← กลับไปหน้าบทความ พระโอวาท

อริโยวาทฮ้อเซียนโจ้ว

กังวลทำไมทุกข์ไปทำไม ดอกไม้ป่าหอมต้นไม้ป่าแห้ง เมฆบนฟ้าเปล่งสีจรัสแสง เรื่องผิดถูกอย่าค้างแฝงทุกข์ตลอด ทำไมจะต้องทอดถอนใจห่วงกังวลไม่จบ แล้วทำไมจะต้องเศร้าหมองเรื่อยไปเล่า “ที่ต้องมาที่สุดก็มา ที่ต้องไปที่สุดต้องไป” ทั้งหลายให้มันเจริญไปตามธรรมชาติ ไม่ใช่หรือ...

MINDCYBER JOURNALอริโยวาทฮ้อเซียนโจ้ว

กังวลทำไมทุกข์ไปทำไม ดอกไม้ป่าหอมต้นไม้ป่าแห้ง

เมฆบนฟ้าเปล่งสีจรัสแสง เรื่องผิดถูกอย่าค้างแฝงทุกข์ตลอด

ทำไมจะต้องทอดถอนใจห่วงกังวลไม่จบ แล้วทำไมจะต้องเศร้าหมองเรื่อยไปเล่า “ที่ต้องมาที่สุดก็มา ที่ต้องไปที่สุดต้องไป” ทั้งหลายให้มันเจริญไปตามธรรมชาติ ไม่ใช่หรือ ศิษย์ธรรมทั้งหลาย เธอจงดูดอกไม้และต้นไม้ในป่าดูซิ พวกมันไม่ใช่หรือที่มีดอกหอมกระจายไปตามธรรมชาติ เมื่อต้นไม้แก่แล้ว มันก็แห้งเฉาไป แล้วเคยมีใครไปสนใจมันบ้าง ก้อนเมฆบนฟ้าที่ล่องลอยอย่างอิสระเสรี มีใครไปบงการมันเล่า มันก็เปล่งสีจรัสแสงไปตามธรรมชาติแล้วมันแตกกระจายหายไป เราผู้อยู่บนโลกนี้จะต้องไม่เอาเรื่องถูกผิดมาค้างคาซ่อนแฝงเอาไว้ เพราะมันจะทำให้ติดใจและโศกเศร้าไปตลอด จะต้องไม่กังวลไม่ทุกข์เศร้ากว่านี้

ปล่อยลมพวยพัดวิหารคอย เมฆหมอกลอยพันลอบบันไดฟ้า

ป่าเขาเตียนโล่งไร้ที่สืบหา นับประสาเกลอเก่ามาแต่ริมทะเล

ชะตาชีวิตที่กำหนด แวดล้อมที่สนองตอบ สุดแต่ธรรมชาติ สุดแต่เจ้าแห่งญาณ ด้วยคุณธรรมที่ยามพร้อมก็สามารถพลิกดินเพาะปลูกด้วยจักษุปัญญาไถหว่านไม่หยุด ผ่านเดือนผ่านปี ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ สางก็ดูดซับน้ำค้างออกให้ กลางคืนรับลมตกเหนือ ก็สามารถปรับปรุงนาที่เลวให้ญาณสัมผัสหน่อและราก ก็จักสามารถแทงพ้นดิน ชูก้านโดดเด่นงามข่มหมู่พฤกษา ย่อมเจริญด้วยปราณแท้ กลืนน้ำอมฤตลอยบิน นั่นคือชะตาชีวิตเปลี่ยนแปลงแล้ว อย่าได้ฝืนฟ้า ควรสนองตอบตามหลักธรรมสั่งสมปัญญา ก็สามารถสำเร็จได้ นอกจากนี้แล้ว ล้วนเป็นความคิดโง่หลงเอาชีวิตเข้าแลกก็เหนื่อยเปล่า หวังให้ทุกคนไตร่ตรองดียิ่งเอย


บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

บันทึกไว้อ่านภายหลังหรือแบ่งปันให้คนที่คุณห่วงใย

♡ เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง