หน้าหลัก | บทความธรรมะ | กฎแห่งกรรม | บันทึกนรกภูมิ | ครั้งที่ ๖ วันอังคารที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๓๒

ครั้งที่ ๖ วันอังคารที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๓๒

โดย
ขนาดอักษร: Decrease font Enlarge font

วันอังคารที่  ๒๙  กุมภาพันธ์  พุทธศักราช  ๒๕๓๒
ครั้งที่ ๖
นรกขุม ๕  แดนหลุมพิษ

          โลภะคือความโลภ  ด้วยความหลงผิดคิดอยากได้ในทรัพย์สินอันมิใช่ของของตนมาครอบครอง  ด้วยอำนาจหน้าที่หรือการกระทำอันมิชอบแล้ว  ผลกรรมที่จะได้รับดั่งเช่นอุทธาหรณ์ตัวอย่างจากการสัมภาษณ์วิญญาณในนรกนี้  มีปรากฏให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ 
          กายธรรมกายปรากฏอยู่  ณ เบื้องล่างบนพื้นพิภพยมโลก  ในนรกขุม ๕  บริเวณนั้นพื้นดินเป็นทางลูกรังสีแดง  ฝุ่นละอองจากดินลอยคลุ้งอยู่ทั่วบริเวณนั้น  ข้างหลังผมมียมทูตสององค์เดินเข้ามาหาผม 
          “เราต้องการสัมภาษณ์วิญญาณบาปที่ตกนรกขุมนี้หน่อย” 
          “พระพุทธเจ้าข้า” 
          ยมทูตก็นำทางผมเดินไปข้างหน้า  เส้นทางข้างหน้าที่เดินไปนั้นมือพอสมควร  แต่ก็พอที่จะมีแสงที่ช่วยให้มองเห็นเส้นทางได้รำไร  ตรงข้างทางมีป้ายปักไว้ว่า  “แดนหลุมพิษ”  เมื่อเดินเข้าไปสักหน่อยก็มองเห็นเงาดำ ๆ สามสี่คนจมอยู่ในพื้นดิน  ลำตัวของเขาจมอยู่ในพื้นดิน  ส่วนหัวกับแขนโผล่อยู่เหนือพื้นดิน  เมื่อผมมองอย่างเพ่งพินิจก็เห็นผีผู้ชายหลายคนอยู่ในดิน  ผิวหนังตามแขนและใบหน้ามีแผลเป็นอยู่หลายแห่ง  ชายเหล่านี้หายใจอย่างรวยรินเหมือนคนไม่มีแรง  ผีทุกตัวมีชื่อว่า  “ผีหลุมดิน”

“วิญญาณเหล่านี้เป็นใคร”  ผมถามยมทูต
“วิญญาณเหล่านี้เป็นพวกที่กินสินบน  พระพุทธเจ้าข้า”

