← กลับไปหน้าบทความ ท่องนรกอเวจีใหม่

ตอนที่ 31 นรกอเวจีลงโทษคนที่ไม่กตัญญู

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ ความรักของพ่อแม่ จะหาสิ่งใดเทียบได้เล่า ลูกกตัญญูยามแก่เฒ่า ดั่งพบฤดูใบไม้ผลิ ตั้งใจอบรมสั่งสอน หวังลึกๆเฝ้าดำริ ตลอดกาลโลกนี้สิ มีแต่ลูกกตัญญู พุทธะจี้กง : ตั้งแต่คนเกิดมาร้องอุแว้ๆ นอกจากกายเนื้อนี้แล้วก็ไม่ได้นำอะไรติดตัวมาแม้แต่อย...

ตอนที่ 31 นรกอเวจีลงโทษคนที่ไม่กตัญญู

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ

ความรักของพ่อแม่ จะหาสิ่งใดเทียบได้เล่า

ลูกกตัญญูยามแก่เฒ่า ดั่งพบฤดูใบไม้ผลิ

ตั้งใจอบรมสั่งสอน หวังลึกๆเฝ้าดำริ

ตลอดกาลโลกนี้สิ มีแต่ลูกกตัญญู

พุทธะจี้กง : ตั้งแต่คนเกิดมาร้องอุแว้ๆ นอกจากกายเนื้อนี้แล้วก็ไม่ได้นำอะไรติดตัวมาแม้แต่อย่างเดียว ได้รับความรักจากพ่อแม่คอยดูแลเอาใจใส่อย่างทะนุถนอมโดยไม่คิดราคา กลัวว่าลูกจะป่วยไข้ หากลูกป่วยไข้แม้แต่น้อย จิตใจของพ่อแม่ก็ยากที่จะสงบลงมาได้ คอยดูแลปกป้องทั้งวันทั้งคืน ไม่นึกอยากอาหาร จนกระทั่งลูกค่อยๆเติบใหญ่ พ่อแม่ก็อายุมากแล้ว ตอนนี้ลูกกลับรังเกียจพ่อแม่ว่าจู้จี้ขี้บ่น พ่อแม่ป่วยไข้ไม่เพียงไม่ดูแลเอาใจใส่กลับคิดรังเกียจขยะแขยง ความกตัญญูเลือนหายทำให้อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ ใจคนไม่ดีงามเหมือนเก่า ดังนั้นฟ้าจึงประทานภัยพิบัติลงมาสู่โลกมนุษย์เพื่อเปลี่ยนแปลงจิตใจคนให้หวนกลับคืนสู่ความกตัญญู แล้วสรรค์สร้างแดนสุขาวดีที่อิสระเสรี เอาล่ะ! ประทานยันต์ให้ศิษย์เผาดื่ม วิญญาณออกจากร่าง

ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์

พุทธะจี้กง : ศิษย์เราไม่ต้องมากพิธี รีบขึ้นบัลลังก์บัวเถอะ

ชิวเซิง : พระอาจารย์ครับ ฟ้าดินกว้างใหญ่ ทำไมจึงเกิดภัยพิบัติขึ้นมากมายไม่หยุด แล้วภัยพิบัติก็ไม่มีแบ่งเชื้อชาติ?

