ตอนที่ ๖ เรานั้นหรือคือครอบครัวเดียวกัน
วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า แม่สิงโตน้อย ค่อยๆ เติบโตขึ้นตามลำดับ ยิ่งโตเท่าไร ดูเหมือนจะต้องการความรัก ความสนใจ ทั้งจากผม และมาร์กาเร็ตมากขึ้นเท่านั้น บัดนี้ มันได้เติบโต เป็นสิงโตสาวแสนสวยขนาดเขื่อง เวลาที่ผมกับมาร์กาเร็ต พามันนั่งรถยนต์ เที่ยวไปตามที่ต่างๆ มันจะเอาเท้าพาดไปยังคนหนึ่ง ส่วนหัว ก็จะอิงแอบอยู่กับอีกคน เวลาที่มาร์กาเร็ต ยุ่งอยู่กับการทำงานบ้านนั้น มันก็จะเดินตามผมต้อยๆ หรือไม่ ก็นอนเหยียดยาว แผ่หราอย่างเต็มที่ อยู่ในครัว และในเวลาที่มาร์กาเร็ตกำลังทำกับข้าว หรืออบขนม มันก็จะเดินเหยาะย่าง ไปทางโน้นที ทางนี้ที อย่างสนใจใคร่รู้ ดูราวกับว่า มันกำลังประพฤติตัว เป็นลูกศิษย์เรียนทำครัวกระนั้น ผมอยากจะรู้นัก ว่าจะมีใครในโลกนี้อีกบ้าง ที่จะเลี้ยงสิงโตไว้ในบ้าน เหมือนอย่างเรา
ตอนเย็น หลังเลิกงาน ผมรู้สึกเหนื่อย และหิวอย่างหนัก เมื่อเข้าบ้าน ผมทรุดตัวนั่งลงพัก กับโซฟาตัวใหญ่ที่นุ่มหนา ในห้องนั่งเล่น ร้องตะโกนหาแม่สิงโตตัวโปรด มาร์กาเร็ตถึงกับหัวเราะเสียงดัง เพราะสิ่งที่ผมนั่งพักอยู่ นั่นก็คือแม่ไทก์น้อยนั่นเอง สิ่งที่มาร์กาเร็ตเฝ้าบอกกับผมเสมอ นั่นคือ "ฉันยอมเลี้ยงสิงโตโหลหนึ่ง ดีกว่าเลี้ยงสุนัขหนึ่งตัว" ซึ่งผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะสิงโตเป็นสัตว์สะอาด มันชอบที่แห้งๆ และสะอาด ก่อนที่จะนอนลง มันจะเลีย และทำความสะอาดตัวเองก่อนเสมอ ส่วนสุนัขนั้น มักจะชอบวิ่งลุยโคลน และขุดคุ้ยดิน หรือกระทั่งขุดรูในสนามหญ้า และยังลามปาม ไปทำลายดอกไม้ในแปลงอีกด้วย นิสัยประหลาดอย่างหนึ่ง ของแม่ไทก์น้อยคือ มันชอบดูโทรทัศน์ โดยเฉพาะ หนังคาวบอย ที่มีเสียงปืนที่ดังกึกก้อง และเสียงควบม้า จะดึงดูดความสนใจของมันได้มาก เมื่อมันเริ่มเบื่อที่จะดู มันก็เริ่มแผ่หรา หาวแล้วก็หลับสนิท อยู่หน้าโซฟานั่นเอง เมื่อมันสะดุ้งตื่นในตอนเย็น ก็มักจะซุกตัว อยู่ในอ้อมแขนของมาร์กาเร็ต ประจบให้เธอนวดหูมันเบาๆ ไม่นานนัก มันก็จะหลับอีกครั้ง คราวนี้ มันจะหลับถึงเช้าเลยทีเดียว ผมเชื่อว่า เหตุที่สิงโตชอบเอาตัวแนบกับพื้น เป็นเพราะ เพื่อให้ไวต่อแรงสั่นสะเทือนนั่นเอง สังเกตได้ จากการที่มันจะผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ยามที่ได้ยินเสียงแหลมร้อง ของนกยูง หรือเสียงเห่าขรมของสุนัข ยามที่มีคนมาเยี่ยมเยือน ที่ฟาร์มของเรา แม่ไทก์น้อย ประพฤติตัวเป็นเจ้าของบ้านที่ดี มันจะทำตัวเป็นคนแรก ที่ได้ยินเสียงฝีเท้า หรือเสียงล้อรถบดกระแทก กับถนนก้อนกรวด เมื่อมีคนปรากฏตัวขึ้น มันก็จะเดินตาม จากแปลงดอกไม้หน้าบ้าน มาส่งจนถึงประตูเข้าเลยทีเดียว ป้าย "ระวัง" ที่ประตู เป็นการบอก ให้ผู้ที่ไม่รู้จักแม่ไทก์น้อยเตรียมใจ ก่อนที่จะพบกับสัตว์ขนาดยักษ์ และเตือนถึงการเล่นกับมัน ซึ่งอาจเกิดอันตรายได้ และขณะนี้ ผมได้สอนให้แม่ไทก์ ไม่ให้ปล่อยของในปาก โดยไร้ข้อแลกเปลี่ยน เช่นในวันหนึ่ง ผมชวนสุภาพสตรีเพื่อนบ้าน มาเที่ยวที่บ้าน ทันทีที่เธอถอดรองเท้าที่คับออกสำเร็จ แม่ไทก์น้อย ก็โผล่เข้ามา ฉกรองเท้านั้นไปอย่างว่องไว และไม่ยอมปล่อยออกจากปาก ผมรู้ได้ทันที ว่าต้องมีของมาแลก มิฉะนั้น ก็ไม่มีทางได้คืน หรืออีกที ในวันที่มีคนมาส่งของที่บ้าน เขาปาหมวกลงกับพื้น เพราะเหนื่อยจากการยกของหนัก แม่ไทก์น้อยได้ที มันแกล้งคาบหมวก ล่อให้วิ่งตาม เพื่อเอาของคืน แต่ก็ยังมีหลายคนที่ตกใจ เมื่อพบกับสัตว์ใหญ่เช่นแม่ไทก์น้อย อย่างวันที่ผมเดินทางไปลอสแองเจอลิส แล้วแวะพัก ที่ศูนย์บริการเช็คสภาพรถยนต์กลางทาง ในขณะที่คนงานคนหนึ่งเติมน้ำมัน คนหนึ่งเช็คลมที่ล้อ และอีกคนกำลังเช็ดกระจกนั้น ผมขยิบตาส่งสัญญาณ ให้คนเติมน้ำมัน และคนเช็คลม ให้คอยดูคนที่กำลังเช็ดกระจก ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเขา ไม่มีใครรู้ว่า ที่เบาะหลังนั้น มีสิงโตเพศเมีย ขนาดเขื่องนอนเหยียดยาวอยู่ ทันทีที่เขาขยับเข้าใกล้มัน แม่สิงห์น้อยก็ส่งเสียงขู่คำรามขึ้น ชายผู้นั้นถึงกับกระโดดตัวลอย โกยอ้าวไปแอบอยู่หลังโกดัง โดยไม่ยอมออกมาอีกเลย จนกระทั่ง ถึงเวลาที่ผมจะขับรถออกไป เขาจึงออกมาเยี่ยมๆ มองๆ อีกครั้ง และอีกครั้งหนึ่ง ที่ผู้จัดการโรงงานทำเหล็กกล้า ที่รู้จักกันดี มาร่วมรับประทานอาหารเย็นที่บ้าน เขาได้เล่าถึงอุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นกับรถของคณะละครสัตว์ ที่ทำให้บรรดาสัตว์เหล่านั้นหายไปหมด ขณะที่การสนทนาดำเนินอยู่นั้น เขาซึ่งไม่รู้เลยว่า ที่บ้านของเราเลี้ยงสิงโตไว้ หันมาคุยกับมาร์กาเร็ตว่า ตอนนี้ สัตว์เหล่านั้นอาจจะเดินเพ่นพ่าน จนมาถึงที่นี่ได้ ทันใดนั้น แม่ไทก์น้อยก็ผลักประตูเข้ามา ผู้จัดการถึงกับร้อง ด้วยความตื่นตระหนก แต่หลังจากนั้นไม่นานนัก เขาก็ทำใจ ที่จะร่วมรับประทานอาหารเย็น กับแม่ไทก์ได้ในที่สุด
เทวดาประจำตัว
ภพภูมิของเทพ-เทวดามีทั้งหมด ๖ ชั้นนับจากโลกมนุษย์ขึ้นไป จะอยู่ในสภาวะหรือมีสภาพร่างกายและทุกอย่างเป็นทิพย์ทั้งหมด(อากาศธาตุ) จะไม่มีรูปร่างที่จับต้องได้ด้วยกายหรือมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อของมนุษย์ได้ เราจะรู้เห็นและสัมผัสได้โดยทางจิตเท่านั้นและจะต้องเป็นจิตที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้วเป็นอย่างดีถึงขั้นที่เรียกว่าได้ " อภิญญาจิต " ภพภูมิของเทพเทวดานั้นมีแต่เสวยและรับแต่ความสุข ความเกษมสำราญแต่เพียงอย่างเดียวไม่มีความทุกข์ยากลำบากอะไร เพราะอยากจะได้หรืออยากจะมีอะไรแค่ทำการนึกคิดเอาก็ได้สมประสงค์สมปรารถนาทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีอารมณ์มีความรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง มีครอบครัว มีพ่อแม่ มีลูกมีหลานเหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีทุกข์เหมือนกัน มีตอนที่รู้ว่าบุญใกล้จะหมดแล้วจะต้องลงมาเกิดยังโลกมนุษย์และทุกข์มากๆ ถ้ามาเกิดยังโลกมนุษย์แล้วไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ เพราะการที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์นั้นสมารถทำตัวเอง ศึกษาหลักธรรมแล้วปฏิบัติฝึกจิตของตนเองให้หลุดพ้นเข้าสู่พระนิพพานได้ เทพเทวดาเหล่านี้มาจากไหน? ก็เป็นดวงจิตดวงวิญญาณที่มาจากมนุษย์ที่ตายแล้วและเป็นมนุษย์ที่มีทาน ... รายละเอียด
- วันเข้าพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก
- วันอาสาฬหบูชา วันสำคัญทางพุทธศาสนา
- รวมเคล็ดลับการแก้กรรมแบบต่างๆ
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น
- วันออกพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1 99
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น 78
- เทวดาประจำตัว 58
- เคล็ดการใช้อำนาจบุญแก้กรรมเก่า-ปัญหาชีวิต 48
- บาปกรรมจากการลวกหอยแครง 36
- ภัยพิบัติเกิดจากเวรกรรมของ มนุษยชาติ 31
- บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า 31
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต 30
- ชาติก่อนและชาติปัจจุบันของสุกรตัวหนึ่ง 30
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก 27



แสดงความคิดเห็น