← กลับไปหน้าบทความ เส้นทางอริยะ

เส้นทางอริยะ ตอนที่ยี่สิบหก

ไหว้พระขอพระ ใจศรัทธายึดมั่น สะเดาะเคราะห์ ต้องสร้างบุญกุศล อรหันต์จี้กง เสด็จลงประทับทรง วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2527 กลอนนำเสด็จ พอไหว้พระก็ขอ รู้พอดีอย่าโลภมาก โชคลาภทุกคนอยาก ต้องสะสมมาชาติก่อน หากทุกข์ร้อนเร่งรีบ จงกราบพระสวดอ้อนวอน สำนึกผิดครั้งก่อน ด้วยจร...

MINDCYBER JOURNALเส้นทางอริยะ ตอนที่ยี่สิบหก

ไหว้พระขอพระ ใจศรัทธายึดมั่น

สะเดาะเคราะห์ ต้องสร้างบุญกุศล

อรหันต์จี้กง เสด็จลงประทับทรง วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2527

กลอนนำเสด็จ

พอไหว้พระก็ขอ รู้พอดีอย่าโลภมาก

โชคลาภทุกคนอยาก ต้องสะสมมาชาติก่อน

หากทุกข์ร้อนเร่งรีบ จงกราบพระสวดอ้อนวอน

สำนึกผิดครั้งก่อน ด้วยจริงใจแลอดทน

อรหันต์จี้กง : หยางเซิงขึ้นบัวอาสน์ เราจะลงใต้ ไปเยี่ยมศาลเจ้าแม่

หยางเซิง : ขอรับ.....

อรหันต์จี้กง : ถึงที่หมายแล้ว เราลงจากบัวอาสน์ เข้าไปในคลองเหนือ ศาลเจ้าตำหนักฟ้าเข้าไปกราบ เจ้าแม่ผู้ศักดิ์สิทธิ์กันเถอะ

หยางเซิง : ดีครับ เพราะตอนนี้เป็นเวลากลางคือน ปกติตอนกลางวันก็จะชุลมุนวุ่นวายมีผู้มากราบไหว้มากมาย จะหาช่วงเวลาสงบสักครู่ก็หายาก ก้าวตามอาจารย์เข้าไปในศาลเจ้าก็แลเห็นท่านเจ้าแม่มีใบหน้ายิ้มรับแขก

เจ้าแม่ : ยินดีต้อนรับ ท่านพระจี้กง และนักทรงเอกแห่งเมืองไถ่ตง ที่ได้มาเที่ยวยังตำหนัก

อรหันต์จี้กง : อาศัยช่วงเวลาที่แขกเหรื่อ ธูปเทียนเบาบางลงถ้ามาเยี่ยมนมัสการช่วงตอนกลางวัน เจ้าแม่ก็ยุ่งจนไม่เป็นอันรับแขก คงไม่มีเวลาได้มาพูดคุยกับพวกเราแน่นอน

เจ้าแม่ : ถูกแล้ว ตอนกลางวัน หรือช่วงเทศกาลตรุษสารทเป็นตอนที่ชุลมุนมาก ขอเชิญท่านทั้งสองเข้าภายในตำหนักมีคำสั่งให้ขุนพลนำน้ำชาอย่างดีเตรียมถวายอย่าได้รอช้า

ขุนพล : รับคำสั่ง! ขอถวายน้ำชาศักดิ์สิทธิ์ ขอเชิญท่านทั้งสองโปรดใช้

หยางเซิง : ขอบพระคุณ ท่านเจ้าแม่และขุนพล ที่ให้เกียรติต้อนรับ

อรหันต์จี้กง : เราศิษย์อาจารย์ ได้รับโองการให้แต่งหนังสือ “เส้นทางอริยะ” วันนี้จึงมารบกวนเป็นพิเศษ ด้วยท่านเจ้าแม่ทรงความเมตตา จนมีผู้นับถือมากมายมาเซ่นไหว้ ท่านเปรียบเหมือนยาทางใจที่ฉีดเข้าสู่วิญญาณของผู้ที่กำลังว้าวุ่น ดังคำกล่าว่า “ไม่มีเรื่องก็ไม่เข้าหาพระรัตนตรัย” สำหรับปัจจุบันผู้ที่มาวัดมาศาลเจ้า ส่วนหนึ่งก็เป็นผู้มาท่องเที่ยวมาคารวะสักหน่อยหนึ่ง ส่วนอีกพวกก็มาอ้อนวอนขอโชคลาภบางพวกก็มาแก้บน ขอบคุณบ้าง วันหนึ่ง ๆ เจ้าแม่ก็ต้องผจญกับผู้คนมากมายเพียงนี้ สิ่งที่พวกเขาสวดอ้อนวอนขอมีมากมาย ไม่ทราบว่าท่านเจ้าแม่คอยปลดทุกข์ให้พวกเขาอย่างไรบ้าง แล้วที่อำนวยโลคลาภสะเดาะเคราะห์ละทำอย่างไร

เจ้าแม่ : อภิญญาของเทพเจ้าแม้จะมีมากมาย แต่ก็มีขอบเขตจำกัด มิใช่ว่าจะสามารถไปเสียทุกอย่าง พวกที่จะอ้อนวอนขอเจ้าควรจะรู้ไว้ ส่วนที่เจ้าไม่สามารถประทานให้สมความปรารถนานั้น ก็ขึ้นอยู่กับบุญวาสนาและผลกรรมสัมพันธ์กันแต่ละวันที่ข้าฯผจญหน้าต่ผู้ร้องขอที่ไม่ซ้ำกัน บางครั้งก็สุดกำลังความสามารถ อย่างเช่นพวกพ่อค้าที่กำลังขาดทุนก็มักผจญกับเจ้าหนี้บีบบังคับ ข้าฯก็ได้ยินเสียงร้องทุกข์ก็จะช่วยเพิ่มพลังแสงให้ เป็นการช่วยบำรุงจิต ถึงแม้จะไม่สามารถแก้เรื่องหนี้สินได้ แต่ก็ช่วยดลใจให้มีผู้อุปถัมภ์ไปช่วยเหลือเกื้อกูลให้บ้าง

หยางเซิง : ถ้างั้นการอ้อนวอนขอ ก็จะได้เสมอไปหรือไม่

เจ้าแม่ : ผู้ไหว้พระอ้อนวอนขอ มักมีดวงจิตค่อนข้างมืด ข้าฯก็จะตรวจดูว่าบรรพบุรุณมีบุญเหลืออยู่ ก็จะรีบแบ่งปันมาช่วยเหลือ ดังนั้นผู้ขอจึงพอจะสมความปรารถนา หากว่าบรรพบุรุษไม่มีบุญเลย และถ้าเขาเพียรพยายามขออีกก็อาจนำส่วนบุญของลูกหลานมาจุนเจือ เขาก็สมหวังอีก

หยางเซิง : หากบุญของบรรพบุรุษมีน้อย แล้วเอาบุญของลูกหลานมาใช้ มิทำให้บุญของลูกหลานลดน้อยลงไปหรือ จะมิเป็นการทำลายอนาคตของลูกหลานไปหรือ?

เจ้าแม่ : ก็ถูก! หากมีผู้อ้อนวอนเพียรขอเพื่อให้พ้นเคราะห์ภัย ก็ไม่รู้จะทำแบบไหน จึงต้องทำแบบนี้ ถ้าหากชาวโลกหมุนไม่คล่อง ก็ควรขอยืมผู้อื่นมาใช้ก่อน หากยืมมาแล้วไม่ชดใช้ตนเองก็มีโทษ ซ้ำทำให้ผู้ให้ยืมพลอยลำบากไปด้วย ดังนั้นข้าฯขอเตือนชาวโลก ไหว้พระขอพระก็สุดแท้แต่ฟ้ากำหนดหากอ้อนขอไม่หยุด บางครั้งอาจได้รับสมใจหวัง รอดพ้นทุกข์ไปได้ แต่บุญวาสนาของลูกหลานก็พลอยลดน้อยไปโดยไม่รู้ตัว