พุทธะจี้กง : ฟ้าดินเดิมทีไม่มีการแบ่งเขตแดน คนอาศัยเหตุแห่งปฏิจจสมุปบาททั้งสิบสอง และเหตุต้นผลกรรมสามชาติที่ถูกจัดวางไว้อย่างประจวบเหมาะ ดังนั้นแต่ละยุคแต่ละชาติที่เกิดมาในแต่ละครั้งจึงมีเชื้อชาติที่แตกต่างกัน แต่ภัยพิบัติต่างๆนั้นไม่มีแบ่งสัญชาติ ไม่มีแบ่งเชื้อชาติ ก็คือแรงกรรมจากเหตุต้นผลกรรมที่คอยตามติด ถึงแม้ว่าจะผ่านการเวียนว่ายตายเกิดมาหลายภพชาติ ถ้าหากเหตุยังไม่ส่งผล เหตุก็ยังคงอยู่ตลอดไป ส่วนตนเองก็ยังคงอยู่ในสภาวะที่ล่อแหลมต่ออันตราย ไม่ว่าจะเนิ่นนานซักเท่าไหร่เหตุต้นผลกรรมก็ยังรอเวลาที่จะส่งผล นั่นก็คือเหตุต้นผลกรรมที่ไม่ดับสูญ ดังนั้น คนที่ต่างเชื้อชาติกันแต่มีแรงกรรมเหมือนกัน บางครั้งอาจจะประสบภัยในช่วงเวลาและสถานที่เดียวกัน หรืออาจจะประสบภัยต่างช่วงเวลาต่างสถานที่กัน ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่ากรรมร่วม แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามสรุปแล้วก็คือได้ชำระเหตุต้นผลกรรมแล้ว เอาล่ะ! ท่านเซียนกวนและขุนพลทั้งสองมารอพวกเราแล้ว ศิษย์เรารีบไปคารวะเร็ว

ชิวเซิง : ผู้น้อยคารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง

เซียนกวน : ไม่ต้องมากพิธี คารวะท่านพุทธะจี้กง

พุทธะจี้กง : ไม่ต้องมากพิธี

เซียนกวน : ขอเชิญทุกท่านด้านใน

ชิวเซิง : (เข้ามาภายในคุก ทางด้านขวามีวิญญาณบาปถูกแขวนห้อยอยู่บนเสาทองแดงเรียงกันเป็นแถวๆ ในปากมีของเหลวสีขาวไหลออกมาช้าๆ กลิ่นเหม็นคาว เหม็นแสบจมูก) พระอาจารย์ครับ กลิ่นเหม็นพวกนี้มันคืออะไรกันครับ? กลิ่นเหม็นจนทำให้คนรู้สึกคลื่นไส้อยากจะอ๊วก

พุทธะจี้กง : เจ้านี่ช่างไม่มีความอดทนเอาซะเลย รีบดื่มน้ำอมฤตแล้วกินยาสลายพิษนี่ซะ!

ชิวเซิง : เฮ่อ! กินยากับน้ำอมฤตแล้วรู้สึกสดชื่นขึ้นเยอะเลย (ทางด้านซ้ายมีวิญญาณบาปกลุ่มหนึ่งถูกทรมานจนผิวหนังสั่น เนื้อหนังแตกกระจายไปทั่วทิศ เหมือนกับข้าวโพดป๊อปคอร์น ตรงกลางไหม้เกรียมมีกลิ่นเหม็น มีวิญญาณบาปถูกควักหัวใจออกมารวมๆกันเป็นก้อนๆใส่ลงในหม้อสามขา หม้อสามขาใหญ่เท่าภูเขา หัวใจของวิญญาณบาปหนึ่งก้อนเต็มอยู่ในหม้อสามขานั้น จะสิบก้อน ร้อยก้อน ต่างก็เต็มอยู่ในหม้อสามขานั้น บนหม้อสามขามีเสาทองแดงทุบหัวใจเหล่านั้น มองเห็นน้ำแดงๆเจิ่งนองรวมกันอยู่ที่พื้น ไม่ง่ายเลยที่จะหยุดทุบ เมื่อหยิบหัวใจออกมาปรากฏว่าหัวใจแตกกระจายเป็นเศษๆชิ้นๆ หลังจากนั้นก็เปลี่ยนไปใช้ไม้บีบขา บีบที่ขาทั้งคู่ของวิญญาณบาป บีบจมลึกเข้าไปในเนื้อและกระดูก ทั่วทั้งคุกเต็มไปด้วยเสียงร้องด้วยความโศกเศร้า ทำให้รู้สึกเศร้าจริงๆ) ท่านเซียนกวนครับ เหตุใดพวกเขาเหล่านี้จึงถูกลงโทษอย่างโหดเหี้ยมทารุณเช่นนี้?