          “เราคือ________________ได้รับพระบรมราชโองการจากสวรรค์  ให้แต่งหนังสือท่องนรกขึ้นจากการสัมภาษณ์วิญญาณบาปในภูมินรก  วิญญาณบาปตนใดที่ให้สัมภาษณ์ถึงการกระทำของตนในโลกมนุษย์จะได้รับการลดหย่อนโทษจากสวรรค์”
         “ข้าพระพุทธเจ้าเป็นคนไทย  อาศัยอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช  เป็นข้าราชการชั้น ๓  ทำงานอยู่ที่สถานที่ราชการแห่งหนึ่ง…มีคนเข้ามาติดต่อขอให้ข้าพระพุทธเจ้าช่วยจัดการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่เป็นของญาติเขาให้มาเป็นของเขา  โดยเขาให้เงินตอบแทนข้าพระพุทธเจ้าจำนวนสามพันบาท  และให้ใช้ชื่อของเขาว่าเป็นผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยถูกต้องตามกฎหมาย  ด้วยกรรมอันนี้ทำให้ข้าพระพุทธเจ้าต้องมารับโทษในนรกขุมนี้”
         “เธอได้รับสิ่งใดเป็นอาหาร”  ผมถาม 
          “ข้าพระพุทธเจ้าต้องกินกรวดกินดินห้าจานทุกวัน  รสชาติของดินนั้นเหมือนกับกรวดทรายทั่วไป  แต่เมื่อตกถึงท้องจะปวดท้อง  ทรมานมาก  เมื่อข้าพระพุทธเจ้าไม่กินก็ถูกยมทูตสองท่านนี้ลงโทษ”
         “เธอได้สารภาพถึงกรรมที่ได้ก่อไว้ตามความเป็นจริง  เราตรวจดูกับบัญชีกรรมแล้วตรงกันกับที่เธอพูด  เธอจะพ้นโทษตามสัญญาสวรรค์จ๊ะ  เธอจงพนมมือขึ้นแล้วว่าตามเรา”
         “สาธุ  ข้าพเจ้าให้คำสัตย์ต่อสวรรค์ว่า  ข้าพเจ้าประพฤติตัวเป็นคนดี  ไม่กินสินบนอีกต่อไป  หากข้าพเจ้าผิดคำสัตย์ที่ให้ต่อสวรรค์แล้ว  ขอให้ข้าพเจ้าต้องตก  “นรกหมกไหม้”  จนกว่า         พระศรีอาริยเมตไตรตรัสรู้เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมมาพุทธเจ้า”  ผีตนนี้กล่าวพร้อมกับพนมมือขึ้นจรดเหนือศรีษะ
         “ยมทูต  นำตัวชายผู้นี้ไปนรกขุม ๙  ที่  “ศาลพิพากษา””
ยมทูตก็ได้นำตัววิญญาณตนนี้ไป
         จากนั้นผมก็เดินเลี้ยวขวาไปตามป้ายลูกศรชี้  ผมพบทางเข้าทางหนึ่งมีป้ายเขียนบอกไว้ว่า  “แดนลงทัณฑ์   ผมเดินตรงเข้าไปตามทางเดินจนถึงสถานที่ลงทัณฑ์  มีวิญญาณบาปตนหนึ่งกำลังนอนกอดตำราดิ้นไปดิ้นมาอยู่บนพื้น  พร้อมกับร้องให้ไปด้วย  ปากก็พูดแต่คำว่า  “ฉันไม่รู้  ฉันไม่รู้  ฉันไม่รู้…”   ผมดูตามวัยของวิญญาณตนนี้ก็ประมาณหกสิบกว่า ๆ รูปร่างเปลือยเปล่า  ไร้สิ่งปกปิดร่างกาย  ที่คอมีป้ายแขวนบอกชื่อไว้ว่า  “ผีปุจฉา”
         “ยมทูต  วิญญาณตนนี้ทำกรรมอะไรไว้หรือ”  ผมถามยมทูต
         “พระพุทธเจ้าข้า”
          “ชายผู้นี้ในอดีตเคยบวชเป็นพระภิกษุ  ศึกษาพระธรรมจนนึกว่าตัวเองเป็นพระอรหันต์กลับชาติมาเกิด  จึงตั้งตัวเป็นอาจารย์สอนหลักธรรมผิดจากเดิม  มักจะโต้แย้งหลักธรรมกับพระภิกษุสงฆ์หลายท่าน  ด้วยเล่ห์กลทำให้พระภิกษุเหล่านั้นต้องขายหน้าและด้วยความลำพองฮึกเหิม  ทำให้ต้องมารับกรรมอยู่ในนรกขุมนี้นาน ๙๐ ปี  พระพุทธเจ้าข้า”
        “เธอทำกรรมอะไรไว้  จึงต้องมารับผลกรรมเช่นนี้  เธอจงเล่าไปตามความจริงเถอะจ๊ะ”
        “ข้าพระพุทธเจาเป็นชาวกรุงเทพฯ  เคยบวชเรียนอยู่ที่วัด  ด้วยความอวดตัวอวดฉลาดว่าตนเป็นผู้รู้บวชเรียนมาหลายพรรษา  จึงถกเถียงหลักธรรมกับพระภิกษุรูปอื่นด้วยความคิดว่าตนเองคือพระอรหันต์กลับชาติมาเกิด  จึงใช้คารมเอาชนะพระภิกษุอื่นด้วยเล่ห์และใช้ให้ลูกศิษย์ป่าวประกาศว่าข้าพระพุทธเจ้าคือ  “พระโมคคัลลานะ”  กลับชาติมาเกิดเพื่อช่วยมนุษย์  ทำให้คนแตกตื่นกันแล้วพากันมาหาข้าพระพุทธเจ้า  ลาภสักการะต่าง ๆ มีมาไม่ขาดทำให้ข้าพระพุทธเจ้ามีลูกศิษย์ลูกหามากมาย  ด้วยกรรมดังกล่าวทำให้ข้าพระพุทธเจ้าต้องมารับผลกรรมที่ก่อไว้เช่นทุกวันนี้”  ผีตนนี้สารภาพบาปพร้อมกับร้องให้ไปด้วย
        “เธอได้สารภาพถึงบาปกรรมที่เคยก่อไว้ตามความจริง  เบื้องบนมีมติให้เราสัมภาษณ์วิญญาณบาปต่าง ๆ ที่ใช้กรรมอยู่ในนรก  แล้ให้ช่วยเหลือเมื่อวิญญาณนั้นสารภาพถึงบาปกรรมที่ได้ก่อไว้ในอดีต”
         “หากวิญญาณนั้นเคยก่อกรรมในอดีตไว้มากมาย  ทั้งยังอวดอ้างว่าตนคือพระอรหันต์กลับชาติมาเกิดเป็นการลบหลู่พระศาสนาอย่างมาก  เราจึงไม่สามารถช่วยเธอให้พ้นจากนรกไปได้  ด้วยผลกรรมที่เธอได้สารภาพความจริงถึงบาปกรรมที่เธอได้ก่อเอาไว้  เราจะให้เธอได้ไปสู่นรกภูมิขุมที่ ๓  เพื่อให้เธอใช้กรรมที่เคยก่อไว้ให้หมด  เมื่อนั้นเธอจะพ้นกรรม”  ผมกล่าวกับผีตนนั้น
         “ยมทูต  นำตัวชายผู้นี้ไปเผาไฟให้ไหม้เกรียมเพื่อใช้กรรมที่ได้ลบหลู่พระศาสนา  ตามเวลาโทษแล้วนำตัวไปตัดสินใหม่”
กายธรรมกายกลับสู่โลกมนุษย์
         “กรรมให้ผลทันตา  หลบหลีกไม่พ้น  ใครก่อกรรมใดไว้ก็ต้องได้รับผลกรรมนั้นตอบสนองทุกคน  จงอย่าเพลิดเพลินในกิเลสตัณหา  รู้ไว้เถิดว่ากรรมสนองนั้นมีจริง  ให้ผลทุกกัลป์กาล”

สมัครเพื่อรับความคิดเห็นล่าสุดจาก Feed ความคิดเห็น (2 แสดงความคิดเห็นแล้ว)

avatar
ทางสายหนึ่งถึงนรกต้องหมกไหม้ ตกใต้ไฟโทสาฆ่าประหาร ทางสายสองโลภมากจึงยากนาน ต้องซมซานเป็นเปรตอสูรกาย ทางสายสามสู่สัตว์ดิรัจฉาน เพราะสันดานโมหะละไม่หาย ทางสายสี่เป็นมนุษย์สุดสบาบ จะดีร้ายยังได้เห็นร่างเป็นคน ทางสายห้าพาสู่ประตูสวรรค์ ได้สุขสันต์เสพคุณบุญกุศล ทางสายหกเป็นปฐมพรหมเบื้องบน เกิดจากผลสมาธิดำริดี ทางสายเจ็ดสำเร็จรู้สู่มรรคผล เป็นบุคคลอริยะประเสริฐศรี อยู่เหนือความปรากฎหมดราคี ตัดวิถีการเวียนว่ายได้นิพพาน ทางสายหนึ่งสองสามห้ามมุ่งหมาย เป็นอบายชั่วช้าน่าสงสาร ใช้หนี้บาปอาบแต่ทุกข์ทรมาน จนสิ้นกาลก็เวียนว่ายตายเกิดไป ทางสายห้าท่านว่าดีมีหกชั้น เป็นสวรรค์วิมานแก้วแววไสว รับผลบุญบารมีที่สุขใจ จนสิ้นสุดอายุขัยในเทวา ทั้งอบายทั้งสวรรค์ทั้งมนุษย์ ยากจะหลุดพ้นกามข้ามตัณหา ถึงเป็นพรหมอรูปพรหมข่มกามา สิ้นเวลาอายุขัยไปตามกรรม สรรพสิ่งใดใดไม่เที่ยงแท้ มีเกิดแก่เจ็บตายทั้งสูงต่ำ ตามแต่ละสภาวะจะกระทำ ผู้มีธรรมถึงใจใฝ่นิพพาน รู้อริยสัจจ์สี่มีสัจจะ เมื่อชนะใจตนพ้นสงสาร ฆ่ากิเลสอนุสัยในสันดาน พ้นบ่วงมารมลทินสิ้นทุกข์เอย" ของ ธงธรรม ธรรมทาน สุ. ดาวดีศรีสุนทรอักษศิป์ อ.แกลง จ.ระยอง ทรงจำโดย ลุงเชย ดอกกัญชา (พิจิตร เมืองงาม)
avatar
Gina 13/06/2011 17:02:08
That's 2 clever by half and 2x2 clever 4 me. Thnaks!
จำนวน: 2 | ที่แสดง: 1 - 2

แสดงความคิดเห็น

  • Bold
  • Italic
  • Underline
  • Quote

กรุณาระบุรหัสที่เห็นในภาพ

Captcha

Tagged as:

ไม่พบคำค้นสำหรับเนื้อหานี้
  1. สังสารวัฏ (5.00)

  2. ภาพที่ ๔๖ เสด็จไปโปรดพระญาติที่กรุงกบิลพัสดุ์ พระญาติผู้ใหญ่ถือว่าสูงอายุ ไม่ถวายบังคม (5.00)

  3. พระอมิตาภพุทธเจ้า(ออนีทอฮุก ) (5.00)

  4. พระสมันตภัทรโพธิสัตต์ (5.00)

  5. บำเพ็ญอีก 20 ปี (5.00)

  6. บรรพชนฝากไว้ให้ลูกหลาน (5.00)

  7. ท่องแดนสุขาวดี (5.00)

  8. นิทานทศชาติ (5.00)

  9. มาทาน AIkaline food มาก ๆ กันเถอะ (5.00)

  10. นิทานเรื่องสั้นของท่านพุทธทาส เรื่อง เจ้าของเรือ (5.00)

แสดงความนิยมสำหรับเนื้อหา

0