ครั้งที่ ๗ วันพุธที่ ๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๓๒
วันพุธที่ ๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๓๒
ครั้งที่ ๗
นรกขุม ๖ แดนประหาร
เบื้องล่างบนพื้นดินพิภพยมโลก ที่นี่คือ นรกขุม ๖ ในแดนหนึ่งของนรกภูมิในอีกหลาย แดนนี้มีชื่อว่า “แดนประหาร” เป็นแดนที่มีการประหารวิญญาณบาปเพื่อให้ร่างเดิมแตกสลาย จิตวิญญาณของกายก็จะ แยกออกจากกายนั้นเพื่อจะ ไปเกิดใหม่ตามวาระกรรมของแต่ละบุคคล กายใหม่ที่แยกออกไปนี้จะเข้าสู่ภาวะดับจิตจนกว่าจะได้เกิดใหม่
ข้างหน้ามียมทูตเดินเข้ามาหาผมสององค์ เป็นยมทูตชาวโปรตุเกสทั้งสององค์ แต่งกายเหมือนยมทูตทั่วไปแต่สวมกางเกงสีแดง ไม่สวมเสื้อ ถือหอกเป็นอาวุธทั้งสององค์และมีห่วงเหล็กรัดอยู่รอบศีรษะเป็นเครื่องหมายบอกถึงตำแหน่งหน้าที่ที่ทำ ข้าพระพุทธเจ้าขอรับธรรมทาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ด้วยบารมีพระปกเกล้า ขอถวายบังคมเดชฤทธิ์อิทธิศรด้วยเกล้าบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมพระพุทธเจ้าข้า
“เราต้องการสัมภาษณ์วิญญาณบาปที่ตกนรกขุมนี้หน่อย”
“พระพุทธเจ้าข้า”
ยมทูตนำทางผมไป จนถึงที่แห่งหนึ่ง ตรงหน้าผมมีชายรูปร่างใหญ่ยืนอยู่องค์หนึ่ง ดูจากรูปร่างและเครื่องแต่งกายไม่ใช่ยมทูตและวิญญาณบาปแน่นอน เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ชายคนนั้นก็หันหน้ามาทางผม พร้อมกับยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
“ท่านท้าวเวสสุวรรณ” ผมเอ่ยชื่อออกมา
ท่านก็รับคำผมว่า “ใช่ เราคือเวสสุวรรณ”
รูปลักษณะของท้าวเวสสุวรรณ เป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าเป็นยักษ์ สวมเสื้อผ้าสีเขียว ท่อนบนหรือเสื้อผ้าที่สวมอยู่ท่อนบนเป็นผ้าสีเขียวอ่อน และสวมผ้าโจงกระเบนสีเขียวแก่เนื้อผ้ามีลายทองบนเนื้อผ้าพราวระยิบระยับห้อยสังวาลย์เพชร พาดเฉียงซ้ายเป็นเครื่องประดับกายและใช้เป็นอาวุธด้วย เบื้องล่างของท่าน สวมรองเท้าทองคำปลายงอน ในมือถือบัญชีอยู่เล่มหนึ่ง
“สวัสดี ________________ สบายดีหรือ” ท่านท้าวเวสสุวรรณถามผม
“สบายดี …. (มีข้อความต่อจากนี้แต่ผมมีอาจเขียนได้)
หลังจากลาท่านเวสสุวรรณแล้ว ผมก็อธิษฐานไปนรกขุม ๕ และผมก็เดินเลี้ยวขวาไปตามทางที่ยมทูตเดินนำทางอยู่ สักพักของเวลาก็ถึงสถานที่ลงทัณฑ์ ผมเห็นคนสองคนกำลังนอนอยู่บนพื้น ชายคนที่นอนอยู่ทางซ้ายสวมเสื้อยืดสีขาวเก่า ๆ สกปรก แต่ไม่สวมกางเกง อีกคนหนึ่งเป็นผู้หญิงไม่สวมเสื้อผ้า ลักษณะของคนทั้งสองคล้ายคนบ้า ที่คอของผีทั้งสองตนนี้มีป้ายบอกชื่อว่า “ผีปัญญาอ่อน”
ผมจึงเรียกยมทูตมาถาม “ผีพวกนี้ทำกรรมอะไรไว้หรือ ยมทูต”
“ผีพวกนี้ ชาติก่อนเป็นคนที่มีสติสมบูรณ์เช่นมนุษย์ทั่วไป แต่ไม่สนใจที่จะศึกษาเล่าเรียน เอาแต่เที่ยวเตร่หาความสนุกไปวันๆ ทำให้พ่อแม่ต้องทุกข์ทรมาน จึงต้องมาเกิดเป็นผีปัญญาอ่อน พระพุทธเจ้าข้า”
“เราต้องการรู้ว่า ทำไมผีผู้ชายตัวนี้จึงมีเสื้อใส่”
“แม่ของชายผู้นี้ เคยทำบุญและอุทิศบุญกุศลให้แก่เขา ด้วยผลบุญนั้นสนองให้ชายผู้นี้มีเสื้อใส่พระพุทธเจ้าข้า
“แล้วผีผู้หญิงตัวนี้หล่ะ” ผมถาม
“หญิงผู้นี้เคยเป็นหญิงคณิกามาก่อน แล้วถูกฆ่าข่มขืนจนตาย เนื่องจากในอดีตหญิงผู้นี้เคยหนีออกจากบ้าน เที่ยวเร่ร่อนไปตามสถานที่ต่างๆ ถูกชายล่อลวงไปข่มขืนหลายครั้ง หนีพ้นมาได้ครั้งหนึ่ง พ่อแม่ของหญิงผู้นี้ก็ได้ออกตามหาจนหมดเงินหมดทองไปหลายแสนบาท แต่ก็หาไม่พบ จึงแจ้งความต่อตำรวจท้องที่ หลายปีผ่านไป หญิงผู้นี้ก็ตายลงเนื่องจากถูกฆ่าข่มขืน บาปกรรมที่เธอได้ก่อไว้กับพ่อแม่ทำให้เธอต้องตกนรกขุมนี้ห้าสิบปีพระพุทธเจ้าข้า”
พวกเธอสร้างบาปกรรมตามที่ยมทูตว่ามาจริงหรือไม่ ผีทั้งสองตัวพยักหน้าตอบรับ
“พวกเธอทั้งสองได้สารภาพว่า บาปกรรมต่างๆ ที่ยมทูตเล่ามานั้นเป็นความจริงทุกประการ และพวกเธอก็ได้รับผลแห่งกรรมนั้นแล้ว เราจะช่วยพวกเธอให้พ้นจากนรกนี้ไป พวกเธอของพนมมือขึ้นแล้วว่าตามที่เราพูด”
“สาธุ ข้าพเจ้าขอให้คำสัตย์ต่อสวรรค์ว่า ข้าพเจ้าจะประพฤติตนเป็นคนดีไม่เกเรดั่งเช่นก่อนอีก และจะพยายามสร้างบุญกุศลเพื่อลบล้างบาปกรรมที่เคยก่อไว้ในอดีต หากข้าพเจ้าผิดคำสัตย์ที่ให้ต่อสวรรค์แล้ว ขอให้ข้าพเจ้าได้ทุคติเป็นที่สุดเถิด”
“ยมทูตเอา “น้ำคืนสติ” ให้พวกเขาดื่มซิ”
น้ำคืนสตินี้จะช่วยให้ความทรงจำเก่ากลับคืนมาเหมือนเดิม
เทวดาประจำตัว
ภพภูมิของเทพ-เทวดามีทั้งหมด ๖ ชั้นนับจากโลกมนุษย์ขึ้นไป จะอยู่ในสภาวะหรือมีสภาพร่างกายและทุกอย่างเป็นทิพย์ทั้งหมด(อากาศธาตุ) จะไม่มีรูปร่างที่จับต้องได้ด้วยกายหรือมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อของมนุษย์ได้ เราจะรู้เห็นและสัมผัสได้โดยทางจิตเท่านั้นและจะต้องเป็นจิตที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้วเป็นอย่างดีถึงขั้นที่เรียกว่าได้ " อภิญญาจิต " ภพภูมิของเทพเทวดานั้นมีแต่เสวยและรับแต่ความสุข ความเกษมสำราญแต่เพียงอย่างเดียวไม่มีความทุกข์ยากลำบากอะไร เพราะอยากจะได้หรืออยากจะมีอะไรแค่ทำการนึกคิดเอาก็ได้สมประสงค์สมปรารถนาทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีอารมณ์มีความรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง มีครอบครัว มีพ่อแม่ มีลูกมีหลานเหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีทุกข์เหมือนกัน มีตอนที่รู้ว่าบุญใกล้จะหมดแล้วจะต้องลงมาเกิดยังโลกมนุษย์และทุกข์มากๆ ถ้ามาเกิดยังโลกมนุษย์แล้วไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ เพราะการที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์นั้นสมารถทำตัวเอง ศึกษาหลักธรรมแล้วปฏิบัติฝึกจิตของตนเองให้หลุดพ้นเข้าสู่พระนิพพานได้ เทพเทวดาเหล่านี้มาจากไหน? ก็เป็นดวงจิตดวงวิญญาณที่มาจากมนุษย์ที่ตายแล้วและเป็นมนุษย์ที่มีทาน ... รายละเอียด
- วันเข้าพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต
- วันอาสาฬหบูชา วันสำคัญทางพุทธศาสนา
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก
- รวมเคล็ดลับการแก้กรรมแบบต่างๆ
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น
- วันออกพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1 99
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น 78
- เทวดาประจำตัว 58
- เคล็ดการใช้อำนาจบุญแก้กรรมเก่า-ปัญหาชีวิต 48
- บาปกรรมจากการลวกหอยแครง 36
- ภัยพิบัติเกิดจากเวรกรรมของ มนุษยชาติ 31
- บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า 31
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต 30
- ชาติก่อนและชาติปัจจุบันของสุกรตัวหนึ่ง 30
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก 27



แสดงความคิดเห็น