← กลับไปหน้าบทความ ท่องนรกอเวจีใหม่

ตอนที่ 10 วางแผนฆาตกรรมฮุบสมบัติ จมปรักอเวจี

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ วางแผนร้ายฆ่าคนหวังทรัพย์สิน ต้องแดดิ้นจมลงสู่อเวจี หาเมตตาจากนรกย่อมไม่มี ชั่วครู่สุขีหมื่นปีต้องโศกา พุทธะจี้กง : เวไนย์บนโลกโลกีย์ส่วนใหญ่ต่างก็วิ่งเต้นเพื่อทรัพย์สินเงินทองและผลประโยชน์ บางคนแสวงหาทรัพย์สินเงินทองด้วยวิธีการที่ถูก...

MINDCYBER JOURNALตอนที่ 10 วางแผนฆาตกรรมฮุบสมบัติ จม

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

วางแผนร้ายฆ่าคนหวังทรัพย์สิน

ต้องแดดิ้นจมลงสู่อเวจี

หาเมตตาจากนรกย่อมไม่มี

ชั่วครู่สุขีหมื่นปีต้องโศกา

พุทธะจี้กง : เวไนย์บนโลกโลกีย์ส่วนใหญ่ต่างก็วิ่งเต้นเพื่อทรัพย์สินเงินทองและผลประโยชน์ บางคนแสวงหาทรัพย์สินเงินทองด้วยวิธีการที่ถูกต้องสุจริต ทุ่มเททั้งแรงกายและสติปัญญา บางคนแสวงหาทรัพย์สินเงินทองด้วยวิธีการที่สกปรก คิดแผนร้ายวางกับดักหลุมพราง บีบบังคับทำลายผู้อื่น ทำให้เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายต้องติดคุก บางคนก็มีชีวิตที่ตกอับจนต้องไปเป็นขอทานอยู่ข้างถนน ตกอยู่ในสภาพที่ยากลำบากจนสุดที่จะทานทนได้ ยิ่งบางคนถึงกับทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ฆ่าคนไม่เห็นเลือด แล่เนื้อเถือหนัง ทำความชั่วโดยไม่ปรากฏให้เห็นชัด เช่นนี้ แล้วจะไม่ให้ผู้คนรังเกียจสาปแช่งได้อย่างไร ถึงแม้ว่าจิตใจและพฤติกรรมของคน คนด้วยกันอาจจะไม่รู้หรือไม่ได้สังเกต แต่ไม่มีสิ่งใดที่ฟ้าดินไม่รู้ ฟ้าดินย่อมรู้ดี ทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ทำไม่ว่าจุดเล็กจุดน้อย ทั้งหมดล้วนอยู่ภายใต้อำนาจการตรวจสอบอย่างทะลุปรุโปร่งของเทพตรวจการ ดังนั้นคนชั่วทุกคนจึงไม่สามารถปฏิเสธการลงทัณฑ์ในนรกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทัณฑ์ที่ทุกข์ทรมานในนรกอเวจี ประทานยันต์ให้ศิษย์เราเผาดื่ม (โบกพัดใบลานหนึ่งที วิญญาณของชิวเซิงก็ออกจากร่าง)

ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

พุทธะจี้กง : ศิษย์เราไม่ต้องมากพิธี รีบขึ้นบัลลังก์บัวเถอะ

ชิวเซิง : ศิษย์นั่งเรียบร้อยแล้วครับ ขอเชิญพระอาจารย์ออกเดินทางได้ (เบื้องหน้ามีสายลมแห่งยมโลกพัดมา พาให้จิตใจไม่สงบ) พระอาจารย์ครับ ลมประหลาดนี้มาจากที่ไหน?