เซียนกวน : วิญญาณบาปเหล่านี้ตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่อกตัญญูต่อพ่อแม่ ไม่เคารพบุพการี ไม่เพียงไม่รู้จักเลี้ยงดูพ่อแม่ กลับเหยียดหยามท่าน ปฏิบัติต่อท่านอย่างโหดร้ายทารุณ ดังนั้นจึงตกอยู่ในสภาพที่น่าอนาถเช่นนี้ นี่ก็คือบาปกรรมที่ตนสร้างเอง

ชิวเซิง : จะมีวิธีสลายบาปกรรมไหมครับ?

เซียนกวน : ชาวโลกที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลกหากเคยเนรคุณอกตัญญูต่อพ่อแม่ เมื่อได้ยินเรื่องราวเหล่านี้แล้วปรารถนาจะสลายบาปกรรม จะต้องสำนึกผิดขอขมาต่อหน้าพ่อแม่ สำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง วอนขอให้พ่อแม่ยกโทษให้อภัย ต่อจากนั้นจะต้องถวายธูปหอม ดอกไม้ ผลไม้ อาหารเจ ต่อเบื้องหน้าองค์พระพุทธะ แล้วจุดพุทธประทีบถวายเจ็ดรอบ ต่อมาให้สำนึกขอขมาความผิดบาป ทำเช่นนี้เป็นระยะเวลาเจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้าวัน ทำอย่างต่อเนื่องไม่ขาดช่วงไม่ขาดตอน ทุกๆวันสวดท่องมหากรุณาจิตธารณีสูตรเจ็ดจบแล้วอุทิศ ปฏิบัติตามวิธีนี้ ไม่สร้างบาปกรรมอีกต่อไป จึงจะสามารถสลายบาปกรรมได้ไม่ถึงหนึ่งในพันหมื่นส่วน ถ้ายึดมั่นปฏิบัติอย่างแน่วแน่เคร่งครัดตลอดชีวิต ก็จะสามารถตัดกรรมได้อย่างแน่นอน

ชิวเซิง : ขอบคุณท่านเซียนกวนที่ชี้แนะ

พุทธะจี้กง : กลับเถอะ

ชิวเซิง : ขอบคุณท่านเซียนกวน และท่านขุนพลทั้งสองที่ช่วยอำนวยความสะดวก

พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว ศิษย์เราจงกลับเข้าร่าง

ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์


บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

บันทึกไว้อ่านภายหลังหรือแบ่งปันให้คนที่คุณห่วงใย

♡ เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ท่องนรกอเวจีใหม่

เป่ยเทียนอวี้หมอต้าซื่อเจี่ยง ประทับทิพย์ญาณ

เป่ยเทียนอวี้หมอต้าซื่อเจี่ยง ประทับทิพย์ญาณ หนังสือเสร็จ พลังกล่อมเกลา แผ่ขยาย ยินดีด้วย ได้หนังสือสอนความดี...

อ่านต่อ →
ท่องนรกอเวจีใหม่

เฉาเทียนกงเทียนซั่งเซิ่งหมู่ ประทับทิพย์ญาณ

เฉาเทียนกงเทียนซั่งเซิ่งหมู่ ประทับทิพย์ญาณ ความลับอเวจีแดนทุคติแยกให้เห็น ทัณฑ์นรกเหี้ยมไม่เว้นแพร่งพรายสู่โล...

อ่านต่อ →
ท่องนรกอเวจีใหม่ต

ตอนที่ 36 ข้อแนะนำสำหรับการใช้หนังสือมาขจัดกรรม

พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ มหาเมตตา ปรารถนาให้นรก ว่างไร้สิ้น ปกโปรดเวไนย์ทั่วถิ่น สู่โลกแห่ง เอกภาพ ศาสดายมโลก...

อ่านต่อ →
ติดตั้ง MindCyber บน iPhone/iPad

เปิดหน้านี้ด้วย Safari แล้วกดปุ่ม แชร์ จากนั้นเลือก “เพิ่มไปยังหน้าจอโฮม”