หน้าหลัก | บทความธรรมะ | สุขภาพกับอาหารเจ | ส่วนใหญ่รู้กันว่ากินผักน่ะดี แต่เพราะตัวยังติดเนื้ออยู่

ส่วนใหญ่รู้กันว่ากินผักน่ะดี แต่เพราะตัวยังติดเนื้ออยู่

โดย
ขนาดอักษร: Decrease font Enlarge font
ส่วนใหญ่รู้กันว่ากินผักน่ะดี แต่เพราะตัวยังติดเนื้ออยู่

ส่วนใหญ่รู้กันว่ากินผักน่ะดี แต่เพราะตัวยังติดเนื้ออยู่ จึงเลี่ยง และละอายใจ ที่จะพิจารณาโทษภัยของมัน

บันทึกจากแดนอาทิตย์อุทัย โดย นพ.ดร.วิชัย เอกทักษิณ
แนะนำผู้เขียน

       น.พ.ดร. วิชัย เอกทักษิณ นักเรียนที่ ๑ จาก ร.ร. เตรียมอุดมศึกษา สอบชิงทุนไปเรียนที่คณะแพทย์ศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยแพทย์ และทันตแพทย์แห่งโตเกียว จนจบระดับปริญญาเอก ได้สร้างชื่อเสียงให้กับคนไทย ในฐานะเป็นนักศึกษาแพทย์ ซึ่งมีผลการเรียนดีเด่น และมีผลงานการวิจัยทางวิชาการ ตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาแพทย์ ระดับปริญญาตรี และระหว่างเป็นนักศึกษานั้น ก็บันทึกข้อสังเกตเกี่ยวกับมังสวิรัติไว้ ซึ่งเราได้นำมาตีพิมพ์ ณ ที่นี้
ปัจจุบัน น.พ.ดร.วิชัย เอกทักษิณ ดำรงตำแหน่งอาจารย์แพทย์ และเป็นนักวิทยาศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยแพทย์ และทันตแพทย์แห่งโตเกียว และยังคงเป็นนักมังสวิรัติมาจนถึงทุกวันนี้ เป็นเวลา ๑๙ ปีแล้ว
--------------------------------------------------------------------------------

(ตอนที่1)

       ผมใช้ชีวิตนัก (เอกา) มังสวิรัติ เมื่อได้คุยกับเหล่าปัญญาชน เพื่อนนิสิต อาจารย์ หรือระดับศาสตราจารย์ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์หลายสาขา และประชาชน แน่นอน ปฏิปทาผมผิดกับทุกคนที่สุด และหากพูดเฉพาะจุด ที่เกี่ยวกับมังสวิรัตินั้น ผู้ที่มีการศึกษาสูงพอ อย่างชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่แล้ว แม้เขาจะไม่ยินดีสนับสนุนด้วย แต่จะไม่มีใครกล้าคัดค้าน หรือจะต่อต้านเลย

       ส่วนใหญ่รู้กันว่ากินผักน่ะดี แต่เพราะตัวยังติดเนื้ออยู่ จึงเลี่ยง และละอายใจ ที่จะพิจารณาโทษภัยของมัน อย่างระดับนิสิตสูงๆ ระดับ อจ. ศจ. ละก้อ ไม่มีท่านใด จะกล้าคัดค้านมังสวิรัติเลย เหตุผลที่จะมาคัดค้าน โต้แย้ง มันหมดสมัยไปแล้วจริงๆ

       ในแบบเรียน ที่ผมถูกกำหนดให้เรียนมาแต่เด็ก ผมถูกหลอกมาโดยตลอด โดยเฉพาะด้านวิชา ที่เกี่ยวกับสุขภาพร่างกาย สรีรวิทยาของมนุษย์แล้ว สารอาหารจำเป็นของร่างกาย ถูกเน้นไปยังจุดเดียวกันคือ สารอาหารจากสัตว์

       ปัจจุบันนี้ ความเท็จข้อนี้ กำลังจะถูกแก้ไขไปเรื่อยๆ ทุกคราว ที่มีความก้าวหน้าทางวงการแพทย์ ด้านการรักษา และป้องกันโรคต่างๆ การรักษา (Treatment) ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด (Surgery) การฉายรังสี (Radiotherapy) การใช้ยาและสารเคมี (Chemotherapy) การใช้ฮอร์โมน (Hormones) หรือทางด้านวิทยาภูมิคุ้มกัน (Immunotherapy) หรืออื่นใดก็ตาม จะไร้ประสิทธิภาพทันที หากมองข้ามการรักษา ด้วยการให้สารอาหาร ที่ถูกต้องเหมาะควร (Nutrional Therapies) และปัจจุบัน แพทย์ให้ความสนใจ ด้านการรักษาด้วยอาหารกันอย่างยิ่ง เพราะวิธีการอื่น ๆ กำลังพบจุดตันอยู่แล้ว เป็นส่วนใหญ่

       คงไม่มีแบบเรียนใด บันทึกเป็นหลักเป็นฐาน รวบรวมข้อสังเกต น่าสนใจหลายอย่าง ที่ผมจะขออนุญาต นำมาเรียนแก่ทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ ในฐานะผู้สังเกตนักมังสวิรัติ

       ร่างกายมนุษย์ มีโครงสร้างที่แสดงให้เห็นว่า เป็นสัตว์ยังชีพ ด้วยสารอาหารจากพืชเท่านั้นได้ (อาจจะยกเว้นช่วงทารก ที่ต้องดื่มนมมารดา เพราะมนุษย์ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำพวกหนึ่ง และไม่เหมาะ ที่จะเสพย์อาหารจากสัตว์ใดๆ เลย ระบบภายใน มีขบวนการหลายอย่าง ที่ต่อต้านการบริโภค ผลิตภัณฑ์จากสัตว์

       ยกตัวอย่าง ที่พอจะเข้าใจกันได้ง่ายๆ เช่น โปรตีนจากสัตว์ ซึ่งเคยถูกกำหนดไว้ว่า มีคุณภาพสูง และซ้ำยังระบุว่า จำเป็นต่อร่างกายอีกด้วย แต่แท้จริงแล้ว เป็นความเท็จอยู่ไม่น้อยทีเดียว ร่างกายเรา ไม่มีความจำเป็น ต้องได้รับโปรตีนจากสัตว์เลย และที่บอกว่า โปรตีนสัตว์ มีคุณภาพสูงกว่าโปรตีนจากพืชนั้น ก็เพียงแค่ข้อที่ว่า โครงสร้างของสัตว์ ใกล้เคียงกับโปรตีนของมนุษย์ เท่านั้นเอง ก็ธรรมดาที่สุดอยู่ดี เพราะมนุษย์เรา ก็สัตว์เช่นกัน (การที่โปรตีนจากสัตว์ใกล้เคียงกับมนุษย์ ไม่ได้หมายความว่า ร่างกายรับมันได้ เพราะแม้แต่เลือด ยังให้ผิดกลุ่มไม่ได้เลย)

       การวิเคราะห์วิจัยกรดอะมิโน (Amino Acids) ที่เป็นองค์ประกอบของโปรตีนนั้น ยืนยันชัดว่า มนุษย์ ได้รับทุกองค์ประกอบจำเป็น จากโปรตีนพืชเท่านั้น ได้อย่างเพียงพอ และอาจเหลือล้น อาหารถั่วนั้น มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนโดยเฉลี่ย สูงกว่าเนื้อสัตว์เสียด้วยซ้ำ ถ้ามีข้าว (ข้าวโพด) กับถั่วบริโภคเสมอ ก็แสนเหลือเฟือแล้ว สำหรับโปรตีน
แต่ที่น่าสังเกตยิ่งคือ ร่างกายเรา มีกลไกต่อต้านโปรตีนจากสัตว์ อยู่ภายในระบบย่อยอาหาร ร่างกาย ไม่สามารถดูดซึม โปรตีนจากสัตว์ได้ทั้งหมด (เช่นโปรตีนจากเนื้อ, ไข่, ปลา) ส่วนที่ไม่อาจดูดซึมได้ เหลือในลำไส้ จะเกิดการหมักบูด (Putrefaction) เปลี่ยนไปเป็นสารมีกลิ่นเหม็น Indole, Sktol, Sulfur dioxide (ก๊าซไข่เน่า), Methane, Ammonia (อัมโมเนีย) เป็นต้น

       และนี่ เป็นสาเหตุ ที่ทำให้อุจจาระ ของผู้กินผลิตภัณฑ์จากสัตว์ มีกลิ่นน่ารังเกียจ (ถ้าจะลองสังเกตง่ายๆ ก็จะพบว่า ในธรรมชาติสัตว์กินพืช เช่น แพะ แกะ ม้า ช้าง วัว ควาย กลิ่นอุจจาระของมัน ออกไปเชิงหอมหวาน)

       สารเหลือ จากการหมักบูดโปรตีนสัตว์ ในลำไส้นี้ ก็เป็นสาเหตุหนึ่ง ของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ (ข้อมูล หลักฐาน การสำรวจ มีพร้อมที่จะยืนยันเสมอ ก็ขอไม่กล่าวถึง หนังสืออ้างอิง ณ ที่นี้) การรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ปัจจุบันจึงเน้นไปในทาง ให้บริโภคอาหารจากพืชมากๆ (Dietary fiber)

       ร่างกายเรา ธรรมชาติสร้างมาให้พร้อม ที่จะสร้างโปรตีนจำเป็น ทุกชนิดได้บริบูรณ์ โดยอาศัยวัตถุดิบโปรตีนจากพืช ดังนั้น คำกล่าวที่ว่า โปรตีนจากสัตว์ เป็นสิ่งจำเป็น ก็กลายเป็นความเท็จไปอีก โดยปริยาย ซ.ต.พ. (=ซึ่งต้องพิสูจน์)

       ลองมาพิจารณาดู ไขมันจากสัตว์กันดูบ้าง ลักษณะเด่น ของไขมันสัตว์ คือมีกรดไขมันอิ่มตัว มากอย่างยิ่ง (Saturated Fatty Acids) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญ ของการเป็นโรคไขมันเฟ้อ (Hyperlipidemia) อันเป็นต้นเหตุ ไปสู่โรคร้ายหลายสิบชนิด ที่กำลังคร่าชีวิตมนุษย์ กันอยู่ทุกวันนี้ ที่รู้จักกันดี ในเมืองไทยก็เช่น ความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจ, เส้นโลหิตอุดตัน เป็นต้น ในเมืองไทยเรา ยังรู้จักโรคประเภทนี้ ไม่มากพออย่างชาติทางตะวันตก (ถ้าในอนาคต ยังไม่เปลี่ยน พฤติกรรมการบริโภคแบบนี้ คงจะได้รู้ซึ้งในเมรุ) และในญี่ปุ่นเอง ก็กำลังเป็นแบบเดียวกัน เพราะ ไปเลียนการบริโภคแบบตะวันตก

       การรักษาโรคประเภทนี้ ในปัจจุบัน ที่เชื่อกันว่า ให้ผลแน่นอนที่สุดคือ งดการบริโภค ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เพิ่มปริมาณการบริโภค ไขมันจากพืช เพราะไขมันจากพืช มีลักษณะเด่น คือ มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fatty Acids) มากเป็นพิเศษ ซึ่งช่วยรักษาให้เข้าสู่ภาวะปกติ
--------------------------------------

1 2 3 4 5 »

สมัครเพื่อรับความคิดเห็นล่าสุดจาก Feed ความคิดเห็น (0 แสดงความคิดเห็นแล้ว)

จำนวน: | ที่แสดง:

แสดงความคิดเห็น

  • Bold
  • Italic
  • Underline
  • Quote

กรุณาระบุรหัสที่เห็นในภาพ

Captcha

Tagged as:

อาหารเจ, มังสวิรัต, กินผัก
  1. สังสารวัฏ (5.00)

  2. ภาพที่ ๔๖ เสด็จไปโปรดพระญาติที่กรุงกบิลพัสดุ์ พระญาติผู้ใหญ่ถือว่าสูงอายุ ไม่ถวายบังคม (5.00)

  3. พระอมิตาภพุทธเจ้า(ออนีทอฮุก ) (5.00)

  4. พระสมันตภัทรโพธิสัตต์ (5.00)

  5. บำเพ็ญอีก 20 ปี (5.00)

  6. บรรพชนฝากไว้ให้ลูกหลาน (5.00)

  7. ท่องแดนสุขาวดี (5.00)

  8. นิทานทศชาติ (5.00)

  9. มาทาน AIkaline food มาก ๆ กันเถอะ (5.00)

  10. นิทานเรื่องสั้นของท่านพุทธทาส เรื่อง เจ้าของเรือ (5.00)

แสดงความนิยมสำหรับเนื้อหา

0