← กลับไปหน้าบทความ พระอนุตตรธรรมมารดาสิบบัญญัติ

นำบทข้อสอง

อนุตตรวิถี ทอดถ่าย สายศักดิ์สิทธิ์ บัญชากิจ พุทธาสาม เก็บงานหลัง ใครไม่ขอ องค์ “เทียนหยาน” โปรดหนทาง หากพลาดพลั้ง ไม่เกิดกาย หลายกัปกัลป์ ข้อสอง - จะขอเตือน บุตรพุทธา ตั้งหน้าฟัง จงระวัง ในยุคนี้ มีภัยมหันต์ ถึงคราวสิ้น แผ่นดินฟ้า ชะตากาล แม่สงสาร มิให้ลูก ถูก...

MINDCYBER JOURNALนำบทข้อสอง

อนุตตรวิถี ทอดถ่าย สายศักดิ์สิทธิ์

บัญชากิจ พุทธาสาม เก็บงานหลัง

ใครไม่ขอ องค์ “เทียนหยาน” โปรดหนทาง

หากพลาดพลั้ง ไม่เกิดกาย หลายกัปกัลป์

ข้อสอง

- จะขอเตือน บุตรพุทธา ตั้งหน้าฟัง

จงระวัง ในยุคนี้ มีภัยมหันต์

ถึงคราวสิ้น แผ่นดินฟ้า ชะตากาล

แม่สงสาร มิให้ลูก ถูกทำลาย

- หย่อนสายทอง เปิดจุดสว่าง ทางปัญญา

ทั่วดินฟ้า อนุตตรธรรม นำแพร่หลาย

ศรีอาริย์ครอง ธรรมกาล รวมศาสน์ไว้

“หลิงเมี่ยว”* ใน กายภาค “เทียนหยาน”* คุมงานธรรม

- มอบหมายศรีอาริย์ ถือโองการ เทวัญช่วย

ต่างอำนวย แสดงบุญญาฯ มาเสริมส่ง

แม่บัญชา เหล่าพุทธา ไม่เหลือหลง

แบ่งภาคลง ทุกโพธิสัตว์โสดา มาเกิดกาย

*หลิงเมี่ยว คือ พระนามในพระภาคก่อนของพระพทธะจี้กง

จากพระพุทธจี้กง จึงมาสู่พระบรรพจารย์ เทียนหยาน หรือ กงฉัง

- ดินฟ้าโอฬาร โองการแม่ อยู่เหนือกว่า

ไม่ฝืนฝ่า จะจำรัส คนขัดจะมอดม้วย

ก่อนไม่เคย ปรกโปรดใหญ่ ได้อำนวย

บุญจรวย จึงได้พบ วิเศษกาล

- บนโปรดเทพฯ ล่างโปรดผี กลางโปรดคนบุญ

ร่วมสร้างคุณ ทุกลัทธิศาสน์ คืนรากต้น

ถ่ายทอดครั้งสุดท้าย ไขความลับสวรรค์ อันแยบยล

กายทองตน เห็นฉับพลัน นิ้วนั้นเปิดกุญแจ

- “ลัญจกร” หลักฐานโบราณ ครั้งหลิงซัน

กระชับมั่น ถ่ายทอดนำ ในไตรรัตน์

แล้วถ่ายทอด “ญาณทวาร” ตามลำดับ

หนทางกลับ คืนนิพพาน ของยุคขาวในครั้งนี้

- แล้วถ่ายทอด “คัมภีร์คาถา” สู่นิพพาน

เฉพาะกาล ไม่บันทึก เป็นอักษร

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะประจักษ์ ที่เจ้าวอน

ร่วมคุ้มครอง ให้เจ้าได้ พ้นภัยกัน

- ได้วิถีธรรม จารึกซื่อ ในบัญชีสวรรค์

พ้นพัวพัน บัญชีนรก ทุกข์เวียนว่าย

เช้าได้วิถีธรรม แม้เย็นตาย ไม่เสียดาย

พ้นโลกกาย ด้วยนิ้วหนึ่ง ถึงนิพพาน

- ยานเหนือยาน ผ่านก้าวได้ ง่ายและใกล้

ทิ้งรูปกาย วิมุติล้ำ เป็นอมตะ

มีหลักฐาน มิใช่เป็น เพียงวาทะ

รูป, เสียงจะ ปรากฏให้ ได้ยืนยัน

- ตายจะสวย หนาวไม่แข็ง ร้อนไม่เหม็น

ซากที่เห็น เป็นญาณทิพย์ ไปจากร่าง

ไม่เชื่อมา ตำหนักพระ จะกระจ่าง*

ทุกสิ่งอย่าง เป็นจริงแท้ ล้วนแน่นอน

- สัจจะอนุตตรฯ พระโองการ สามโลกไม่มีสอง

ตามทำนอง พงศาธรรม จนบัดนี้

องค์ที่สิบแปด “กงฉัง” เก็บงาน รับหน้าที่

เป็นวิถี บวชอยู่บ้าน อย่างผู้บำเพ็ญ

- บัดนี้ สัจวิถี เผยแผ่ทั่วไป ในโลกหล้า

เทพเทวา แผ่บุญญาฯ ลงมาช่วย

ปรากฏองค์ ให้คนหลง หายงงงวย

หรือโปรดด้วย ประทับทรง ช่วยคนเดิม

จะกระจ่าง หมายถึง ในยุคนี้เบื้องบนได้โปรดเป็นวาระพิเศษ

อนุญาตให้ทิพญ์ญาณของผู้ได้รับวิถีธรรมให้ร่างทรงพรหมจารีเข้า

ทรง มาแสดงธรรมและสื่อสัมพันธ์ร่วมบุญกับญาติพี่น้องได้

- พายเรือธรรม ในทะเลทุกข์ ช่วยหญิงชาย

เบื้องบนอาศัย คนพูดทำ งานสามโลก

พึงวิริยะ อย่างจริงใจ ใฝ่ประโยชน์

ช่วยฟ้าโปรด ช่วยพระอาจารย์ งานแพร่ธรรม

- วิถีธรรม อาศัยคน แผ่ไพศาล

คนต้องการ พระเบื้องบน บันดาลให้

เป็นสัมพันธ์ ฟ้ากับคน สร้างคุณไว้

ทุกอย่างให้ เหมาะกาละ เทศะควร

- จวบบัดนี้ ทาง “ภาคเหนือ”* แพร่ธรรมมาช้านาน

แต่เสาคาน คนทำจริง นั้นหายาก

ขณะนี้ วิถีอนุตตรฯ ยังกึ่งแฝงกึ่งเห็นชัด

จึงอย่าพลาด โอกาสงาม ยามอำนวย

- ด้วยเหตุนี้ แม่จึงให้ สิบบัญญัติ

เพื่อเร่งรัด ลูกหญิงชาย พร้อมใจมั่น

บำเพ็ญอนุตตรฯ งานฉุดกล่อม เป็นพื้นฐาน

ไม่ย่อยั่น พร่ำตักเตือน เหมือนย่ายาย

ภาคเหนือ หมายถึง ภาคเหนือของประเทศจีนแผ่นดินใหญ่เมื่อกว่าห้าสิบปีก่อน

- การทั้งนี้ ปณิธาน ต้องสูงส่ง

สูงด้วยตน มุ่งตรงจริง ช่วยเขาด้วย

หากมีแต่ชื่อ สุ่มร่วมวง องค์สำรวย

ทำฉาบฉวย ไม่อาจกลับ บ้านนิพพาน

- บ้างเหลาะแหละ แปะหน้ากาก ไปวันวัน

ยิ่งนานวัน ยิ่งตกต่ำ ถลำหนัก

บ้างบำเพ็ญ เลิกกลางคัน พลันชะงัก

ต้องจมปลัก เป็นเศษวิญญาณ หมกโลกันตร์

- หวังพุทธบุตรคนเดิม เริ่มรีบตื่น ขึ้นเร็วไว

มุ่งตลอดไป ไม่แปรเปลี่ยน จะเป็นผล

กุศลนอกใน จะกลมกลืน ตื่นช่วยคน

อาสน์อุบล พันกลีบงาม สำเร็จได้ในโลกา

- ต่อให้ลูก เป็นเทพเทวา พุทธามาเกิด

ไม่ชูเชิด ด้วยบุญกุศล ยากคืนสวรรค์

ฟังแม่เตือน ต้องวิริยะ โดยทั่วกัน

ช่วงสำคัญ ช้าอีกก้าว ยากที่เจ้าจะได้สร้างบุญ

- เป็นผู้นำ ตำหนักพระ ภาระใหญ่

อาจโน้มให้ ใครตกต่ำ เพราะความหลง

หากใครดี มีปัญญา สักหนึ่งคน

จะเกิดผล นำคนหมื่นแสน บรรลุจริง

- โอวาทฝาก ผู้นำตำหนักพระ พุทธบริกร*

อย่านิ่งนอน อ่อนกำลัง วิริยะ

ช่วยคนหลง ส่งขึ้นฝั่ง อุตสาหะ

ไม่ลดละ หาทางปลุกฟื้น ตื่นศรัทธา

- ใจจะต้อง ละมุนนุ่ม เหมือนกลุ่มเมฆ

เจตนาเฉก เช่นสายน้ำ ไม่ขาดสาย

สมัครสมาน เคารพกัน ทั้งน้อยใหญ่

จะก้าวไป หรือตั้งไว้ ให้เห็นควร

- ถ้าคล้อยตาม คนทำผิด โทษมหันต์

บรรทัดฐาน คือหลักธรรม นำเป้าหมาย

ความโลภโกรธ รักลุ่มหลง จงตัดไป

ธรรมกาย จะใสสด หมดจดกัน

- บุญยิ่งล้ำ ตำแหน่งสูงยิ่งมีภัย ให้รอบคอบ

เหมือนอยู่ขอบ เหวหมื่นวา ตกมาหนัก

ปีนยิ่งสูง ตกยิ่งหนัก ประจักษ์ชัด

เคยฉลาด ไม่ควรผิด คิดโง่งม

ผู้นำตำหนักพระ (ถันจู๋) คือเจ้าของหรือผู้รับผิดชอบพุทธสถานั้น ๆ

พุทธบริกร คือญาติธรรมทียินดีปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือดูแลญาติธรรม ซึ่งเปรียบเสมือนพระพุทธทั้งหลาย

- บำเพ็ญตน “เกรงสาม”* โบราณว่า

1เกรงเบื้องบน อาญาฟ้า 2เกรงผู้เป็นใหญ่

สำรวมด้วย 3เกรงอริยะ โอวาทไว้

เกรงทั้งใจ วาจากาย ให้พร้อมกัน

- “พิจารณ์เก้า”* เข้าใจคิด สะกิดตน

ที่เห็นผล 1พิจารณ์ดู ให้รู้แท้

ได้ยินแน่ 2พิจารณ์หู ให้รู้ชัด

รู้ระงับ 3สีหน้าตน ให้ดูดี

- พิจารณ์สี่ 4ท่าทีตน ให้นบนอบ

5วาจาชอบ 6เคารพงาน 7หมั่นถามไถ่

พิจารณ์แปด 8รู้โทสะ ระงับไว้

ไม่หลงใหล 9สิ่งที่ได้ ให้รู้ควร

- “สำรวมตนสาม”* ใครทำตาม เป็นอริยบัณฑิต

1ความนึกคิด ในวันนี้ ซื่อดีไหม

2กับเพื่อนพ้อง ผิดคำสัตย์ ต่อผู้ใด

3ทบทวนใหม่ วันนี้เรียน พากเพียรมา

*เกรงสาม คือ ซันอุ้ย 1 อุ้ยเทียนมิ่ง 2 อุ้ยต้าเหยิน 3 อุ้ยเซิ่งเหยินเอี๋ยน

พิจารณ์เก้า คือ จิ่วซือ

สำรวมตนสาม คือ ซันสิ่ง

- “สี่ละเว้น”*1พูดระวัง อย่าพลั้งเผลอ

ไม่บำเรอ 2นัยน์ตามอง ของบัดสี

คุมให้อยู่ 3หูไม่ฟัง คำอัปรีย์

ไม่ข้อสี่ 4ไม่ล่วงกาย ไร้จรรยา

- ทำตามโอวาท เสวยวิมุติ สุขนิรันดร์

คนดื้อรั้น เอาแต่ใจ ได้นรก

อีกท่อนหนึ่ง แด่พุทธบุตร แม่จะโปรด

เป็นสาธก สามคุณ* พักสักครู่ จึงต่อความ

สี่ละเว้น คือ ซื่ออู้

สามคุณ คือ เด็กหญิงพรหมจารีผู้บำเพ็ญดี สัญลักษณ์ ฟ้า ดินและคน ซึ่งเบื้องบนอาศัยเป็นร่างประทับทรง

บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

บันทึกไว้อ่านภายหลังหรือแบ่งปันให้คนที่คุณห่วงใย

♡ เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง