พระธรรมบทคำกลอน
อนุสรณ์ในฉลองพระชนมายุครบ ๗๒ พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (กิตติโสภณมหาเถระ) ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๐๔
| ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า | เพราะธรรมอาศัยจิตคิดเป็นฐาน |
| ใจประเสริญเลิศสฤษฎ์ซึ่งกิจการ | บรรดางานย่อมสัมฤทธิ์ด้วยจิตดล |
| หากคนมีใจหมองเพราะครองโทษ | ย่อมพูดโฉดทำชั่วทั่วทุกหน |
| ทุกข์ย่อมติดตามต้องสนองตน | ดุจล้อวนตามเต้ารอยเท้าโค ฯ |
พระครูกิตติฌานวิสุทธิ์ | |
| ใจเป็นหัวหน้านำให้ธรรมเกิด | แสนประเสริฐสุดจรัสประภัสสร |
| เครื่องสัมฤทธิ์บุญกรรมกลัมพร | เป็นอากรกิจจาบรรดามี |
| หากคนใจใสสะอาดปราศโทษกล้ำ | ย่อมพูดทำเป็นสง่าสีราศี |
| สุขย่อมตามเขาไปเพราะใจดี | ดังเงาที่ตามตนทุกหนไป ฯ |
พระมหาพูนศักดิ์ อินฺทฏฺฐานิโย | |
| ชนเหล่าใดเข้าไปผูกใจโกรธ | ว่ามันโจทด่าประจานประหารฉัน |
| มันผจญปล้นชิงสิ่งของกัน | เวรของเขาเหล่านั้นไม่บรรเทา |
| แต่เหล่าใดย่อมไม่ผูกใจโกรธ | ว่ามันโจทด่าประจานประหารเปล่า |
| มนผจญปล้นชิงสิ่งของเขา | เวรของเขาเหล่านั้นบรรเทาลง ฯ |
พระพรหมจริยาจารย์ | |
| ตั้งแต่ไหนไรมาในหล้านี้ | เวรไม่มีสงบเย็นด้วยเวรสนอง |
| แต่ระงับดับเข็ญเวรไม่จอง | นี้ธรรมของคนเก่าเล่ากันมา ฯ |
พระพรหมจริยาจารย์ | |
| คนยังมีกิเลสขังดังน้ำฝาด | ทั้งไปปราศจากทมะสัจจะสิ้น |
| จักครองผ้ากาสาว์ปิดกายิน | เป็นมลทินแก่ผ้าหาสมควร |
| ส่วนคนใดคลายกิเลสมีเจตมั่น | ในศีลอันผ่องผุดสุดสงวน |
| ความฝึกหัดสัจซึ้งถึงทั้งมวล | เขาย่อมควรครองผ้ากาสาว์ครันฯ |
พระมหาทองสุก สุวณฺณสุกฺโก | |
| ผู้รู้สิ่งไร้ค่าว่าสาระ | มีทัศนะในประโยชน์ว่าหมดสาร |
| มีความดำริผิดติดดวงมาน | ไม่พบพานสารธรรมล้ำบวร |
| ส่วนผู้ใดไม่เห็นดังเช่นว่า | รู้สาราสาระตามพระสอน |
| มีดำริชอบเด่นเป็นโคจร | ประสพพรนิพพานศาสติธรรม ฯ |
พระมหาประเวศ ธมฺมปฺปเวโส | |
| ผู้ทำบาปเศร้าโสกในโลกนี้ | วายชีวีโศกเศร้าไม่เบาหนา |
| ย่อมโศกเศร้าหม่นหมองสองโลกา | ไม่สร่างซาโศกีทวีคูณ |
| เขาเห็นกรรมเศร้าหมองไม่ผ่องแผ้ว | ของตนแล้วสุขหายสลายสูญ |
| ย่อมเดือดร้อนโสกาแสนอาดูร | ไม่ไพบูลย์พูนสุขต้องทุกข์ทน ฯ |
พระมหาชัยรัต สุชาโต | |
| ผู้สร้างความดีไว้ในแหล่งหล้า | บุญย่อมพาใจเพลินเจริญศรี |
| ย่อมเพลิดเพลินคราตายวายชีวี | ทั้งโลกนี้โลกหน้าบุญพาเพลิน |
| ย่อมเพลิดเพลินว่าฉันสรรค์กุศล | จึงได้ดลแดนสวรรค์น่าสรรเสริญ |
| ผลของบุญกูลเกื้อดีเหลือเกิน | ให้จำเริญเพลินจิตนิรันดร์ ฯ |
พระพรหมจริยาจารย์ | |
| ผู้ขยันไม่คร้านในการกิจ | สติติดตัวมั่นไม่ผันผวน |
| งานสะอาดชอบธรรมกรรมสมควร | คิดใคร่ครวญหวนย้อนเสียก่อนทำ |
| ระวังตัวกลัวกิจจะผิดพลาด | ครองชีวาตม์สุจริตไม่ผิดถลำ |
| ไม่ประมาทเมามัวเกลือกกลั้วกรรม | ยศย่อมจำเริญนานแก่ท่านเทียว ฯ |
พระพรหมจริยาจารย์ | |
| โอ้กายนี้ไม่นานวิญญาณจาก | ต้องทิ้งซากนอนทับกับดินหนอ |
| ดังท่อนไม้ไร้ค่าล้มคาตอ | ทิ้งท่อนรอปลวกไฟอยู่ในดง ฯ |
พระพรหมจริยาจารย์ | |
| พระมุนีเที่ยวไปที่ในบ้าน | ไม่ระรานศรัทธาโภคาเขา |
| เหมือนภมรลิ้มรสกำหนดเอา | ไม่ให้เฉาดอกกลิ่นสีบินไป ฯ |
พระเทพกิตติมุนี | |
| ช่างดอกไม้ทำพุ่มกลุ่มมาลา | จากบุปผากองใหญ่ได้มากหลาย |
| กุศลสรรพ์อันสัตว์อุบัติกาย | ควรขวนขวายประกอบก่อให้พอการ ฯ |
พระพรหมจริยาจารย์ | |
| อันคนโง่รู้ว่าตนคนโง่เง่า | พอเรียกเขาว่าฉลาดเป็นปราชญ์บ้าง |
| แต่คนโง่โอ่ฉลาดปราชญ์นอกทาง | ท่านเรียกอ้างว่าเขาโง่เง่าจริง ฯ |
พระพรหมจริยาจารย์ | |
| ทำกรรมใดร้อนใจในภายหลัง | น้ำตาหลั่งร้องไห้ใจโหยหา |
| เสวยผลแสนทุเรศเวทนา | กรรมนั้นอย่าทำไปเพราะไม่ดี ฯ |
พระพรหมจริยาจารย์ | |
| บุคคลทำกรรมใดไม่ร้อนรุ่ม | จิตชื่นชุ่มดีใจในภายหลัง |
| เสวยผลกรรมใดไม่น่าชัง | กรรมนั้นตั้งจิตทำเป็นกรรมดี ฯ |
พระมหาประเวศ ธมฺมปฺปเวโส | |
| ช่างเหมือนย่อมไขน้ำทำระหัด | ช่างศรดัดลูกธนูให้อยู่ที่ |
| ช่างถากแต่งตัวไม้ให้รูปดี | บัณฑิตปรีชาชาติย่อมตัดตน ฯ |
พระพรหมจริยาจารย์ | |
| ผู้นอบน้อมถ่อมตนต่อคนที่ | เจริญศรีเป็นนิจไม่บิดผัน |
| ย่อมเจริญธรรมสี่ทวีพลัน | อายุวรรณ์สุขะพละพร ฯ |
พระเทพกิตติมุนี | |
| หากจะก่อสร้างบุญสุนทรธรรม | พึงกระทำบ่อย ๆ ค่อยบากบั่น |
| ควรทำความพอใจในบุญนั้น | เพราะสร้างสรรค์สมบุญสุขจุนเจือ ฯ |
พระพรหมจริยาจารย์ | |
| อย่าดูหมิ่นบุญกรรมจำนวนน้อย | จักไม่ต้อยตามต้องสนองผล |
| แม้ตุ่มน้ำเปิดหงายรับสายชล | ย่อมเต็มล้นด้วยอุทกที่ตกลง |
| อันนักปราชญ์สั่งสมบ่มบุญบ่อย | ทีละน้อยทำไปไม่ไหลหลง |
| ย่อมเต็มด้วยบุญนั้นเป็นมั่นคง | บุญย่อมส่งสบสถานวิมานทอง ฯ |
พระพรหมจริยาจารย์ | |
| การเกิดเป็นมนุษย์นี้สุดยาก | ชีพชนม์มากยากแค้นสุดแสนเข็ญ |
| การฟังธรรมลำบากยิ่งยากเย็น | อุบัติเป็นองค์พุทธ์สุดยากจริง ฯ |
พระมหาทองสุก สุวณฺณสุกฺโก | |
| การให้ธรรมชำนะให้ทั้งหลายอื่น | รสธรรมชื่นชนะหมดรสไหน ๆ |
| ยินดีธรรมชำนะสิ้นยินดีใด | ตัณหากษัยชนะทุกข์ดลสุขจริง ฯ |
บุญสม เจนใจ |
เทวดาประจำตัว
ภพภูมิของเทพ-เทวดามีทั้งหมด ๖ ชั้นนับจากโลกมนุษย์ขึ้นไป จะอยู่ในสภาวะหรือมีสภาพร่างกายและทุกอย่างเป็นทิพย์ทั้งหมด(อากาศธาตุ) จะไม่มีรูปร่างที่จับต้องได้ด้วยกายหรือมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อของมนุษย์ได้ เราจะรู้เห็นและสัมผัสได้โดยทางจิตเท่านั้นและจะต้องเป็นจิตที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้วเป็นอย่างดีถึงขั้นที่เรียกว่าได้ " อภิญญาจิต " ภพภูมิของเทพเทวดานั้นมีแต่เสวยและรับแต่ความสุข ความเกษมสำราญแต่เพียงอย่างเดียวไม่มีความทุกข์ยากลำบากอะไร เพราะอยากจะได้หรืออยากจะมีอะไรแค่ทำการนึกคิดเอาก็ได้สมประสงค์สมปรารถนาทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีอารมณ์มีความรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง มีครอบครัว มีพ่อแม่ มีลูกมีหลานเหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีทุกข์เหมือนกัน มีตอนที่รู้ว่าบุญใกล้จะหมดแล้วจะต้องลงมาเกิดยังโลกมนุษย์และทุกข์มากๆ ถ้ามาเกิดยังโลกมนุษย์แล้วไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ เพราะการที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์นั้นสมารถทำตัวเอง ศึกษาหลักธรรมแล้วปฏิบัติฝึกจิตของตนเองให้หลุดพ้นเข้าสู่พระนิพพานได้ เทพเทวดาเหล่านี้มาจากไหน? ก็เป็นดวงจิตดวงวิญญาณที่มาจากมนุษย์ที่ตายแล้วและเป็นมนุษย์ที่มีทาน ... รายละเอียด
- วันเข้าพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก
- วันอาสาฬหบูชา วันสำคัญทางพุทธศาสนา
- รวมเคล็ดลับการแก้กรรมแบบต่างๆ
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น
- วันออกพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1 99
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น 78
- เทวดาประจำตัว 58
- เคล็ดการใช้อำนาจบุญแก้กรรมเก่า-ปัญหาชีวิต 48
- บาปกรรมจากการลวกหอยแครง 36
- ภัยพิบัติเกิดจากเวรกรรมของ มนุษยชาติ 31
- บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า 31
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต 30
- ชาติก่อนและชาติปัจจุบันของสุกรตัวหนึ่ง 30
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก 27



2.เธออ่านข้อ1จบไปแว้ว
3.เธอกะลังคิดว่ามันฮายังงัย
4.เหมือนเธอจะโดนหลอก
5.เธอเริ่มคิดว่าจาด่าฉันยั! งไง
6.เธอเครียด
7.เธอเครียดมากๆ
9.เธอเครียดสุดๆ
10.เธอเครียดจนเธอลืมดูว่าไม่มีข้อ8
11.เธอหันไปดูว่าไม่มีจิงป่าว
12.เธอเลื่อนกลับมาอีกแล้ว เหอๆ
13. เธอเริ่มเลื่อนลงแล้ว
14. เธอเลื่อนลงอย่างเร็ว อย่างเร็ว
15. และก็ เร็ว เร็ว......
16. เร็วมาก ๆ
17. เร็วจนไม่รู้ว่าข้อ 13 นั้นมี 2 ข้อ....
18. แล้วเธอก็ย้อนกลับไปดูอีกครั้ง
19. เธอโดนหลอกเต็มๆ ข้อ 13 มีอยู่ข้อเดียว
20. เธอส่ายหัวไปมา...คิดในใจว่า มันเอาข้อความบ้าอะไรมาให้อ่านเนี่ย.....
21. ไม่มีสาระอะไรเลย...
22. แต่ก็ยังทำให้เธออ่านมันมาถึงตรงนี้....
23.นั่นแน่!!เธอแอบยิ้มยิ้ม... 555
ถ้าเห็นข้อความนี้ เเสดงว่าคุณถูกรั ก จงส่งข้อความนี้ ให้ครบ 10 ภายใน 143 นาที ต่อจากนี้ พรุ่งนี้ จะเป็นวัน ที่ดีที่สุด ของคุณ เที่ยงคืนนี้รักที่เเท้จริงของคุณ จะปรากฏออก เเต่ถ้าคุณ ม่ายส่งตามที่กล่าว คุณจะประสบเเต่ความปวดร้าว
ที่โดนทุกคนรอบข้างรังเกียจเเละไม่สนใจใยดีคุณเลย
ดูเหลวใหลไม่ได้เรื่อง
อ่านไปอ่านมาก็น่าเคือง
มันเป็นเรื่องไร้สาระถ้าจะจริง
เสียเวลานอนหลับไม่ว่ากัน
ชีวิตสั้นนักหนาอย่าสุงสิง
ควรจะคิดสิ่งดีมีสาระจะดียิ่ง
ประเสริฐจริงกิเลสเบาเข้าท่าเอย.
ด้วยปรารถนาดี จาก จอมยุทธไร้ชื่อ
*** เมื่อ 02 December, 2009 05:23:09
ใครก็ได้ช่วยลบกระทู้หน่อยไม่อยากทำบาป
แสดงความคิดเห็น