ตอนที่ ๒ พิงกี้

โดย
ขนาดอักษร: Decrease font Enlarge font

        เมื่อสามเดือน ก่อนหน้าที่เรื่องราวของเจ้าไทก์น้อย จะเกิดขึ้นนั้น แม่เหมียวที่เราเลี้ยงไว้ ได้ให้กำเนิดลูกแมวตัวเล็กๆ ที่ห้องใต้หลังคา ในโรงรถเก่าๆ ของเรา เมื่อผมปีนขึ้นไปมองดูมัน และลูกๆ ผมสังเกตว่า มีอยู่ตัวหนึ่ง ประหลาดกว่าเพื่อน ทีแรกผมนึกว่า มันเป็นหนูเผือก ตัวมันเกลี้ยง ไม่มีขน ผิวหนังเป็นสีชมพู แต่เมื่อมันโตขึ้น มันกลับกลายเป็นแมวน้อย ที่สวยที่สุด เท่าที่ผมเคยพบมา ด้วยขนสีชมพูอ่อน ยาวและนุ่มนวล รอบคอของมัน เป็นปุยสีขาว เราพร้อมใจเรียกมันว่า "พิงกี้" และเมื่อผมนำเจ้าไทก์น้อยเข้ามา เป็นสมาชิกใหม่ในฟาร์ม พิงกี้ดูท่าจะติดเจ้าไทก์แจ มันเกาะติดไม่ยอมห่าง เมื่อเห็นเจ้าไทก์อยู่ที่ใด เราก็จะเห็นพิงกี้อยู่เคียงข้างเสมอ ทุกๆ วัน เมื่อผมขับรถจากร้านมาที่ฟาร์ม พิงกี้และเจ้าไทก์น้อย มักจะง่วนอยู่กับการเล่น จนกระทั่ง มันทั้งสองเหนื่อยอ่อน จึงพากันผลอยหลับ นอนขดคุดคู้ อยู่ข้างกันทุกวันไป จากนั้น ก็จะถึงเวลาอุ่นนม เจ้าไทก์มันรู้ว่า หากเสียงน้ำเดือด ดังขึ้นเมื่อไร นั่นเป็นเวลาที่มันจะได้กินแล้ว เจ้าไทก์จะยืนรออยู่หน้าเตาไฟ วันใด ที่มันไม่เห็นเปลวไฟ มันก็จะตะกุยตะกายเรียกผม และจะหยุดก็ต่อเมื่อ ผมก่อไฟสำเร็จ จากนั้น มันก็จะลากเบาะผ้าไหมส่วนตัวของมัน เข้ามานอนรอใกล้ๆ โผเข้าไปขดตัวอยู่บนนั้น พร้อมกับเลียหน้าผม ด้วยดวงตาโตที่คล้ายกับ จะบอกผมว่า "นั่นเป็นหน้าที่ของเจ้านาย ที่ต้องทำทุกวันนะ" จนเจ้าไทก์มีอายุได้สามเดือน บาดแผลที่ขาของมัน ก็หายสนิท มันเริ่มวิ่งเล่น แม้จะมีเพียงสามขา 

        ปัญหาที่เริ่มเกิดขึ้นใหม่ตอนนี้ คือเรื่องของอาหาร เนื่องจากสิงโต เป็นสัตว์ที่ต้องกินเนื้อโดยธรรมชาติ เราพยายามให้มันกิน ไม่ว่าจะผสมลงในข้าว หรือให้แทะกระดูกวัวเล่น แทนตุ๊กตาตัวโปรดของมัน น่าแปลกที่ว่า เจ้าไทก์จับได้ทุกครั้งไป และมันไม่ยอมแตะต้องอาหารใดๆ ที่มีกลิ่นคาวเลือด หรือเนื้อสัตว์เลย มันยังคงโปรดปรานอาหาร ธัญพืชสำหรับเด็กอ่อน ผสมนมอยู่อย่างเดิม มาร์กาเร็ต จึงเขียนจดหมาย ไปขอความช่วยเหลือจากสวนสัตว์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ ก็ได้แนะนำ ให้ลองหยดเลือดสัตว์ ลงในขวดนมดู แต่ทว่า ไม่ว่าเราทั้งสอง จะลองทำแล้ว หรือลดปริมาณเลือด ให้น้อยสักเท่าไหร่ เจ้าไทก์ก็ยังคงเมินเฉย ไม่ยอมกินอยู่นั่นเอง มีบางคนเสนอว่า ขณะที่มันกำลังดูดนมจากขวดเพลินๆ ให้รีบเอาแฮมเบอร์เกอร์ ยัดใส่ปากของมันอย่างรวดเร็ว แต่ถึงผมจะเร็วอย่างไร เจ้าไทก์น้อย ก็เร็วกว่าทุกครั้งไป กระทั่งกลิ่นเลือด หรือเนื้อที่ติดมือผม ก็สามารถทำให้มันไม่สบายได้ เมื่อมันได้กลิ่นเลือด มันจะทำตาเหลือกโพลง ด้วยความตระหนก พร้อมกับขู่ฟ่อ ถอยกรูดไปอยู่ที่มุมโซฟา ผมต้องล้างมือจนหมดกลิ่น ก่อนชงนมให้มัน พร้อมกับคืนตุ๊กตาตัวโปรดให้ มันถึงจะยอมกินนม และท้ายสุด มันก็จะหลับไปบนหมอนประจำตัว พร้อมกับพิงกี้เพื่อนยาก 

        ก่อนวันคริสต์มาสมาถึงหนึ่งวัน เรามีงานสังสรรค์กัน ที่บ้านพ่อกับแม่ของมาร์กาเร็ต ในตอนเย็น มาร์กาเร็ตเข้าไปอาบน้ำเตรียมตัว ในขณะที่ผมง่วนอยู่ กับการเก็บข้าวเก็บของ เราก่อไฟ เตรียมทำอาหารทิ้งไว้ พอเจ้าไทก์ได้ยินเสียงน้ำเดือดเช่นเคย มันกระโดดด้วยขาสามขาที่มี มุ่งไปยังเตาไฟ ซึ่งอยู่ท้ายห้อง มันกระโดดจากโซฟาโน้นไปโซฟานี้ แทนที่จะเดินปกติธรรมดา โชคร้ายได้บังเกิดกับมันอีกครั้ง เมื่อมันกระโดด พุ่งตรงเข้าหากองไฟ! จากนั้น เสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ก็ดังขึ้นลั่นบ้าน ผมพรวดพราดเข้าไปในห้อง พบภาพเจ้าไทก์น้อย นอนดิ้นเร่าๆ กลางพื้นห้อง ส่งเสียงร้องน่าเวทนา ด้วยความเจ็บปวดอย่างสุดแสน ผมกับมาร์กาเร็ต รีบพามันส่งสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด เท่าที่เราสองคนจะทำได้ และแล้วคริสต์มาสปีนี้ จึงกลายเป็นวันที่แสนเศร้า ของเราสองคน ในที่สุด นี่เป็นเหตุการณ์โหดร้าย ที่เกิดขึ้นกับลูกสิงห์ตัวนี้เป็นครั้งที่สอง ในขณะที่มันอายุไม่ถึงสี่เดือนดี 

        หลังกลับจากโรงพยาบาล เราทำที่นอนใหม่ให้เจ้าไทก์ โดยใช้ผ้าฝ้ายนุ่มๆ บุใส่กล่องขนาดยักษ์ พิงกี้นั้น ถึงกับลงไปนอนอยู่ในกล่อง พร้อมกับเจ้าไทก์ด้วย มันพยายามปลอบเจ้าไทก์ ด้วยวิธีเดียวที่มันรู้ คือการเลีย จนกว่าลูกสิงห์น้อยจะหลับไป แล้วพิงกี้จึงกระโดดออกมาจากกล่อง และนอนในที่เดิมของมัน ยามใดที่เจ้าไทก์ลืมตา และส่งเสียงร้องคราง พิงกี้ก็จะกระโดดเข้าไปในกล่องอีกครั้ง พร้อมกับเลีย ปลอบโยนเพื่อนรักของมัน ทุกครั้งไป 

        หกสัปดาห์ผ่านไป เจ้าไทก์อาการดีขึ้น มันเริ่มเดินได้บ้าง แต่ว่าไม่ถนัดนัก บรรยากาศในบ้าน ที่เศร้าหมองเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง แต่แล้วเย็นวันหนึ่ง เมื่อผมกับมาร์กาเร็ตปิดร้าน และเข้ามาในฟาร์มก็พบว่า พิงกี้ไม่อยู่เสียแล้ว มันหายไป ผมสันนิษฐานว่า คงถูกขโมย เพราะพิงกี้เป็นแมวที่สวยมาก มีขนยาวสีชมพู ผิดแผกจากแมวทั่วไป มีคนมาขอมันไปเลี้ยงอยู่เสมอ ผมเชื่อว่า เขาคงจะรีบเอามาคืน หากเขาได้เห็นเจ้าสิงห์น้อย เพื่อนรักของมัน กำลังผ่ายผอมนอนซม กินอาหารน้อย ด้วยความคิดถึง เจ้าไทก์น้อยอ่อนแอลงทุกวันๆ เฝ้าแต่ร้องเรียกหาพิงกี้ ผมเป็นห่วงว่ามันจะตาย จึงได้หาแมวตัวใหม่ มาเป็นเพื่อนกับมัน แต่เมื่อเจ้าไทก์น้อยได้กลิ่น ก็จำได้ว่า นี่ไม่ใช่เพื่อนของมัน มันยังคงเรียกหาพิงกี้ต่อไป วันเวลาผ่านไป ยาวนานถึงเก้าเดือน เจ้าไทก์น้อยจึงได้หายเศร้าโศก มันเริ่มวิ่งเล่นอีกครั้ง และเริ่มเล่นกับสัตว์อื่นๆ ที่มีในฟาร์ม

สมัครเพื่อรับความคิดเห็นล่าสุดจาก Feed ความคิดเห็น (0 แสดงความคิดเห็นแล้ว)

จำนวน: | ที่แสดง:

แสดงความคิดเห็น

  • Bold
  • Italic
  • Underline
  • Quote

กรุณาระบุรหัสที่เห็นในภาพ

Captcha

Tagged as:

ไม่พบคำค้นสำหรับเนื้อหานี้
  1. สังสารวัฏ (5.00)

  2. ภาพที่ ๔๖ เสด็จไปโปรดพระญาติที่กรุงกบิลพัสดุ์ พระญาติผู้ใหญ่ถือว่าสูงอายุ ไม่ถวายบังคม (5.00)

  3. พระอมิตาภพุทธเจ้า(ออนีทอฮุก ) (5.00)

  4. พระสมันตภัทรโพธิสัตต์ (5.00)

  5. บำเพ็ญอีก 20 ปี (5.00)

  6. บรรพชนฝากไว้ให้ลูกหลาน (5.00)

  7. ท่องแดนสุขาวดี (5.00)

  8. นิทานทศชาติ (5.00)

  9. มาทาน AIkaline food มาก ๆ กันเถอะ (5.00)

  10. นิทานเรื่องสั้นของท่านพุทธทาส เรื่อง เจ้าของเรือ (5.00)

แสดงความนิยมสำหรับเนื้อหา

0