่สวรรค์ทักษิณ ดังนั้นจึงไม่ได้จัดตั้ง “ห้องพักของหลวนเหมิน” ขึ้น

ชิวเซิง : ถ้าหากผู้บำเพ็ญของ“หลวนเหมิน”ไม่มีบุญกุศลมากพอที่จะได้ขึ้นสวรรค์ หรือมีบาปกรรมที่ต้องรับการไต่สวนจะทำอย่างไรล่ะครับ?

พระโพธิสัตว์ : ก็รอใน “ห้องพักของเทียนเต้า” ไง

ชิวเซิง : ไม่มีห้องพักพิเศษของ“หลวนเหมิน” แต่ต้องไปอาศัยพักที่ “ห้องพักของเทียนเต้า” เป็นเพราะอะไรกันครับ ทำไมไม่จัดตั้ง“ห้องพักของหลวนเหมิน”?

พระโพธิสัตว์ : ถึงแม้ว่า “หลวนเหมิน” จะมีสาขาอยู่มากมาย แต่การปฏิบัติงานแบบประสานงานกันเป็นระบบกลับมีน้อย อีกทั้งไม่มีมหาปณิธานของบรรพจารย์มารองรับ กล่าวคือแบ่งเป็นสาขาใครสาขามัน น้อยนักที่จะติดต่อประสานงานกันและสนับสนุนช่วยเหลือส่งเสริมซึ่งกันและกัน ส่วน “เทียนเต้า” นั้น ถึงแม้จะแบ่งเป็นกลุ่มต่างๆมากมาย แต่ระหว่างกลุ่มต่างๆและอาณาจักรธรรมต่างๆกลับมีการช่วยเหลือส่งเสริมซึ่งกันและกัน อาจารย์บรรยายธรรมก็ส่งเสริมช่วยเหลือกันและกัน เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน มีการรวมกลุ่มสืบทอดองค์กร เพราะมีแรงปณิธานรวมกันจึงเกิดเป็นพลัง

ชิวเซิง : พระโพธิสัตว์ครับ ตามความคิดเห็นอันตื้นเขินของผู้น้อย ผู้น้อยคิดว่า “หลวนเหมิน” ควรมีห้องพักเฉพาะของ “หลวนเหมิน” เองถึงจะถูก

พระโพธิสัตว์ : งั้นต้องให้เราปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูก่อน แล้วค่อยพิจารณาใหม่อีกครั้ง

ชิวเซิง : กราบขอบคุณพระโพธิสัตว์ที่เห็นด้วยโดยนัย

พุทธะจี้กง : พวกเราควรไปกันได้แล้วล่ะ

ชิวเซิง : ผู้น้อยกราบลาพระโพธิสัตว์

พระโพธิสัตว์ : เมธีอาจารย์-ศิษย์เดินทางดีๆนะ

ชิวเซิง : (เบื้องหน้าปรากฏแสงฟ้าผ่าขึ้นหลายครั้ง มีหลายคนถูกฟ้าผ่า ทั้งตัวไหม้เกรียม มีกลิ่นไหม้ของซากศพที่เหม็นมาก ตรงที่โดนฟ้าผ่าค่อยๆมีหนอนแมลงวันมากมายมารวมกัน ทำให้ใจคอรู้สึกห่อเหี่ยว เห็นแต่หนอนแมลงวันดิ้นกันยั้วเยี้ยทั้งในตา ในปาก และไต่ไปทั่วร่างกายของพวกเขาเหล่านั้น พาให้ใจเกิดความหวาดกลัวโดยไม่มีเหตุผล กลางเวหามีนกตัวใหญ่ตัวหนึ่งบินมา ดูเหมือนอีแร้งและก็ดูเหมือนนกเขา กรงเล็บเหมือนไก่ ตัวเหมือนผีเสื้อ หัวเหมือนแมว ปากเหมือนเหยี่ยว ไม่รู้ว่าเป็นสัตว์ประหลาดอะไร เจ้านกประหลาดนี้ไม่ใช้ปากกินอาหาร แต่กลับใช้หางทิ้งสิ่งที่มีปากยาวๆคล้ายช้างออกมาดูดอวัยวะเพศของคนเหล่านั้นแทน จากนั้นก็มีแกะสามตัวร้องเหมือนวัวเสียงแหบใช้เขาของมันแทงไปที่ร่างของคนบาปเหล่านั้น ก้มหัวดันร่างของคนเหล่านั้นให้กลิ้งตกลงไปในหลุมขนาดใหญ่ ไม่รู้ว่าก้นหลุมลึกแค่ไหนเพราะมีเปลวไฟปกคลุมอยู่หนาแน่น แสงฟ้าแลบฟ้าผ่าเหมือนแสงไฟในดิสโก้เทคเป็นอย่างยิ่ง บนปากหลุมมียักษ์กลุ่มหนึ่งใช้หอกง่ามแทงซ้ำไปที่ร่างของคนเหล่านั้น ตอนนี้ท่านเซียนกวนมาถึงแล้ว) ท่านเซียนกวนครับ คนเหล่านี้ทำไมถึงเป็นแบบนี้?

เซียนกวน : คนเหล่านี้ตอนที่มีชีวิตอยู่ล้วนเป็นผู้ที่ประพฤติผิดในกามซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังนั้นจึงต้องรับโทษเช่นนี้

ชิวเซิง : มันคือเรื่องอะไรหรือครับถึงได้ลงโทษเช่นนี้?

เซียนกวน : ลองสอบถามวิญญาณบาปดู (ขุนพลทั้งสองควบคุมตัวชายฉกรรจ์อายุประมาณ 30 ปีคนหนึ่งเข้ามาแล้ว)

ชิวเซิง : เขาน่าสะอิดสะเอียนน่าขยะแขยงอย่างนี้ แล้วจะสัมภาษณ์เขาได้อย่างไรกัน?

พุทธะจี้กง : เดี๋ยวอาจารย์ใช้อิทธิฤทธิ์

วิญญาณบาป : พวกท่านคือใครกัน?

ชิวเซิง : เราคือพู่กันทรงแห่งสำนักก่งเหิงถัง ผู้รับเทวราชโองการจากเง็กเซียนฮ่องเต้ให้มาท่องเที่ยวนรกอเวจี ตอนนี้ให้เธอนำเรื่องที่ทำผิดไว้ตอนสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่เล่าออกมาให้ละเอียด

วิญญาณบาป : ฉันแซ่เลี่ยว ตอนที่มีชีวิตอยู่เป็นเพราะครอบครัวมีอันจะกินจึงมีนิสัยขี้เกียจสันหลังยาว ตลอดทั้งวันไม่ได้ทำงานอะไร และมักจะไปเที่ยวที่สถานบันเทิงบ่อยๆ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่แปดเปื้อนกามตัณหาจนถลำลึกเลยเถิดและไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ นานวันเข้าจู่ๆก็เกิดความคิดพิสดารขึ้น หลายครั้งที่เห็นพวกเด็กสาวออกมาเที่ยวสถานที่แบบนี้แล้วเพลิดเพลินจนลืมกลับบ้าน ฉันก็มักจะใช้คำพูดที่หวานไพเราะ สวมเสื้อผ้าที่ดูดีมีระดับ ใส่ทองหยองเครื่องประดับ เดินทางด้วยรถลีมูซีนอันโก้หรู ทำให้เด็กสาวติดกับและจบลงด้วยการมีเพศสัมพันธ์กันอย่างรื่นเริง ต่อมาฉันก็ตายเพราะติดเชื้อกามโรค ได้รับการลงโทษในนรกขุมต่างๆจนกระทั่งมาถึงที่นี่ รับโทษทัณฑ์โดยไม่ได้หยุดพัก และยังจะต้องรับโทษหนักยิ่งขึ้นไปอีก อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ด้วยความโศกเศร้า

ชิวเซิง : ตอนนี้เธอจะต้องรู้จักสำนึกขอขมากรรมอย่างจริงใจ หมั่นสวดท่องพุทธนามของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์และพุทธนามของพระโพธิสัตว์กวนอิมบ่อยๆ ถึงแม้ว่าร่างกายจะได้รับการลงโทษที่ทุกข์ทรมาน แต่ถ้าหากใจไม่ลืมพุทธนาม มีสัมมาสติตั้งใจระลึกสวดท่อง วันหนึ่งในอนาคตจะต้องสามารถหลุดพ้นจากความทุกข์ได้

วิญญาณบาป : ขอบคุณที่แจ้งข่าวอันประเสริฐเช่นนี้ ฉันจะจดจำเอาไว้ในใจ

พุทธะจี้กง : คืนนี้ดึกแล้ว กลับกันเถอะ

เซียนกวน : น้อมส่งพุทธะจี้กงและท่านเมธี

ชิวเซิง : ขอบคุณท่านเซียนกวนที่ช่วยอำนวยความสะดวก

พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว ศิษย์เราจงกลับเข้าร่าง

ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์

บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

บันทึกไว้อ่านภายหลังหรือแบ่งปันให้คนที่คุณห่วงใย

♡ เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ท่องนรกอเวจีใหม่

เป่ยเทียนอวี้หมอต้าซื่อเจี่ยง ประทับทิพย์ญาณ

เป่ยเทียนอวี้หมอต้าซื่อเจี่ยง ประทับทิพย์ญาณ หนังสือเสร็จ พลังกล่อมเกลา แผ่ขยาย ยินดีด้วย ได้หนังสือสอนความดี...

อ่านต่อ
ท่องนรกอเวจีใหม่

เฉาเทียนกงเทียนซั่งเซิ่งหมู่ ประทับทิพย์ญาณ

เฉาเทียนกงเทียนซั่งเซิ่งหมู่ ประทับทิพย์ญาณ ความลับอเวจีแดนทุคติแยกให้เห็น ทัณฑ์นรกเหี้ยมไม่เว้นแพร่งพรายสู่โล...

อ่านต่อ
ท่องนรกอเวจีใหม่

ตอนที่ 36 ข้อแนะนำสำหรับการใช้หนังสือมาขจัดกรรม

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ มหาเมตตา ปรารถนาให้นรก ว่างไร้สิ้น ปกโปรดเวไนย์ทั่วถิ่น สู่โลกแห่ง เอกภาพ ศาสดายมโลก...

อ่านต่อ