← กลับไปหน้าบทความ พระบรมหมารัตนเทวราชโองการไขความลับนรกภูมิ

เทพเมิ่งผอ

เทพเมิ่งผอ เกิดในต้นราชวงศ์ฮั่น (ก่อน ค.ศ. 222 ถึง ค.ศ.220) ได้เรียนหนังสือ และสวดมนต์ภาวนาตั้งแต่เด็กเป็นคนที่เรื่องอดีตไม่ระลึก เรื่องอนาคตไม่กังวล ช่วงมีชีวิตอยู่มีแต่แนะนำคนละเว้นการฆ่าสัตว์ กินอาหารมังสวิรัติเมื่ออายุ 81 ถึงผมจะขาวโพลนแต่หน้าตายังเหมือนเด...

MINDCYBER JOURNALเทพเมิ่งผอ

เทพเมิ่งผอ เกิดในต้นราชวงศ์ฮั่น (ก่อน ค.ศ. 222 ถึง ค.ศ.220) ได้เรียนหนังสือ และสวดมนต์ภาวนาตั้งแต่เด็กเป็นคนที่เรื่องอดีตไม่ระลึก เรื่องอนาคตไม่กังวล ช่วงมีชีวิตอยู่มีแต่แนะนำคนละเว้นการฆ่าสัตว์ กินอาหารมังสวิรัติเมื่ออายุ 81 ถึงผมจะขาวโพลนแต่หน้าตายังเหมือนเด็ก เป็นสาวพรหมจาริณีชั่วชีวิต ทราบแต่ตัวเองแซ่เมิ่ง แต่ไม่รู้ตัวเองชื่ออะไร ฉะนั้นคนทั่วไปจึงเรียกท่านว่า “คุณยายเมิ่งผอ”

คุณยายเมิ่งผอ ได้บำเพ็ญพรตภาวนาธรรมตามป่าเขาจนถึงปลายราชวงศ์ฮั่น (ค.ศ.25 ถึง ค.ศ. 220 ) ช่วงนั้นมนุษย์ที่มีวิชาแกร่งกล้าสามารถระลึกชาติ ชอบเที่ยวตามหาเครือญาติเหล่ากอ ชอบอวดสติปัญญาแสดงความเฉลียวฉลาด เปิดเผยความลับในยมโลก ด้วยเหตุนี้เง็กเซียนฮ่องเต้พระผู้เป็นเจ้าบนสวรรค์ ทรงมีพระบัญชาแต่งตั้งแม่นางเมิ่งผอเป็นเทพในแดนสนธยา สร้างหอ “ลืมชาติ” ขึ้น 1 หอ อนุญาตให้มีสิทธิคัดเลือกเจ้าหน้าที่ผีมาใช้งาน นำวิญญาณผีที่ผ่านการพิจารณาตัดสินจาก 10 ตำหนัก ว่าควรไปเกิดเป็นมนุษย์ ณ ที่แห่งหนใดเข้ามาในหอลืมชาตินี้ ใช้ยาพื้นบ้านของชาวโลกมาผสมกลั่นเป็นน้ำยาที่ดูแล้วคล้ายเหล้าแต่ก็ไม่ใช่เหล้า มีรส ขม หวาน เปรี้ยว เค็ม เผ็ด บรรดาวิญญาณที่จะไปเกิดใหม่ ต้องถูกส่งมาดื่มน้ำเมานี้ เพื่อให้ลืมเรื่องราวต่างๆ ของอดีตชาติเมื่อไปเกิดในโลกมนุษย์ จะมีอาการ บ้างเหม่อลอยน้ำตาไหล บ้างหัวเราะจนเหงื่อตกบ้างวิตกจริตจนน้ำมูกน้ำตาไหล บ้างร้องห่มร้องไห้หรืออารมณ์ฉุนเฉียว บ้างถ่มน้ำลายหรือวิตกหวาดหวั่น วิญญาณผีต่างจะนำโรคาพยาธิ 1 หรือ 2 หรือ 3 ส่วนติดตัวไป ถ้าเป็นวิญญาณที่มีกุศลมาก เกิดใหม่จะมี หู ตา ที่ว่องไว จมูก ลิ้นที่มีความสัมผัสดีกว่าเก่า ร่างกายแขนขาที่แข็งแรงกว่าเก่าแต่ถ้าวิญญาณที่มีบาปมาก ไปเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ ซุ่มเสียงสติ ความเฉลียวฉลาด สังขาร จิตวิญญาณเลือดเนื้อ กำลังขวัญจะแย่กว่าเก่า หรือค่อยๆ ถูกบั่นทอนจนเหลือแต่สังขารที่อ่อนล้า สภาพเช่นนี้เป็นสิ่งบอกเหตุ เตือนให้มนุษย์ต้องรีบสำนึกผิด และมุ่งทำแต่ความดี