พุทธะจี้กง : นรกเป็นที่ๆมืดสลัวตลอดทั้งปี จึงมีสายลมที่แสนเศร้า และนรกก็เป็นสถานที่ๆเต็มไปด้วยการลงทัณฑ์นานาชนิด จึงมีสายลมแห่งยมโลกพัดกระหน่ำอยู่เสมอ นรกกว้างใหญ่ไพศาลไร้ขอบเขตสุดที่จะพรรณนาได้ ดังนั้นทิศทางลมจึงไม่มีความแน่นอน

ชิวเซิง : เบื้องหน้าก็ถึงปากทางเข้าคุกแล้ว

พุทธะจี้กง : ท่านเซียนกวนพร้อมด้วยขุนพลทั้งสองมารอพวกเราแล้ว รีบเข้าไปแสดงคารวะเร็ว

ชิวเซิง : คารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง

เซียนกวน : ท่านเมธีไม่ต้องมากพิธี คารวะท่านพุทธะจี้กง

พุทธะจี้กง : ท่านเซียนกวนไม่ต้องมากพิธี

เซียนกวน : ถ้าอย่างนั้นขอเชิญทุกท่านเข้าไปข้างในเถอะ

พุทธะจี้กง : ที่นี่มีวิญญาณบาปที่ถูกลงโทษอยู่มากมาย ล้วนมีรูปร่างหน้าตาน่าสะอิดสะเอียนไม่น่าดู ศิษย์เรา! เจ้าเลือกใครก็ได้มาสอบถามดูเถอะ

ชิวเซิง : (นักโทษในคุกแต่ละคนต่างก็มีสภาพรูปร่างที่ผิดเพี้ยนเปลี่ยนรูปไปหมดทั้งตัว ทำให้แยกไม่ออกว่าส่วนไหนคือหัว ส่วนไหนคือขา ส่วนไหนคือด้านหน้า ส่วนไหนคือด้านหลัง ลูกตาของบางคนถูกนำมาบด หัวใจของบางคนถูกนำมาต้มกิน มือของบางคนถูกหักจนขาดแล้วตัดเป็นท่อนๆแบ่งให้หมากิน ตับของบางคนถูกนำไปให้เหยี่ยวจิกกิน แต่ละคนถูกลงโทษจนมีรูปร่างไม่เหมือนคน ทำให้รู้สึกเห็นใจอย่างสุดซึ้ง) ท่านเซียนกวนครับ ท่านช่วยหาใครก็ได้มาให้ผู้น้อยสัมภาษณ์ก็แล้วกัน

เซียนกวน : ได้! ขุนพลทั้งสองรีบไปคุมตัววิญญาณบาปมาที่นี่ซิ

ชิวเซิง : (วิญญาณบาปที่ถูกนำตัวมาหน้าตาผิดเพี้ยนเปลี่ยนรูปไปหมด ทำให้รู้สึกสะอิดสะเอียนไม่อยากมอง) ไม่ทราบว่าชาติที่แล้วท่านมีอาชีพอะไร? แล้วเหตุใดจึงตกนรกอเวจีถูกลงโทษเช่นนี้?

วิญญาณบาป : นานมากแล้วที่ข้าไม่ได้กินอะไรเลย ได้โปรดมอบอาหารแก่ข้าด้วยเถอะ

ชิวเซิง : พระอาจารย์ครับ มีอะไรให้วิญญาณบาปกินเพื่อประทังความหิวบ้างไหมครับ?

พุทธะจี้กง : เอายาทิพย์เม็ดนี้ไปให้เขากินสิ

ชิวเซิง : ท่านรีบกินยาทิพย์นี่ซะ

วิญญาณบาป : ขอบคุณทุกท่าน! ข้าแซ่โจว เป็นคนเตี่ยนชังในสมัยราชวงศ์ฉิน เนื่องจากฝึกเรียนรู้ด้านการค้าขายมาตั้งแต่เด็กจึงเป็นพ่อค้าที่เก่งกาจ มีความสามารถเชียวชาญในด้านการค้า รู้ช่องทางต่างๆทางการค้าเป็นอย่างดี ตั้งแต่ช่องทางการซื้อ ไปจนถึงช่องทางการขาย ไม่ว่าจะเป็นขายปลีกหรือขายส่งล้วนมีความเชี่ยวชาญ ดังนั้นทำการค้าอยู่หลายปีโดยไม่ละโมบโลภมากก็ประสบความสำเร็จ ในขณะนั้นข้าเป็นคนที่มั่งคั่งร่ำรวยมาก ถึงแม้จะร่ำรวยแต่ก็ยังไม่รู้จักพอ ยังคิดอยากจะรวยอีก จึงเริ่มพยายามคิดหาวิธีการที่จะทำให้ได้กำไรมากๆ แต่ถ้าอาศัยช่องทางตามปกติย่อมต้องได้กำไรไม่มากอย่างแน่นอน ก็เริ่มคิดวิธีการที่จะสามารถได้เงินมาอย่างง่ายๆโดยที่ไม่ต้องใช้เงินของตัวเอง ด้วยเหตุนี้จึงเริ่มหาเหยื่อไปทั่วทุกที่ เมื่อพบคนที่ร่ำรวยก็จะใช้วิธีการเข้าไปทำความรู้จัก แล้วค่อยๆไปมาหาสู่กันทีละเล็กทีละน้อยจนกระทั่งสนิทสนมกัน เพราะว่าเดิมทีก็ได้วางแผนการเอาไว้แล้วเป็นอย่างดีโดยที่ฝ่ายตรงข้ามนั้นไม่รู้ตัว จากนั้นก็เริ่มดำเนินการตามแผนการที่วางเอาไว้อย่างต่อเนื่อง เริ่มจากทรัพย์สมบัติเล็กๆน้อยๆจนกระทั่งเพิ่มมากขึ้น ใช้เล่ห์เหลี่ยมวิธีการสารพัดเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สมบัติเหล่านั้น สุดท้ายก็บีบบังคับเอาทรัพย์สมบัติเหล่านั้นมาจนหมด ทำให้คนอื่นต้องหมดตัว บ้านแตกสาแหรกขาด อยู่ในสภาพที่อับจนหนทาง อยากจะมีชีวิตอยู่ก็อยู่ไม่ได้ อยากจะตายก็ตายไม่ได้ บางคนเป็นโสดอยู่ตัวคนเดียว คิดอยากจะตายก็ง่ายนิดเดียว บางคนมีพ่อแม่ มีลูกเมีย คิดอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อ แต่ก็ไม่มีปัญญาหาเงินเลี้ยงครอบครัว คิดอยากจะตาย แต่บุญคุณของพ่อแม่ก็ยังไม่ได้ทดแทน ลูกเมียก็ไม่มีคนดูแล ด้วยเหตุนี้จึงต้องไปเป็นขอทานอยู่ข้างถนน ขอทานผู้อื่นเพื่อให้ตัวเองได้กินอิ่มท้อง หลังจากที่ข้าตายแล้ว พญายมก็ตัดสินให้ข้ารับโทษในนรกกินตา นรกควักใจ นรกสับมือ นรกตัดลำไส้ นรกผ่าท้อง และนรกอื่นๆ ถึงแม้ว่าจะได้ไปเกิดใหม่บนโลกมนุษย์ แต่ก็จะต้องไปเกิดในประเทศที่แห้งแล้งไม่อุดมสมบูรณ์ ครอบครัวยากจนต่ำต้อยไม่รู้หนังสือ ไม่มีพุทธธรรมปกแผ่ไปถึง ด้วยเหตุนี้จึงเป็นคนโฉดเขลาที่มีอวิชชาไม่รู้หลักทำนองคลองธรรม แต่ละชาติๆต้องดื่มกินความทุกข์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนถึงบัดนี้ถึงแม้จะได้รับการลงทัณฑ์ไปมากมายแต่ก็ยังรับโทษทัณฑ์ได้ไม่ถึงหนึ่งในพันหมื่นส่วนของโทษทัณฑ์ที่ยังเหลืออยู่ อยู่ในนี้ไม่ได้กินไม่ได้ดื่ม อีกทั้งไม่มีแสงตะเกียง ทุกๆวันยังถูกลงทัณฑ์สารพัด คิดอยากจะหยุดพักแม้เพียงชั่วครู่ก็ยังเป็นไปไม่ได้ แต่ละครั้งถูกบังคับให้หยิบทองแท่งซึ่งทำขึ้นมาจากเหล็กหรือทองแดง เมื่อหยิบขึ้นมาได้ไม่นาน ทองแท่งก็ร้อนจนแดงฉาน ทำให้มือและนิ้วไหม้เกรียม ความเจ็บปวดทรมานนั้นยากที่จะอธิบายออกมาได้ และยังมักจะถูกบังคับให้ไปแช่ตัวในแม่น้ำทรายทอง ทั้งตัวแช่จมอยู่ในทรายทอง เมื่อมีไข่มุก โมรา และแก้วอัญมณีต่างๆปรากฏขึ้น ความร้อนก็จะเพิ่มทวีขึ้นตามจำนวนของแก้วอัญมณีต่างๆที่ปรากฏออกมา จนสุดท้ายแม้แต่น้ำในแม่น้ำก็ร้อนจนเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เมื่อตายแล้วก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ ทุกๆวันถูกลงทัณฑ์จากนายนิรยบาลที่โหดเหี้ยมอำมหิต ต้องรับทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส

ชิวเซิง : แท้จริงแล้วทรัพย์สินเงินทองและผลประโยชน์ไม่ได้ทำผิดต่อคน แต่เป็นเพราะคนมีความละโมบ ทั่วทุกที่จึงทะเลาะกันเพื่อแย่งชิงทรัพย์สินและผลประโยชน์ ถ้าหากทรัพย์สินเงินทองนั้นหามาได้ด้วยความสุจริต ทุกคนก็จะมีความสุข ต่างยินดีปรีดิ์เปรม ต่างคนต่างก็ได้ในสิ่งที่ตนปรารถนา สำหรับคนที่เจตนาใช้แผนร้าย วางกับดักหลุมพรางทำลายผู้อื่นเพื่อแย่งชิงทรัพย์สมบัติ ถึงแม้ตอนที่มีชีวิตอยู่จะมีความสุข แต่ก็เป็นความสุขเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น ตายแล้วก็จะต้องตกนรก เผชิญกับความทุกข์ระทมอย่างหนีไม่พ้น ช่างน่าเวทนาอย่างแท้จริง วิญญาณโจว! ท่านพูดได้ชัดเจนมาก คนที่รู้จักใช้กลอุบายวางแผนนั้น เป็นคนที่ฉลาดมากๆ แต่น่าเสียดายที่ใช้ความฉลาดไปในทางที่ผิด ถึงแม้ว่าตอนนี้ท่านจะทุกข์ทรมานมาก แต่ก็ควรมีจิตที่สำนึกขอขมากรรมแก้ไขความผิด มีความยินดีที่จะไปรับผลกรรมเหล่านี้ นี่จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา ที่เจ้าพูดนั้นถูกต้องที่สุด วิญญาณโจว เจ้าควรสำนึกผิดถึงจะถูก

เซียนกวน : ขอเชิญทุกท่านด้านนอกเถอะ

ชิวเซิง : (เห็นท่านเซียนกวนนำทางไปที่หอเจดีย์สูง บนยอดเจดีย์มีลักษณะคล้ายกับกระสวยอวกาศ ทุกคนนั่งลงบนที่นั่ง เริ่มต้นจากลำแสงหนึ่งปล่อยออกมา จากนั้นแบ่งออกเป็นลำแสงเล็กๆนับพันนับหมื่น แล้วแบ่งเป็นจุดแสงระยิบระยับ แสงสีแดง สีขาว สีเขียว สีม่วง สีเหลือง สีสันต่างๆ ไม่สามารถบรรยายได้หมด จุดแสง ลำแสง จากช้าๆก็เริ่มเร็วขึ้นๆ สุดท้ายทั้งตัวก็ถูกดูดเข้าไป เบื้องหน้าปรากฏภาพของคนๆหนึ่งเกิดในประเทศที่ยากจนมาก ร่างกายของเขาบิดเบี้ยวไปทั้งตัว รูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ ทำให้ผู้คนพากันรังเกียจและขับไล่ เป็นเช่นนี้นานถึง 600 ชาติ แล้วจึงไปเกิดเป็นปลา กุ้ง ไก่ เป็ด วัว แกะ งูเขียว นก มากกว่า 500 ชาติ แล้วแต่ละชาติก็จะต้องถูกคนจับไปขาย หลังจากช่วงระยะเวลาที่ยาวนานช่วงหนึ่งผ่านพ้นไป ก็ปรากฏภาพของมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ มีเต่าทองตัวหนึ่งพลิกตัวกลับไปกลับมาอยู่ในมหาสมุทรแห่งนั้น แล้วหลังจากนั้นจึงมาเกิดเป็นคน แต่ก็ไม่ค่อยดีนัก เพราะเกิดในสถานที่ๆห่างไกลจากตัวเมืองมาก ประชาชนก็ไม่ได้มั่งคั่งร่ำรวย สิ่งต่างๆก็ไม่อุดมสมบูรณ์ ทุกคนได้แต่เฝ้ารอคอยความช่วยเหลือจากคนต่างถิ่นเท่านั้น ดูถึงตรงนี้ภาพก็ค่อยๆเลือนราง แล้วลำแสงก็มารับทุกคนกลับไป)

เซียนกวน : ตอนนี้ขอเชิญทุกท่านลงไปด้านล่าง

ชิงเซิง : ท่านเซียนกวนครับ ปรากฏการเมื่อครู่นี้มันคืออะไรครับ?

เซียนกวน : นี่ก็คือสภาพเหตุการณ์ที่วิญญาณโจวจะต้องเผชิญต่อไปในภายภาคหน้า

ชิวเซิง : ที่แท้การวางแผนทำลายผู้อื่นเพื่อแย่งชิงทรัพย์สมบัตินั้น เป็นบาปที่จะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก

เซียนกวน : ถูกต้อง

พุทธะจี้กง : เวลาดึกแล้ว พวกเรากลับกันได้แล้ว

เซียนกวน : น้อมส่งท่านพุทธะจี้กงและท่านพู่กันทรง

ชิวเซิง : ผู้น้อยขอบคุณท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสองที่ช่วยอำนวยความสะดวก

พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว ศิษย์เราจงกลับเข้าร่าง

ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์

บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

บันทึกไว้อ่านภายหลังหรือแบ่งปันให้คนที่คุณห่วงใย

♡ เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ท่องนรกอเวจีใหม่

เป่ยเทียนอวี้หมอต้าซื่อเจี่ยง ประทับทิพย์ญาณ

เป่ยเทียนอวี้หมอต้าซื่อเจี่ยง ประทับทิพย์ญาณ หนังสือเสร็จ พลังกล่อมเกลา แผ่ขยาย ยินดีด้วย ได้หนังสือสอนความดี...

อ่านต่อ
ท่องนรกอเวจีใหม่

เฉาเทียนกงเทียนซั่งเซิ่งหมู่ ประทับทิพย์ญาณ

เฉาเทียนกงเทียนซั่งเซิ่งหมู่ ประทับทิพย์ญาณ ความลับอเวจีแดนทุคติแยกให้เห็น ทัณฑ์นรกเหี้ยมไม่เว้นแพร่งพรายสู่โล...

อ่านต่อ
ท่องนรกอเวจีใหม่

ตอนที่ 36 ข้อแนะนำสำหรับการใช้หนังสือมาขจัดกรรม

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ มหาเมตตา ปรารถนาให้นรก ว่างไร้สิ้น ปกโปรดเวไนย์ทั่วถิ่น สู่โลกแห่ง เอกภาพ ศาสดายมโลก...

อ่านต่อ