หยางเซิง : ขอเรียนถาม ท่านเจ้าแม่ ชาวโลกมีทุกข์มากมายอาจอยากไหว้พระขอให้พระช่วยปลดทุกข์ให้ จะต้องขอแบบไหน จึงจะไม่เป็นภาระแก่ลูกหลาน และจนเองก็สมหวังด้วย

เจ้าแม่ : ตนเองมีทุกข์ตนเองต้องทนรับ ตนมีเคราะห์ตนรับเคราะห์เอง ถ้าหากมีเคราะห์ร้าย เจ็บป่วย และคิดจะให้เจ้าช่วยเหลือ ก็มีวิธีที่ดี นั้นก็คือ ต้อง “ตั้งจิตอธิษฐานทำความดี” กล่าวคือ เมื่อจุดธูปไหว้พระแล้วก็อธิษฐาน ขอสำนึกความผิดที่ผ่านมา ต่อไปจะบำเพ็ญกุศล หรือ จัดพิมพ์หนังสือช่วยรักษาพยาบาล และปล่อยสัตว์ต่างๆเหล่านี้ เป็นการสะเดาะเคราะห์โดยการทำบุญ จึงจะเป็นวิธีที่ถูกต้อง มีคุณประโยชน์ต่อผู้อื่นและตนเอง ไม่ทำลายลูกหลาน การพร่ำขอฝ่ายเดียว แม้จะประสบผล ก็เหมือนกับการกินแรง แต่กลับได้โทษร้ายแรงภายหลัง ดังนั้น เมื่อเกิดเคราะห์กรรมควรพิจารณาตนเองก่อน ว่าได้ทำผิดอะไรไว้บ้าง หากรับแก้ไขกลับสู่ความดีก็สามารถเพิ่มบุญสะเดาะเคราะห์ด้วย

หยางเซิง : หากเป็นเช่นนี้ ผู้ที่มาวอนขอต่อเจ้าแม่ ก็จะสมหวังแน่นอน

เจ้าแม่ : เทพ พุทธ ในโลกนี้ต่างก็ประกอบภารกิจตามกฎสวรรค์หากอยู่ภายใต้กฎนี้ก็จะช่วยเหลือสุดความสามารถ หากขัดต่อมติสวรรค์ให้โชคลาภหรือเคราะห์แก่ใคร เทพ พุทธ ทำผิดกฏสวรรค์ จะได้รับโทษเช่นกัน ดังนั้นก่อนจะไหว้พระขอพระจงขอที่ใจตนเองเสียก่อน ถ้าที่ขอไม่สมหวัง นั้นเป็นเพราะเวรกรรม อย่าได้โทษ เทพ พุทธ ไม่ศักดิ์สิทธิ์ เทพ พุทธนั้นดุจดังบิดามารดรของชาวโลก ไหนเลยจะไม่ช่วยให้ลูกหลานตนเองอย่างเต็มที่และห่วงใย แต่บางครั้งก็สุดความสามารถ

อรหันต์จี้กง : ขอบคุณ คำพูดของเจ้าแม่ เหมือนไม้พลองตีหัวผู้ร้องขอให้ตื่น เพื่อเข้าใจสัจธรรมที่ถูกต้อง ถ้าขอพระไม่ได้ก็จงกลับมาขอตนเองดู วันนี้ขอหยุดการเยี่ยมเยือน เราศิษย์อาจารย์ต้องเตรียมตัวกลับสำนัก

เจ้าแม่ : มีคำสั่งให้ขุนพล ตั้งแถวส่ง

อรหันต์จี้กง : สำนักเซี้ยเต็กตึ้ง ถึงแล้ว หยางเซิงลงจากบัวอาสน์ วิญญาณกลับเข้าร่าง


บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

บันทึกไว้อ่านภายหลังหรือแบ่งปันให้คนที่คุณห่วงใย

♡ เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง