← กลับไปหน้าบทความ ท่องนรกอเวจี

ครั้งที่ 13 พระราชินีแห่งราชวงศ์ฮั่น

พระจี้กงประทับทรง วันที่ 15 เมษายน 2527 เหลิงอำนาจ หลงรูปทรง ซึ่งไม่เที่ยง มุ่งแต่เพียง ลุโมหะ ริษยา คดีเศร้า ในอดีต ตีแผ่มา โอ้ หึงษา เหตุนำ ตำนานเลือด พระจี้กง :จิตมนุษย์นั้นช่างน่ากลัว จิตริษยา จิตเหี้ยมโหด จิตพยาบาท จิตประทุษร้าย จิตโอหัง จิตไม่เป็นสุข จิต...

MINDCYBER JOURNALครั้งที่ 13 พระราชินีแห่งราชวงศ์ฮั่

พระจี้กงประทับทรง วันที่ 15 เมษายน 2527

เหลิงอำนาจ หลงรูปทรง ซึ่งไม่เที่ยง

มุ่งแต่เพียง ลุโมหะ ริษยา

คดีเศร้า ในอดีต ตีแผ่มา

โอ้ หึงษา เหตุนำ ตำนานเลือด

พระจี้กง :จิตมนุษย์นั้นช่างน่ากลัว จิตริษยา จิตเหี้ยมโหด จิตพยาบาท จิตประทุษร้าย จิตโอหัง จิตไม่เป็นสุข จิตเหล่านี้ล้วนเป็นจิตที่ให้โทษ ในคัมภีร์กล่าวว่า “จิตให้โทษบุคคลมิพึงมี” ทว่าในโลกนี้ก็ยังมีบุคคลดื้อรั้น ไม่ยอมเชื่อฟังโอวาท คิดว่าการให้โทษบุคคลอื่นเป็นเรื่องสนุก ดังนั้นจึงมักก่อเหตุวุ่นวายเป็นเนืองนิจ เช่น ยุยงให้ทำร้ายบุคคลอื่น โดยเฉพาะการวางแผนฆ่าคน

ไช่เซิง :จริงของอาจารย์ จิตมนุษย์นั้นอันตรายจริง ๆ ทว่าไฉนวันนี้อาจารย์ถึงได้พูดเรื่องนี้ขึ้นมา

พระจี้กง :ก็วันนี้แหละ ที่อาจารย์จะนำเธอไปดูสภาพลงเอยของบุคคลเช่นว่านี้

ไช่เซิง :คงน่าสังเวชไม่น้อย

พระจี้กง :เมื่อเธอเห็นแล้วจะรู้เองตอนนี้ขอปิดไว้ก่อน

ไช่เซิง :ครับ...งั้นผมจะไม่ถามละ

พระจี้กง :เราออกเดินทางกันเถอะ

ไช่เซิง :ครับ...ผมนั่งดอกบัวมั่นดีแล้ว ไปได้แล้วครับ

พระจี้กง :ไช่เซิง...ตั้งแต่เปิดสำนักมา รู้สึกเป็นไงบ้าง ?

ไช่เซิง :ศิษย์ปัญญาน้อย ที่ทุกวันนี้สามารถแบกภารกิจทางธรรมของทั้งสองแห่งได้ ผมก็ยังประหลาดใจตนเองแต่เมื่อพิเคราะห์ดูแล้ว ก็คงเป็นเพราะมีเหล่าเทพพรหมคอยให้การส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ผมสามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้อย่างราบรื่น ดังนั้น กระผมจึงขอขอบใจในความเมตตาการุณย์ของเทพพรหมทุกท่าน และการสนับสนุนให้กำลังใจอย่างต่อเนื่องของสาธุชนผู้เปี่ยมด้วยจิตกุศลทั้งหลายด้วย ผมรู้สึกขอบใจจริง ๆ

พระจี้กง :ควรใช้คำว่า “ขอบคุณ” ดีกว่า “ขอบใจ” เพราะว่าหากใครคนหนึ่งจิตใต้สำนึกรู้สึกขอบคุณอยู่ในใจแล้ว คนนั้นก็จะไม่น้อยเนื้อต่ำใจ และไม่วาจะอยู่ในท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่ยากลำบากเพียงใด เขาก็ย่อมรู้จักพอใจในสิ่งที่ตนประสบอยู่ ทว่าบางคนมิเป็นเช่นนั้น ชอบไปโทษฟ้าดินโดยกล่าวทำนองว่า “สวรรค์เบื้องบนอยุติธรรม” ซึ่งแท้จริงนั้นสวรรค์เบื้องบนยุติธรรมเสมอ

ไช่เซิง :อาจารย์หมายความว่าอย่างไร?

พระจี้กง :เธอลองคิดดูซิ การหมุนรอบตัวเองของโลก การโคจรของดวงจันทร์ อากาศร้อนหรือหนาวของฤดูกาลที่หมุนเวียน การเวียนเกิดเวียนตาย อายุยืนหรือสั้นของคน เหล่านี้ย่อมเป็นไปตามกำหนด ดังนั้นดวงชะตาของทุกคน ล้วนแต่ตนเองเป็นผู้สร้างขึ้นและกำหนดเอง วิบากกรรมของคนก็เช่นกัน ล้วนแต่ตนเป็นผู้สานก่อขึ้นเองทั้งสิ้นทำดีก็ได้ผลที่ดีตอบ แต่วิธีการบำเพ็ญธรรมนั้นแตกต่างกัน การบำเพ็ญธรรมดุจเรือแพแล่นทวนกระแสน้ำ ดังนั้นจึงจำต้องผ่านการทดสอบจากความทุกข์ยากลำบากเสียก่อน

ไช่เซิง :มิน่า...จึงมีบางคนโอดครวญว่า ทำดีไม่ได้รับผลดีตอบแทน แท้ที่จริงคนที่มีความเห็นเช่นนี้ เพราะเข้าใจความหมายแห่งการบำเพ็ญธรรมคลาดเคลื่อนไปนั่นเอง

พระจี้กง :ใช่แล้ว ...มีนักปฏิบัติธรรมบางคนอาจหลงอยู่ระหว่างทางเสียพักใหญ่ บางคนปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง บางคนก็ละทิ้งเสียกลางคันก็มี

ไช่เซิง :ถ้าละทิ้งกลางคันก็น่าเสียดายมาก

พระจี้กง :นี่แล้วแต่บุพกรรมของตน เช่น สติปัญญาไม่พอบ้าง หรือมีเจ้ากรรมนายเวรมาก เหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคแก่การบำเพ็ญธรรม เว้นแต่ผู้มีความเพียรมั่นคงมีใจใฝ่ธรรมะไม่เสื่อมถอย จึงจะสามารถก้าวสู่ภูมิสวรรค์เมืองแมน

ไช่เซิง :ขอให้นักปฏิบัติทั่วหล้า จงมุ่งมั่นสู่ทิศทางนี้ไม่เปลี่ยนอุดมการณ์

พระจี้กง :เอาละ...หัวหน้าของแดนนี้ได้รออยู่นานแล้วเราลงไปเถอะ

ไช่เซิง :ครับ...กระผมนายไช่เซิง ขอคารวะท่านหัวหน้าครับ

หัวหน้า :ไช่เซิง ตามสบาย ...แต่เอ...ลิขิต “ท่องอเวจี” ไม่ใช่คุณชิวเซิงหรือ ? ทำไมเปลี่ยนเป็นคุณไช่เซิงล่ะ ?

พระจี้กง :ฮ่าฮ่า เดิมทีหนังสือเรื่องนี้ กะว่าจะแบ่งเป็น 2 เล่ม แต่เพื่อให้ชาวโลกได้อ่านหนังสือ “ท่องอเวจี” อย่างต่อเนื่องรวดเร็วขึ้น ดังนั้นจึงได้เร่งงานมาลิขิตนอกโปรแกรม

หัวหน้า :อ๋อ...อย่างนี้เอง ..เข้าไปพักผ่อน ข้างในก่อนเถอะ

พระจี้กง :อาตมาว่าไม่ต้องหรอก ภารกิจสำคัญกว่า เราตรงเข้าไปดูในคุกเลยดีกว่า

หัวหน้า :ก็ดีเหมือนกัน (ขณะนี้พระจี้กงและหัวหน้าเดินเข้าไปในคุก ไช่เซิงเดินตามหลัง พระจี้กงเอาดวงแก้ววิเศษออกจากกล่องส่องสว่างไสว)

ไช่เซิง :โอ....ช่างน่าสะพรึงกลัว สถานที่เช่นนี้อยู่กันได้อย่างไร ? เอ...นั่นไฉนมีสัตว์รูปร่งกลม ๆ ร้องเสียงอู้อี้

หัวหน้า :นั่นไม่ใช่สัตว์

ไช่เซิง :ไม่ใช่สัตว์แล้วเป็นอะไรครับ ?

หัวหน้า :เธอเข้าไปดูใกล้อีกหน่อยจะรู้เอง

ไช่เซิง :ก็ยังดูไม่ออกว่าเป็นอะไร

พระจี้กง :อาจารย์จะเสกน้ำมนต์ เดี๋ยวก็รู้เอง

ไช่เซิง :โอ นั่นเป็นคนนี่....เป็นคนที่ไร้แขนขาและตาดูน่าสะพรึงกลัว

พระจี้กง :ไช่เซิงเธอทราบไหมว่าเขาคือใคร ?

ไช่เซิง :เป็นใครครับ?

พระจี้กง :เป็นบุคคลที่มีอำนาจราชศักดิ์สูงส่งคนหนึ่ง

ไช่เซิง :แบบนี้ผมเดาไม่ถูก จะต้องให้ผมเข้าไปสัมภาษณ์ไหมครับ ?

พระจี้กง :เขาทั้งหูหนวด ทั้งใบ้ ทั้งตาบอด เธอไม่มีทางสัมภาษณ์เขาได้หรอก เดี๋ยวให้ท่านหัวหน้าอธิบายดีกว่า (พระจี้กงเรียกหัวหน้าแดน)

หัวหน้า :ท่านจี้กงเรียกผม ไม่ทราบว่ามีอะไรครับ ?

พระจี้กง :เนื่องจากวิญญาณบาปคนนี้ ไม่สามารถพูดจา อยากขอให้ท่านช่วยอธิบายถึงการก่อกรรมชั่วของเขาสมัยเป็นมนุษย์ เพื่อบันทึกลงในหนังสือเป็นอุทาหรณ์แก่ชาวโลก

หัวหน้า :ได้ครับ...พูดถึงคนผู้นี้ เป็นบุคคลสูงศักดิ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในประวัติศาสตร์จีน

ไช่เซิง :บุคคลสูงศักดิ์คนไหนครับ?

หัวหน้า :ก็คือ “พระราชินีลื่อ” พระชายาพระเจ้าฮั่นเกาโจว จักรพรรดิผู้สถาปนาราชวงศ์ฮั่น

ไช่เซิง :เมื่อเป็นถึงพระราชินี ไฉนจึงมีสภาพเป็นเช่นนี้ ?

หัวหน้า :เรื่องนี้เธอคงไม่รู้

ไช่เซิง :ขอรบกวนท่านหัวหน้าช่วยอธิบายให้กระจ่างด้วยครับ

หัวหน้า :ย้อนหลังถึงพระเจ้าฮั่นเกาโจวเล่าปัง (หลิวปัง) สมัยยังหนุ่มก็เคยตกอับอยู่ช่วงระยะหนึ่ง ตอนนั้นนางลื่อก็ยังติดตามร่วมทุกข์สุขกับเล่าปัง ไปทุกแห่งเพื่อสร้างประเทศ

