หน้าหลัก | บทความธรรมะ | กฎแห่งกรรม | บันทึกนรกภูมิ | ครั้งที่ ๑ วันพฤหัสบดีที่ ๕ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๓๒

ครั้งที่ ๑ วันพฤหัสบดีที่ ๕ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๓๒

โดย
ขนาดอักษร: Decrease font Enlarge font
วันพฤหัสบดีที่  ๕  มกราคม  พุทธศักราช  ๒๕๓๒

ครั้งที่ ๑
นรกขุมที่ ๗  แดนลงทัณฑ์ ๙ (พระภิกษุตกนรก)

          กายธรรมกายของผมพุ่งลงสู่นรกขุม ๗  บรรยากาศรอบ ๆ ตัวผมมีแต่ความมืดสลัว  ทั่วบริเวณนั้นมีไอชื้นและมีกลิ่นเหม็นเน่าอับส่งกลิ่นอยู่ทั่วบริเวณนั้น  ผมมองไปทางขวาของผมเห็นยมทูตองค์หนึ่งเดินตรงเข้ามาหาผมและหยุดยืนตรงหน้าผม  นุ่งผ้าหนักรั้งสีแดงไม่สวมเสื้อ  ที่แขนมีผ้าถักสีแดงสวมอยู่ที่แขน  หน้าตาดุ  และไว้หนวด
          “ข้าพระพุทธเจ้าขอรับธรรมทาน  ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ  ด้วยบารมีพระปกเกล้า  ขอถวายบังคมเดชฤทธิ์อิทธิศร  ด้วยเกล้าบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมพระพุทธเจ้าข้า”  ยมทูต  ก้มลงถวายบังคมด้วยความเคารพ 
          “เราอยากพบพระภิกษุที่ตกนรกอยู่ในขุมนี้สักหน่อย”  ผมบอกความประสงค์กับยมทูต 
          “เชิญทางนี้  พระพุทธเจ้าข้า”  ยมทูตพูดพร้อมกับเดินตรงไปข้างหน้า 
          ทางข้างหน้าที่เดินไป  ยังคงเป็นสภาพเดิม  บรรยากาศสลัวมืด  มีกลิ่นเหม็นสาบคล้ายกลิ่นซากศพ  จากทางนี้มองออกไปข้างหน้า  มีแสงสว่างพอสลัวอยู่เบื้องหน้า  ทางขวาของเส้นทางที่เดินไปมีป้ายปักเอาไว้ว่า  “แดนมรณะ”  ผมเดินไปอีกสักครู่ก็เห็นยมทูตสององค์กำลังนำตัวพระภิกษุรูปหนึ่งเดินตรงมาทางผม 
          พระภิกษุรูปนี้สวมจีวรสีเหลือง  จากหน้าตาดูคร่าว ๆ ก็ประมาณอายุสักสามสิบกว่าปีเล็กน้อย  ที่คอสวมสร้อยประคำ  ร่างกายของพระภิกษุรูปนี้ดูอิดโรยและซีดเซียว  ที่ตรงหน้าผากมีรอยสักด้วยหมึกแดงว่า  “นรกขุม ๗” 
          “มึงทำกรรมชั่วอะไรเอาไว้บนโลกมนุษย์  มึงพูดไปให้หมด  อย่างปิดบังนะมึง”  ยมทูตตวาดภิกษุรูปนั้น 
          “ข้าพระพุทธเจ้าเป็นคนจังหวัดกาฬสินธุ์บวชเป็นพระมาประมาณ ๑๕ ปี  กระทำความผิดไว้มากมาย  ข้าพระพุทธเจ้าเคยล่อลวงหญิงสาวมาข่มขืนหนึ่งคนและทอดทิ้งเธอไปแล้วข้าพระพุทธเจ้าก็หนีมาบวช  แต่เพราะอารมณ์ชั่ววูบทำให้ต้องสร้างบาปเอาไว้ในพระพุทธศาสนา  ข้าพระพุทธเจ้าได้ขโมยเงินที่ชาวบ้านนำมาทำบุญไปใช้บำเรอความสุขส่วนตัวไม่สนใจกิจสงฆ์ในพุทธศาสนา  ทำให้ข้าพระพุทธเจ้าต้องได้รับทุกข์กรรมเช่นนี้” 
          “ยังมีอีก  มึงว่าไปให้หมด”  ยมทูตตะคอกใส่พระภิกษุด้วยเสียงอันดัง 
          “ข้าพระพุทธเจ้าเคยข่มขืนตัวเองในขณะเป็นพระภิกษุ  กรรมนี้ทำให้ข้าพระพุทธเจ้าต้องถูกยมทูตลงโทษให้ใช้มือที่เคยทำข่มขืนตัวเองวันละ ๓ หน  และให้กลืนน้ำเชื้อของตัวเองเข้าไป” 
          “เอาตัวพระรูปนี้ไปลงโทษตามกฎแห่งกรรม  เราอยางเห็นสภาพตอนลงโทษเพื่อจะได้นำไปเขียนให้มนุษย์ได้รู้ถึงบาปกรรม”

          ยมทูตทั้งสองก็เอาตัวพระภิกษุรูปนี้ไปลงโทษ  เมื่อถึงที่ลงโทษยมทูตก็ดึงจีวรออก  ทำให้ภิกษุรูปนั้นต้องมีสภาพเปลือยกาย  หน้าตาของภิกษุรูปนั้นแสดงถึงความตกใจและหวาดกลัว  ยมทูตได้ผลักภิกษุรูปนั้นล้มนอนลงบนพื้นดิน
         “มึงทำอย่างที่มึงเคยทำ”  ยมทูตออกคำสั่งกับภิกษุรูปนั้น
         ภิกษุหนุ่มรูปนั้นก็เอามือทั้งสองข้างจับอวัยวะเพศแล้วทำการข่มขืนตัวเอง  จนน้ำเชื้อเคลื่อนออกแล้วภิกษุรูปนั้นก็เอามือป้ายน้ำเชื้อของตนแล้วเอามาเลีย  ภิกษุรูปนี้ได้กระทำดังเดิมจนครบ ๓ หน
         ทางด้านซ้ายมีสุนัขยืนอยู่ตัวหนึ่ง  ตัวสูงเหนือเข่าเล็กน้อย  ขนสีน้ำตาล  ตาสีมันวาว  ท่าทางดุร้าย  มันได้วิ่งเข้าหาพระภิกษุรูปนั้นแล้วกัดอวัยวะเพศ
           “โอ๊ย ๆ กลัวแล้วครับ  ผมกลัวแล้วครับ”  ภิกษุรูปนั้นร้องขึ้นด้วยเสียงอันดังและดิ้นไปดิ้นมาด้วยความเจ็บปวดและทรมาน  อวัยวะเพศของพระภิกษุรูปนั้นถูกสุนัขกัดจนเหลวแหลก
          แล้วยมทูตก็นำตัวสุนัขตัวนั้นจากไป  เสียงพระภิกษุร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวดและทรมานอย่างยิ่ง  น้ำตารินไหลออกมาอาบแก้ม  ยมทูตได้นำตัวภิกษุรูปนี้จากไปจากที่นี่  ผมเดินตามยมทูตไปจนถึงที่แห่งหนึ่ง  ยมทูตก็ได้ผลักภิกษุรูปนั้นลงบนพื้น  เบื้องหน้ามีแสงรัศมีสีน้ำตาลแผ่เป็นแสงสว่างออกมารอบ ๆ เมื่อรัศมีได้ส่องมาถูกตัวพระภิกษุรูปนั้น  ภิกษุรูปนั้นก็ดินทุรนทุรายเหมือนได้รับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส  ได้ส่งเสียงครวญครางอย่างโหยหวน  เมื่อผมเพ่งไปในใจกลางรัศมีนั้นก็มองเห็นเป็นผลึกสีชาก้อนใหญ่วางอยู่บนหิน
          “ยมทูต  ทำไมพระรูปนี้รับรับกรรมแบบนี้หละ”  ผมถามยมทูต
          “ภิกษุรูปนี้  ไม่ปฏิบัติตามวินัยสงฆ์  ต้องอาบัติ  จึงต้องได้รับกรรมเช่นนี้พระพุทธเจ้าข้า”
           ยมทูตได้นำตัวภิกษุรูปนี้เดินตรงไปอีก  สภาพข้างหน้าที่ปรากฏอยู่นั้นเป็นบ่อน้ำกรดหลายบ่อ  มีคนอยู่ในบ่อมากมายในบริเวณนั้น  ยมทูตได้ทิ้งตัวภิกษุรูปนั้นลงไปบนพื้นแล้วร้องสั่ง
           “มึงเอามือแช่ลงไปในบ่อเดี๋ยวนี้  อย่าเอาขึ้นมาก่อนกูจะสั่งนะมึง”  ยมทูตสั่งด้วยความเฉียบขาด
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังอยู่ทั่วบริเวณนั้น  ทุกคนกำลังถูกยมทูตลงโทษอยู่  บางคนที่เอามือแช่ลงไปในบ่อได้รับความเจ็บปวดจนร้องออกมาด้วยเสียงอันดังและโหยหวน  ตาเหลือกขึ้น  หน้าตาบูดเบี้ยว  เนื้อที่ติดกับกระดูกก็ละลายไปกับน้ำกรดเหลือแต่โครงกระดูกสีขาวโพลน
          ภิกษุรูปนี้ถูกให้ใช้กรรมที่เขาได้นำเงินอันเป็นทรัพย์สินที่ประชาชนบริจาคให้กับวัดไปใช้  จึงต้องได้รับกรรมอย่างนี้
ความเจ็บปวดที่วิญญาณได้รับ  เสียงร้องที่ดังโหยหวนเพราะความเจ็บปวดสภาพทุกขเวทนา  มันเป็นผลกรรมที่ต้องได้รับ  ผลแห่งกรรมที่ตนได้กระทำขึ้นมาเองทั้งสิ้น
          “ยมทูต  เอาตัวภิกษุรูปนี้ขึ้นมาซิ”
          ยมทูตก็เอาตัวภิกษุรูปนั้นมาอยู่ตรงหน้าผม  สภาพของภิกษุรูปนี้เสมือนซากศพเดินได้ก็ไม่ปาน
         “เราอยากจะให้เธอบอกถึงความรู้สึกที่ต้องรับผลกรรมในนรกขุมนี้”
         “มันสุดแสนจะทรมาน  ข้าวก็ไม่ได้กิน  ได้กินแต่ขี้วันละ ๕ ขัน  ไม่กินก็ไม่ได้  ยมทูตก็บังคับ”  ภิกษุบอกถึงความรู้สึกด้วยน้ำตานองหน้า 
           “เอาหล่ะ  เมื่อเธอสารภาพความจริง  ซึ่งก็ตรงตามที่บัญชาบ่งเอาไว้  เธอจะได้รับการผ่อนโทษนะ  และเราจะแบ่งบุญให้เธอด้วย  จงพนมมือขึ้น”
          “เราขอแบ่งบุญให้แก่วิญญาณตนนี้…”
           ฉับพลันนั้น  เบื้องหน้าของภิกษุรูปนี้ก็มีอาหารวางอยู่ตรงหน้าพร้อมกับน้ำ  นี่เป็นผลบุญที่วิญญาณตนนี้ได้รับตามที่ผมอธิษฐานไว้ด้วยความดีที่ภิกษุรูปนี้ได้สารภาพถึงบาปกรรมที่ตนได้ก่อขึ้นโดยไม่ปิดบัง  จึงได้รับการใช้โทษให้ไปรับกรรมในนรกขุม ๔  ต่อไป

สมัครเพื่อรับความคิดเห็นล่าสุดจาก Feed ความคิดเห็น (11 แสดงความคิดเห็นแล้ว)

avatar
ศุภัทรา 26/06/2008 18:22:14
เป็นนิทานที่เตือนใจมนุษย์ได้อย่างดีเลยทีเดียว
avatar
กนกพร เอื้อกิจ 23/09/2008 11:35:50
สาธุ สาธุ อนุโมทานิ สามารถเตือนใจให้มนุษย์กลัวบาปกรรมและทำแต่ความดีค่ะ
avatar
อ้อย 03/10/2008 09:09:23
ขอเป็นกำลังใจให้เว็ป mindcyber ตลอดไป
เสียงตอบรับจากหนังสือเล่มนี้ดีมาก
สอนให้คนเกรงกลัวต่อบาป
ขออนุโมทนาให้เว็ป mindcyberตลอดไปค่ะ
avatar
"รักษาตัวกลัวกรรมอย่าทำชั่ว จะหมองมัวหม่นไหม้ไปเมืองผี จงเลือกทำแต่กรรมที่ดีดี จะได้มีความสุขพ้นทุกข์ภัย" เป็นหนังสือที่ดีควรมีอ่าน กล่อมลูกหลานก่อนนอนย่อมดัดง่าย ให้เขาฟังเขารู้ไว้เป็นกำไร จงใส่ใจลูกหลานท่านกันเถอะเรา ฯ จาก ลุงเชย ดอกกัญชา (ตัวปลอมจ๊ะ)
avatar
อร 10/10/2008 16:19:41
ขออนุโมทนาด้วยจ๊ะ รักษาศีลห้า และมีความเชื่อ และสัทธา ต่อธรรมะที่พระพุทเจ้าได้ตรัสรู้เผยแพร่มาจนถึงทุกวันนี้ และมีความเพียรปฏิบัติตาม ก็จะพบกับควมพ้นทุกข์ ขอให้เจ้าของเวป ที่นำสิ่งดีมาเผยแพร่เป็นวิทยาทาน ขอบารมีพระพุทธเจ้าอุดหนุนนำส่งให้ท่านปฏิบัติจนสิ้นอาสวะกิเลส ในชาติปัจจุบันนี้ด้วยเถิด
avatar
นายวิโรจน์ 05/11/2008 10:46:43
หนังสือเล่มนี้ดีมากใช้สอนคนได้ดี
avatar
สายป่าน 05/11/2008 16:14:45
ขออนุโมทนาด้วยค่ะ ขอให้จัดทำสิ่งดีๆๆเตือนสติมษุนย์อย่างนี้ตลอดไปนะคะ ทุกคนจะได้ปฏิบัติดีกันมากๆๆค่ะ
avatar
เด็กชายธีรพงษ์ 14/01/2009 10:13:53
เป็นเรื่องที่ให้รับรู้ถึงบาปกรรม ทำให้เราไม่อยากทำบาปครับ
avatar
ปุญญาพัฒน์ 09/02/2009 22:56:44
สาธุ สาธุ
avatar
ตุ๊กตา 29/04/2009 11:49:35
ขออนุโมทนาสาธุ ที่นำเรื่องดีๆไว้เป็นอุทาหรณ์ ข้อเตือนใจแก่ทุกคนให้เกรงกลัวบาปกรรม
1 2 next จำนวน: 11 | ที่แสดง: 1 - 10

แสดงความคิดเห็น

  • Bold
  • Italic
  • Underline
  • Quote

กรุณาระบุรหัสที่เห็นในภาพ

Captcha

Tagged as:

ไม่พบคำค้นสำหรับเนื้อหานี้
  1. สังสารวัฏ (5.00)

  2. ภาพที่ ๔๖ เสด็จไปโปรดพระญาติที่กรุงกบิลพัสดุ์ พระญาติผู้ใหญ่ถือว่าสูงอายุ ไม่ถวายบังคม (5.00)

  3. พระอมิตาภพุทธเจ้า(ออนีทอฮุก ) (5.00)

  4. พระสมันตภัทรโพธิสัตต์ (5.00)

  5. บำเพ็ญอีก 20 ปี (5.00)

  6. บรรพชนฝากไว้ให้ลูกหลาน (5.00)

  7. ท่องแดนสุขาวดี (5.00)

  8. นิทานทศชาติ (5.00)

  9. มาทาน AIkaline food มาก ๆ กันเถอะ (5.00)

  10. นิทานเรื่องสั้นของท่านพุทธทาส เรื่อง เจ้าของเรือ (5.00)

แสดงความนิยมสำหรับเนื้อหา

4.67