ตอนที่ ๘ เที่ยวไปกับแม่ไทก์น้อย
ช่วงเวลาที่แม่ไทก์น้อยอยู่กับเรา ผมพามันนั่งรถยนต์ เที่ยวท่องไปหลายที่ หากต้องแวะพักโรงแรม ระหว่างทาง เราก็จะจองห้องใหญ่ ที่มีเตียงคู่ สำหรับผมและมาร์กาเร็ตหนึ่ง และแน่นอน อีกเตียงตกเป็นของแม่ไทก์น้อย เนื่องจาก เราเคยพบว่า หากเราให้มันนอนอีกห้อง มันจะผุดลุกผุดนั่ง ไม่ยอมหลับยอมนอน และพยายามเข้ามาในห้องของเรา ผมคิดว่า มันคงกลัวว่า เราจะทิ้งมันไป ดูเหมือนว่า มันจะรู้ว่า ผมคือผู้ซื้อชีวิตของมัน ดังนั้น หากไม่มีผม มันก็จะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย และทุกหนแห่ง ที่ผมพาแม่ไทก์น้อยไป มันจะนั่งอยู่เบาะข้าง โดยยื่นส่วนหัว และอุ้งมือ ออกมารับลมเล่นเสมอ แน่นอนว่า มีคนมากมาย ให้ความสนใจมัน และดูเหมือนว่า มันจะชอบเสียด้วย และเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเกินไปนัก ผมจึงซื้อรถเก๋งคันใหม่ เป็นรถเก๋งสองตอน มีเบาะหลังขนาดใหญ่ สำหรับแม่ไทก์น้อยไว้นอน ยามมันต้องการพักผ่อน โดยปราศจากสายตาคนสอดรู้สอดเห็น น่าแปลกที่ว่า แม่ไทก์น้อย สามารถทำให้คนที่ไม่ชอบสัตว์ เปลี่ยนเป็นคนรักสัตว์ได้ ในทุกแห่งที่ผมพามันไป
วันหนึ่ง บรรดาเพื่อนๆ ของผม มาพักที่บ้าน และเตียงที่เคยเป็นของแม่ไทก์น้อย เป็นอันต้องยกให้เพื่อนๆ ชั่วคราว เย็นวันนั้น เมื่อถึงเวลานอนของมัน ผมจึงอุ้มมันไปไว้ที่เบาะหลังรถ สองสามชั่วโมงผ่านไป ผมเข้าไปดูมันอีกที ว่ามันหลับเรียบร้อยแล้วหรือยัง แต่แล้ว ผมก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่า ประตูด้านหลังเปิดทิ้งไว้ และแม่ไทก์น้อย ไม่ได้นอนอยู่ที่นั่น ผมเกรงว่า มันคงจะเปิดประตู แล้วหลุดออกไปยังถนน ซึ่งมีรถพลุกพล่าน ผมถือไฟฉาย วิ่งออกไปตามหามัน ท่ามกลางความมืด ตะโกนร้องเรียกหาแม่ไทก์น้อย ผมได้ยินเสียงคำรามดังแว่วๆ แต่ก็ยังไม่พบว่า ต้นเสียงอยู่ที่ใด จนมาถึงโรงนา ผมเห็นประตูเปิดอ้าอยู่ เมื่อกดสวิตซ์ไฟ ผมถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก ที่เห็นร่างของสัตว์ใหญ่ตัวหนึ่ง กำลังเดินวางท่า ตรวจตราไปตามฝูงม้า และโคกระบือ ที่เรียงรายเป็นแถวยาว ผมตบศีรษะมันเบาๆ ปลอบใจมัน ผู้ทำท่าเหมือนกระทำผิดอะไรสักอย่าง และในครั้งหนึ่ง ของการเดินทางข้ามภูเขา สองร้อยกว่าไมล์ของผมกับเพื่อน โดยมีแม่ไทก์น้อยติดไปด้วย มันจะนั่งประจำอยู่ที่เบาะหลัง ไม่นานนัก ก็แบกน้ำหนักตัว กว่าสามร้อยห้าสิบสองปอนด์ เข้ามาเบียดกับเราที่เบาะหน้าด้วย เมื่อมันรู้ตัวว่า เพื่อนของผม เริ่มอึดอัดกับขนาดตัวที่ใหญ่ของมัน มันก็จะประจบด้วยการเลีย จนน้ำลายชุ่มโชกเต็มใบหน้าไปหมด แล้วจึงไถลตัวไปยังเบาะหลัง อย่างเกรงใจ แต่เมื่อมันต้องการ กลับมานั่งเบียดกัน ที่เบาะหน้าอีกครั้ง มันก็จะทำเช่นนี้อีก เป็นเช่นนี้ ตลอดระยะทางกว่าสองร้อยห้าสิบไมล์ ของการเดินทางอันแสนสุขของเรา กับสิงโตตัวหนึ่ง
เทวดาประจำตัว
ภพภูมิของเทพ-เทวดามีทั้งหมด ๖ ชั้นนับจากโลกมนุษย์ขึ้นไป จะอยู่ในสภาวะหรือมีสภาพร่างกายและทุกอย่างเป็นทิพย์ทั้งหมด(อากาศธาตุ) จะไม่มีรูปร่างที่จับต้องได้ด้วยกายหรือมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อของมนุษย์ได้ เราจะรู้เห็นและสัมผัสได้โดยทางจิตเท่านั้นและจะต้องเป็นจิตที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้วเป็นอย่างดีถึงขั้นที่เรียกว่าได้ " อภิญญาจิต " ภพภูมิของเทพเทวดานั้นมีแต่เสวยและรับแต่ความสุข ความเกษมสำราญแต่เพียงอย่างเดียวไม่มีความทุกข์ยากลำบากอะไร เพราะอยากจะได้หรืออยากจะมีอะไรแค่ทำการนึกคิดเอาก็ได้สมประสงค์สมปรารถนาทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีอารมณ์มีความรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง มีครอบครัว มีพ่อแม่ มีลูกมีหลานเหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีทุกข์เหมือนกัน มีตอนที่รู้ว่าบุญใกล้จะหมดแล้วจะต้องลงมาเกิดยังโลกมนุษย์และทุกข์มากๆ ถ้ามาเกิดยังโลกมนุษย์แล้วไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ เพราะการที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์นั้นสมารถทำตัวเอง ศึกษาหลักธรรมแล้วปฏิบัติฝึกจิตของตนเองให้หลุดพ้นเข้าสู่พระนิพพานได้ เทพเทวดาเหล่านี้มาจากไหน? ก็เป็นดวงจิตดวงวิญญาณที่มาจากมนุษย์ที่ตายแล้วและเป็นมนุษย์ที่มีทาน ... รายละเอียด
- วันเข้าพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก
- วันอาสาฬหบูชา วันสำคัญทางพุทธศาสนา
- รวมเคล็ดลับการแก้กรรมแบบต่างๆ
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น
- วันออกพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1 99
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น 78
- เทวดาประจำตัว 58
- เคล็ดการใช้อำนาจบุญแก้กรรมเก่า-ปัญหาชีวิต 48
- บาปกรรมจากการลวกหอยแครง 36
- ภัยพิบัติเกิดจากเวรกรรมของ มนุษยชาติ 31
- บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า 31
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต 30
- ชาติก่อนและชาติปัจจุบันของสุกรตัวหนึ่ง 30
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก 27



แสดงความคิดเห็น