ไช่เซิง :แล้วเขาสร้างบาปกรรมใด ? จึงต้องตกมาอยู่ในสภาพเช่นนี้

หัวหน้า :เรื่องมีสาเหตุที่มา ที่เขาต้องมีสภาพเช่นทุกวันนี้คือ ตอนแก่ชรา เนื่องจากอายุมาก สมรรถภาพทางเพศเสื่อมถอยไปตามวัย และสามีเขาคือพระเจ้าฮั่นเกาโจวเป็นถึงประมุขของประเทศ ดังนั้นจึงมีนางสนมอยู่ในวังหลังจำนวนมาก ในจำนวนนั้นมีนางสนมคนหนึ่งชื่อ “พระนางเช็ก” ซึ่งเป็นที่ทรงโปรดปรานมากที่สุด ดังนั้นจึงทำให้ราชินีลื่อเกิดความหึงหวงริษยา พยายามทุกวิถีทางที่จะกำจัดพระนางเช็ก แต่ก็ถูกพระเจ้าฮั่นเกาโจงพยายามปกป้อง จึงได้รอดพ้นภัย ราชินีลื่อเห็นดังนั้น ก็ยิ่งเพิ่มความเคียดแค้นอยู่ในใจดังไฟสุมอก จนเมื่อพระเจ้าฮั่นเกาโจวสวรรคตแล้ว พระราชินีลื่อจึงได้สั่งให้คนจับพระนางเช็กไปตัดแขนขา ควักดวงตาทั้งสองข้าง ตีแก้วหูจนแตก และตัดลิ้นจนขาด เป็นเหตุให้พระนางเช็กทั้งหูหนวก ทั้งใบ้ ทั้งตาบอด และทั้งเดินเหินไม่ได้ จากนั้นก็นำพระนางเช็ก ไปขังไว้ในอุโมงค์ของสวนดอกไม้วังหลังขานนามว่า “มนุษย์สุกร” การปฏิบัติดังกล่าวนับว่า เป็นการฆ่าคนที่ทารุณป่าเถื่อนที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติก็ว่าได้

ไช่เซิง :โอ เหี้ยมโหดเหลือเชื่อ อย่างนี้แปลว่าผู้ใดสร้างกรรมใดก็ต้องรับกรรมนั้นทุกกระเบียดนิ้วเลยน่ะซิ

หัวหน้า :แน่นอน...อย่างการกระทำที่โหดเหี้ยมและจิตใจที่ป่าเถื่อนเช่นนี้ จะสามารถหนีพ้นเงื้อมมือของกฏแห่งกรรมได้หรือ ?

ไช่เซิง :ดังนั้น ทุกวันนี้จึงต้องรับโทษทัณฑ์อันสุดแสนทุกข์ทรมานจากขุมนรกจนเขาไม่อาจได้ยิน ไม่อาจพูด ไม่อาจมองเห็น ไม่อานเดินเหินไปไหน และมีรูปร่างไม่เหมือนผู้คนใช่ไหมครับ ?

หัวหน้า :ใช่แล้ว นี่คือการส่งผลของกรรมที่ก่อ

ไช่เซิง :นี่เป็นเพราะจิตริษยาในขณะนั้น ที่พลิกผันจนต้องมีสภาพเป็นเช่นนี้ ซึ่งไม่คุ้มกันเลย

พระจี้กง :ฉะนั้น อย่าคิดว่าจิตริษยาเป็นเรื่องเล็กน้อยเพราะเมื่อผลแห่งกรรมชั่วสุกงอมเต็มที่แล้วก็ย่อมสามารถก่อเป็นเรื่องเศร้าสลดเป็นประวัติการณ์ได้ ผลแห่งกรรมของราชินีลื่อ ก็คือตัวอย่างเป็นอุทาหรณ์อย่างดีอันหนึ่ง เอาละ...ดึกมากแล้ว วันนี้ยุติเพียงเท่านี้ก่อน

ไช่เซิง :ขอบพระคุณในความเอื้อเฟื้อของท่านหัวหน้า กระผมขอลาก่อน

หัวหน้า :ขอส่งท่านจี้กงและคุณไช่เซิง

พระจี้กง :ไช่เซิงขึ้นนั่งดอกบัวให้เรียบร้อย

ไช่เซิง :ผมนั่งมั่นดีแล้ว อาจารย์กลับได้

พระจี้กง :ถึงสำนึกเซิ่งเทียนแล้ว ไช่เซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าร่าง


บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

บันทึกไว้อ่านภายหลังหรือแบ่งปันให้คนที่คุณห่วงใย

♡ เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง