หน้าหลัก | บทความธรรมะ | กฎแห่งกรรม | บันทึกนรกภูมิ | ครั้งที่ ๕ วันศุกร์ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๓๒

ครั้งที่ ๕ วันศุกร์ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๓๒

โดย
ขนาดอักษร: Decrease font Enlarge font

วันศุกร์ที่  ๒๔  กุมภาพันธ์  พุทธศักราช  ๒๕๓๒
ครั้งที่ ๕
นรกขุม ๓  แดนน้ำกรด
           ผมอธิษฐานจิต  “ขอโปรดสัตว์ในนรก”  กายธรรมกายของผมแสดงฤทธิ์ขอต่อนรก (ขอไปนรก)…ด้วยกายธรรมกาย  และปรากฏอยู่  ณ นรกขุม ๓
เบื้องล่างในพื้นยมโลก  มียมทูตยืนอยู่สององค์เป็นยมทูตชาวจีน  สวมกางเกงขายาวหรือขาสั้นผมมองไม่แน่  แต่เมื่อลงไปข้างล่างความสงสัยต่าง ๆ ก็กระจ่าง  ผมเห็นยมทูตทั้งสองสวมกางเกงขาสั้นสีแดงและถืออาวุธเป็นหอกจีนเหมือนในหนังจีนโบราณ 
           “ข้าพระพุทธเจ้าขอรับธรรมทาน  ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ  ด้วยบารมีพระปกเกล้า  ขอถวายบังคมเดชฤทธิ์อิทธิศร  ด้วยเกล้าบารมีปกเกล้าปกหม่อมพระพุทธเจ้าข้า” 
           “เราต้องการสัมภาษณ์วิญญาณที่รับกรรมอยู่ในนรกแดนนี้” 
           “พระพุทธเจ้าข้า” 
           แล้วยมทูตก็เดินนำหน้าผมไป  เดินย้อนไปตามทางที่ยมทูตเขาเดินมาเมื่อสักครู่  มีกลิ่นคาวเลือดลอยลมมาจาง ๆ โชยมากับสายลมเบื้องล่าง  กลิ่นนี้มีต้นเหตุมาจากซากวิญญาณบริเวณนั้น  ข้างหน้าผมมีบ่อน้ำอยู่บ่อหนึ่งมีขนาดใหญ่พอสมควร  น้ำในบ่อเดือดจัดจนเป็นฟองอากาศเต็มไปหมดทั่วผิวน้ำ  มีควันสีขาวลอยอยู่เหนือผิวน้ำบาง ๆ ผมสังเกตดูความร้อนของน้ำในบ่อคงจะร้อนมาก  รอบ ๆ ขอบบ่อมีเส้นสีขาวตีเส้นอยู่รอบ ๆ เส้นนี้หมายถึงเตือนว่าอย่าเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้กว่าเขตกำหนดนี้  จะเดือดร้อน  บ่อน้ำนี้คือ  “บ่อน้ำกรดพิษ”  ผู้ที่ต้องรับโทษในแดนนี้คือวิญญาณที่โกงทรัพย์สินผู้อื่นด้วยเจตนาที่จะนำทรัพย์สินนั้นมาเป็นของตัว  หรือเบียดเบียนผู้อื่นด้วยเจตนาที่จะลักทรัพย์สิน  ของมีค่า  อันมิใช่ของตน 
           เมื่อผมลงไปสู่นรกเบื้องล่าง  มีวิญญาณหลายตนร้องขอ  ขอให้ผมช่วยบอกกล่าวแก่มนุษย์ที่มารอรับกรรมรับเวรอยู่ในโลกมนุษย์ให้มาสร้างบุญด้วยตนเองให้เร็วที่สุด  เพราะเวลาในโลกมนุษย์นั้นมีน้อย  หากใครมีบุญน้อยก็จะมีเวลาอยู่ในโลกมนุษย์นั้นน้อย  นอกจากเป็นผู้มีกรรมที่จะต้องมารับกรรมรับเวรในโลกมนุษย์เท่านั้นจึงจะมีเวลาอยู่ใช้กรรมจนกว่าจะหมดจากตัวในชาตินั้น  นี่เป็นคำขอร้องให้บอกแก่มวลมนุษย์ทั้งหมด 
           สักครู่ก็มียมทูตสององค์นำตัววิญญาณตนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาผม  ยมทูตองค์ทางซ้ายมือของผมมีอาวุธถืออยู่ในมือเป็นอาวุธทิพย์ลักษณะเป็นหอกปลายคู่รูปร่างคล้ายหอก  แต่เนื้ออาวุธทำเป็นรูปคล้ายพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว  อาวุธนี้เรียกว่า  “จันทร์วงเสี้ยว”  ที่บนหัวของยมทูตมีเขาปรากฏอยู่ซึ่งเขานั้นเป็นเครื่องหมายบอกถึงยศอำนาจของยมทูตองค์นั้น 
           ส่วนยมทูตอีกองค์หนึ่งแต่งกายคล้าย ๆ กัน  แต่ไม่มีเขาปรากฏอยู่บนหัว  ถือหอกยาวเป็นอาวุธ  วิญญาณที่ถูกนำตัวมาเป็นผู้ชายอายุประมาณสามสิบเศษไม่เกินสี่สิบ  ไม่สวมเสื้อผ้ามีป้ายแขวนอยู่ที่คอบอกชื่อว่า  “ผีกระหายทรัพย์”  หน้าตาหมองเศร้า  บนใบหน้ามีหนวดเคราขึ้นบางๆ 
           “มึงลงไปในบ่อนั้นเดี๋ยวนี้”  ยมทูตตวาดด้วยเสียงอันดังพร้อมกับชี้มือไปที่บ่อ 
           แต่วิญญาณตนนี้ไม่กล้าลงไป  ยมทูตจึงใช้เท้าเตะเข้าไปที่ตรงท้อง  ผีตนนั้นล้มกลิ้งตกลงไปในบ่อ  มีเสียงเหมือนวัตถุตกลงไปในน้ำ  สักครู่ในน้ำตรงที่ผีตัวนั้นตกลงไปมีฟองอากาศพรูขึ้นมา  แล้วมีโครงกระดูกขาวโพลน  มีเนื้อเยื่อของร่างกายติดมาคู่กับกระดูก 
           ยมทูตที่ถือหอกก็ใช้หอกที่ถือนั้นดึงเอาโครงกระดูกขึ้นมาบนพื้นดิน  และมียมทูตองค์หนึ่งถือน้ำทิพย์บรรจุในขันมาราดลงไปที่โครงกระดูกนั้น  จากโครงกระดูกก็แปรเปลี่ยนรูปร่างเป็นรูปร่างเดิมของชายผู้นั้นที่มีเนื้อหนังมังสาประกอบอยู่
         “ยมทูต  เอาตัวเขาขึ้นมาซิ”
         “เธอทำกรรมอะไรเอาไว้ในสมัยที่เป็นมนุษย์ จึงต้องมาตกนรกขุมนี้ จงเล่าไปตามความจริง”
         “เอ่อ…เอ่อ…อ”  ไม่มีเสียงพูดออกมา  ผมจึงบอกให้ยมทูตเอาน้ำในผีตัวนี้ดื่ม
         “ข้าพระพุทธเจ้าเป็นชาวสิงคโปร์  ครั้งหนึ่งข้าพระพุทธเจ้าร่วมทำธุรกิจกับญาติของตนเอง  จนมีกำไรพอที่จะสร้างเนื้อสร้างตัวได้  แต่ด้วยความโลภของข้าพระพุทธเจ้า  จึงได้ยักยอกเงินส่วนหนึ่งของบริษัทมาเป็นของตัว  โดยเก็บเป็นความลับแต่ผู้เดียว  ต่อมาธุรกิจที่ทำก็ล้ม  ญาติคนนั้นต้องขายบ้าน  รถ  และทรัพย์สินอื่นเพื่อผ่อนใช้หนี้  ต่อมาข้าพระพุทธเจ้าได้อพยพย้ายครอบครัวไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา  ภายหลังได้ข่าวว่าญาติคนนี้ได้เสียชีวิตลงด้วยความตรอมใจ  ครอบครัวของเขาต้องแยกย้ายที่อยู่  นับเป็นความผิดที่ข้าพระพุทธเจ้าได้ก่อไว้อย่างมหันต์  เมื่อข้าพระพุทธเจ้าตาย  วิญญาณก็ถูกนำตัวมาตัดสินให้ได้รับโทษเพื่อให้ใช้กรรมที่ตนเองได้ก่อไว้ในนรกขุมนี้”
          “เมื่อเธอสารภาพความจริงออกมา  เธอก็จะได้รับอภัยโทษเนื่องด้วยสวรรค์ได้ประกาศว่าจะลดกรรมให้แก่วิญญาณที่ให้สัมภาษณ์ถึงความผิดที่ได้ก่อขึ้นเมื่อครั้งเป็นมนุษย์  ด้วยความเมตตาของสวรรค์ในครั้งนี้  เราจะให้เธอพ้นจากนรกขุมนี้ไปเกิดใหม่…เธอจงพนมมือขึ้นแล้วว่าตามที่เราพูด”
          “สาธุ  ข้าเจ้าขอให้คำสัตย์ต่อสวรรค์ว่า  ข้าพเจ้าจะไม่ประพฤติตนเยี่ยงเดิมอีก  และจะพยายามสร้างกรรมดีให้ปรากฏเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้  หากเมื่อใดข้าพเจ้าผิดคำสัตย์ที่ให้ต่อสวรรค์ในครั้งนี้แล้ว  ขอให้สวรรค์ลงทัณฑ์ข้าพเจ้าเพิ่มสองเท่าเถิด”
         “ดี  เมื่อเธอให้สัจจะต่อสวรรค์แล้ว  เราขออวยพรให้ชีวิตใหม่ของเธอได้อยู่ภายใต้บารมีแห่งพระพุทธศาสนาเถิด”
         “ยมทูตนำตัวเขาไปชำระคดีให้เสร็จสิ้น  แล้วส่งไปเกิดใหม่เป็นคนที่ต้องสร้างฐานะตั้งแต่เริ่มแรกจนตั้งตัวได้  แล้วใช้กรรมผูกพันธ์ของเขาที่ได้ทำเอาไว้เมื่อครั้งเป็นมนุษย์”
         “เมื่อมนุษย์ทั้งหลายเกิดลงมาสู่มนุษย์โลก  ได้สู่กรรมวาระกรรม (การเข้าสู่วาระกรรมแห่งกรรมทาส) (กรรมทาสคือการใช้กรรมในภพชาติแห่งภพมนุษย์)  ภพภูมิแห่งมนุษย์นี้มีผู้ชายผู้หญิงอยู่ร่วมกันเพื่อเป็นการเกิดก่อกันของมนุษยชาติ  ดังนั้นเมื่อชายหญิงใดได้มีการผิดเพศผิดธรรม  หรือผิดเพศผิดชาติ  ก็จะต้องรับกรรมในยมโลกแน่…นี่คือความจริงในยมโลก”  นี่เป็นความหมายของธรรมชาติกฎ
ข้อความนี้สลักบนก้อนหินในยมโลกแดน ๒  ของมนุษย์โลก  ณ  ห้องศิลา

สมัครเพื่อรับความคิดเห็นล่าสุดจาก Feed ความคิดเห็น (0 แสดงความคิดเห็นแล้ว)

จำนวน: | ที่แสดง:

แสดงความคิดเห็น

  • Bold
  • Italic
  • Underline
  • Quote

กรุณาระบุรหัสที่เห็นในภาพ

Captcha

Tagged as:

ไม่พบคำค้นสำหรับเนื้อหานี้
  1. สังสารวัฏ (5.00)

  2. ภาพที่ ๔๖ เสด็จไปโปรดพระญาติที่กรุงกบิลพัสดุ์ พระญาติผู้ใหญ่ถือว่าสูงอายุ ไม่ถวายบังคม (5.00)

  3. พระอมิตาภพุทธเจ้า(ออนีทอฮุก ) (5.00)

  4. พระสมันตภัทรโพธิสัตต์ (5.00)

  5. บำเพ็ญอีก 20 ปี (5.00)

  6. บรรพชนฝากไว้ให้ลูกหลาน (5.00)

  7. ท่องแดนสุขาวดี (5.00)

  8. นิทานทศชาติ (5.00)

  9. มาทาน AIkaline food มาก ๆ กันเถอะ (5.00)

  10. นิทานเรื่องสั้นของท่านพุทธทาส เรื่อง เจ้าของเรือ (5.00)

แสดงความนิยมสำหรับเนื้อหา

5.00