หอลืมชาติ ตั้งอยู่ข้างหน้าตำหนักของพญายมราชนอกสะพานวัฏฏะทั้ง 6 แห่ง ตำหนัก 10 เป็นหอสูงใหญ่รอบหอได้สร้างห้องซึ่งมีระเบียงติดต่อกันได้รวม 108 ห้อง ด้านตะวันออกของหอมีทางเล็กๆ อยู่สายหนึ่ง กว้างแค่ 1 ฟุต 4 นิ้วจีนทอดยาวไปยังสะพาน บรรดาวิญญาณชายหญิงที่ถูกส่งมาถึงที่นี่ เดินผ่านห้องระเบียง ซึ่งข้างในมีถ้วยชามน้ำดื่มคอยต้อนรับ วิญญาณผีจะดื่มมากดื่มน้อยแล้วแต่ความต้องการ แต่ถ้ามีผีเจ้าเล่ห์ที่ไม่ยอมดื่มน้ำล้างความทรงจำ เดินผ่านจุดตรวจใต้ขาจะปรากฏตะขอมีดเกี่ยวขาไว้ ข้างบนจะมีท่อทองแดงทิ่มแทงมายังลำคอ เมื่อวิญญาณผีได้รับความเจ็บปวด เจ้าหน้าที่ก็จะกรอกน้ำลืมตนใส่ปาก วิญญาณผีที่ดื่มน้ำล้างความทรงจำเรียบร้อยแล้ว มีอาการสะลึมสะลือ เจ้าหน้าที่จะประคองวิญญาณเหล่านั้น เดินออกจากเส้นทางเล็ก ผลักขึ้นสะพานลอยที่สานจากไม้ไผ่ผูกด้วยเชือกปอ ข้างล่างสะพานเป็นสายธารน้ำเลือดสีแดง ยืนอยู่กลางสะพานแลตรงไปฝั่งผาหินที่อยู่ตรงกันข้าม จารึกตัวหนังสืออยู่ 4 บรรทัดอักษรแต่ละตัวมีขนาดใหญ่เท่ากับถังตวงข้าวสาร มีใจความว่า “เกิดเป็นมนุษย์แสนง่ายไซร้ คนเป็นมนุษย์นั้นไม่ง่ายหวนเกิดมนุษย์ยากยิ่งหลาย จะเกิดแดนบุญนั้นไม่ยากปากใจตรงกันย่อมทำได้”

เมื่อวิญญาณผีกำลังอ่านบทความบนหน้าผา ฝั่งตรงข้ามปรากฏยมบาลรูปร่างสูงใหญ่สองท่าน แยกเป็นสองข้างกระโดดมายืนกลางเหนือน้ำ ท่านหนึ่งใส่หมวก และชุดเสื้อลายปักสีดำ มือถือพู่กันและสมุด หลังบ่าสะพายดาบคู่เอวแขวนเครื่องพันธนาการ ตาถลนทั้งสองข้าง ชอบหัวเราะเสียงดัง มีนามว่าหัวอู๋ฉาง (ชีวิตไม่จีรัง) ยมบาลอีกท่านหนึ่งหน้าตาเกรอะกรังด้วยเลือด ใส่ชุดสีขาว มือถือลูกคิดบ่าพาดย่ามข้าว อกแขวนกระดาษเงินกระดาษทองชอบถอนหายใจ มีนามว่าเซิงสื่อโหย่วเฟิน (เกิดหรือตายล้วนถูกลิขิต) เร่งรัดผลักดันเหล่าวิญญาณให้กระโดดลงแม่น้ำสีแดง วิญญาณที่มีมูลธรรมเบาบางก็ดีอกดีใจ กระโดดโลดเต้นที่จะได้ไปเกิดเป็นมนุษย์ วิญญาณที่มีมูลธรรมหนักแน่นก็รันทดสะอื้น โกรธเกลียดตัวเองช่วงมีชีวิตอยู่ กุศลกรรมสร้างไม่มากพอ อานิสงส์ไม่สามารถครอบคลุมถึงชาติที่จะเกิดใหม่ รากแห่งความทุกข์ยากไม่สามารถสลัดทิ้งวิญญาณผีชายหญิง หลงหลายเมามาย ต่างกระโดดเข้าสู่ห้องเกิดอินหยาง (หญิงชาย) แปรเปลี่ยนอึดอัดงงงวย กลับหัวไม่เป็นเสรี จนกระทั่งเท้าทั้งคู่กระทืบเยื่อรกแตก ร้องอุแว๊หลุดออกจากครรภ์มารดา เวลานานเข้าก็หลงใหลรสชาติอาหาร ไม่ห่วงสรรพชีวิต โพธิจิตค่อยๆ สูญสิ้น ผิดต่อพระเมตตาของพระพุทธโพธิสัตว์เจ้า และเทพเจ้าแห่งสรวงสวรรค์ ไม่ห่วงใยบั่นปลายชีวิตจะลงเอยด้วยวิถีใด จะสิ้นอายุขัยอย่างสงบหรือตายอย่างทรมาน

ข้อความ 32 บรรทัดข้างต้นนี้ เป็นการทูลเกล้าของเจ้าหน้าที่อาลักษณ์หอลืมชาติ และได้รับการโปรดเกล้าจากเง็กเซียนฮ่องเต้เทวราชเจ้าให้บันทึกรวมลงในเทวราชโองการประกาศให้ทั่วโลกมนุษย์รับทราบ

บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

บันทึกไว้อ่านภายหลังหรือแบ่งปันให้คนที่คุณห่วงใย

♡ เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

พระบรมหมารัตนเทวราชโองการไขความลับนรกภูมิ

น้อมแนะควรเคารพบูชา เทพเจ้าผีสางเทวดา

ขงจื๊อกล่าวว่า “บุญญาธิการของเทพเจ้าผีสางรุ่งเรืองยิ่งนัก” และกล่าวอีกว่า “เรื่องเทพเจ้าผีสาง ไม่เชื่อก็อย่าลบ...

อ่านต่อ
พระบรมหมารัตนเทวราชโองการไขความลับนรกภูมิ

เชิญชวน ให้ถนอมรักษ์ข้าวเปลือก และกระดาษอักษรฉบับชาวบ้าน

เทพเจ้าหวุนชังตรัสว่า “อย่าทิ้งขว้างกระดาษอักษร”เทพเจ้ากวนอูตรัสว่า “ควรถนอมบุญรักษ์ข้าว อย่าทำให้กระดาษอักษรเ...

อ่านต่อ
พระบรมหมารัตนเทวราชโองการไขความลับนรกภูมิ

ตำราเสริมสร้างอายุวัฒนะฉบับชาวบ้าน

ทารกที่อยู่ในครรภ์ ดำรงชีวิตอยู่ด้วยลมปราณและเลือดของมารดาค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง เมื่อครบสิบเดือน ก็หลุดจ...

อ่านต่อ
ติดตั้ง MindCyber บน iPhone/iPad

เปิดหน้านี้ด้วย Safari แล้วกดปุ่ม แชร์ จากนั้นเลือก “เพิ่มไปยังหน้าจอโฮม”