หน้าหลัก | บทความธรรมะ | กฎแห่งกรรม | บันทึกนรกภูมิ | ครั้งที่ ๘ วันพฤหัสบดีที่ ๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๓๒

ครั้งที่ ๘ วันพฤหัสบดีที่ ๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๓๒

โดย
ขนาดอักษร: Decrease font Enlarge font

วันพฤหัสบดีที่ ๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๓๒

ครั้งที่ ๘
นรกขุม ๔ แดนดับจิต (คดีลามก)
        กายธรรมกายของบนยืนอยู่เบื้องล่างบนพื้นพิภพยมโลก ที่ข้างหน้าผมมียมทูตกำลังควบคุมการลงโทษวิญญาณบาปอยู่ มีวิญญาณบาปสองตนกำลังสมสู่กันด้วยร่างอันเปลือยเปล่า 
        “ข้าพระพุทธเจ้าขอรับธรรมทาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ด้วยบารมีพระปกเกล้า ขอถวายบังคมเดชฤทธิ์อิทธิศร ด้วยเกล้าบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมพระพุทธเจ้าข้า” 
        “ยมทูต เราต้องการสัมภาษณ์วิญญาณบาปที่ถูกลงโทษอยู่ในนรกขุมนี้” 
        “พระพุทธเจ้าข้า” ยมทูตรับคำสั่ง 
        “วิญญาณบาปพวกนี้ทำกรรมอะไรถึงต้องตกนรกขุมนี้” 
        “วิญญาณทั้งสองนี้เป็นชาวเขมรอพยพ ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่ในประเทศไทย หญิงผู้นี้ทำงานเป็นสตรีหาเวลาตามบาร์ ใช้ความสวยและเรือนร่างทำมาหากิน         ปอกลอกเงินทองของชายจนหมดเนื้อหมดตัวแล้วทอดทิ้งไปหาชายคนใหม่ ต่อมาได้พบกับชายผู้หนึ่งรับเลี้ยงดูและอุปการะอย่างมีความสุข แต่เธอก็ไม่พอใจในความสุขนั้นไม่เพียงพอในการมณ์ที่ชายผู้นั้นให้กับเธอ เธอจึงออกหาชายคนใหม่ จึงได้พบกับชายผู้นี้และตกลงอยู่กินกันฉันสามีภรรยาทั่วไป แต่ก็ไม่สามารถทำให้เธอพอใจในสิ่งที่เธอมีได้ ความรักไม่มีความหมายต่อเธอ แต่ความสุขที่ได้จากการสมสู่กับชายนั้นเธอปรารถนายิ่ง ทำให้เธอต้องทนทุกข์ทรมานรับกรรมตามกฏแห่งกรรมอยู่ในนรกขุมนี้พระพุทธเจ้าข้า” 
        “แล้วชายผู้นี้หล่ะ เขาทำกรรมอะไรไว้” 
        “ชายผู้นี้เคยเป็นแมงดาคุมซ่อง คอยหากินกับผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อของเขาแล้วใช้กำลังบังคับเอาทรัพย์สินจากหญิงจนหมด แต่เขาก็ไม่พอใจจึงได้ใช้ให้ผู้หญิงออกหากินเป็นหญิงบริการตามสถานที่ต่างๆ เมื่อได้เงินมาแล้วเขาก็ได้นำไปซื้อเหล้า กัญชามาดื่มกินกับเพื่อนฝูง ทั้งยังคุยทับถมหญิงผู้นั้นว่าเป็นหญิงขายตัว ไม่เหมาะสมที่จะมาเป็นเมียของเขา เขาจึงต้องรับผลแห่งกรรมสนองในแดนนี้ พระพุทธเจ้าข้า”

                ผมมองไปที่ผีผู้ชายตนนั้นแล้วถามว่า “เธอทำกรรมไว้ตามที่ยมทูตบอกมาใช่หรือไม่”

          “ใช่ พระพุทธเจ้าข้า” เขาตอบรับพร้อมกับพยักหน้า
          “แล้วเธอหล่ะ ทำกรรมไว้ตามที่ยมทูตพูดมาใช่หรือไม่”
         “ใช่ เพคะ” หญิงคนนั้นยอมรับ
          “พวกเธอได้รับสิ่งใดเป็นอาหารหรือ”
          “พวกข้าพระพุทธเจ้าได้รับ “ขี้” เป็นอาหารวันละ ๓ ขัน “ ผีผู้ชายตอบกับผม
           “แล้วความรู้สึกที่พวกเธอได้รับในการสมสู่กันนั้น ตอนนี้เป็นเช่นไร”
          “ข้าพระพุทธเจ้ารู้สึกเจ็บปวดอวัยวะเพศไปหมด เหมือนมีเข็มร้อยเล่มมาทิ่มแทง แต่ก็ไม่สามารถหยุดการสมสู่กันได้ ความรู้สึกในขณะนั้นเหมือนมีแม่เหล็กดูดดึงอยู่จนกว่าจะครบห้าชั่วโมง ตามเวลาโทษ” ผีผู้ชายตอบ
ผมหันไปมองทางผีผู้หญิงแล้วถามเธอว่า “ เธอเป็นผีลามกตอนนี้ เธอคิดสำนึกบาปที่เธอก่อไว้บ้างไม๊”
         “เคยทุกเวลาเพคะ”
         “พวกเธอทั้งสองจงฟัง บัดนี้สวรรค์ ได้มีประกาศให้เราสัมภาษณ์วิญญาณบาปที่ตกนรกในขุมต่างๆ  และถ้าวิญญาณนั้นสารภาพถึงบาปกรรมที่ตนได้เคยก่อไว้ในอดีตที่ทำให้ตนต้องตกนรก ก็จะได้รับอภัยโทษให้ได้ไปเกิดใหม่เข้าใจไม๊ ……. พวกเธอทั้งสองจงพนมมือขึ้นแล้วว่าตามเรา”
          “สาธุ ข้าพเจ้าขอให้คำสัตย์ต่อสวรรค์ เมื่อข้าพเจ้าได้เกิดเป็นมนุษย์แล้ว จะขอสร้างความดีเพื่อลบล้างกรรมที่เคยก่อไว้ในอดีต หากข้าพเจ้าผิดคำสัตย์ที่ให้ในครั้งนี้แล้วก็ขอให้ชีวิตใหม่ของข้าพเจ้าแตกดับด้วยสายฟ้าเถิด”
          “เราขออวยพรให้พวกเธอทั้งสองได้เกิดอยู่ในร่มบุญแห่งบวรพระพุทธศาสนาและได้ปฏิบัติธรรมเพื่อความหลุดพ้นของเธอเองเถิดจ๊ะ”
กายธรรมกายกลับคืนสู่โลกมนุษย์

สมัครเพื่อรับความคิดเห็นล่าสุดจาก Feed ความคิดเห็น (1 แสดงความคิดเห็นแล้ว)

avatar
"กามเป็นของมีอยู่คู่กับโลก ที่เศร้าโศกเพราะกามความเหลวไหล กามเปรียบเป็นยางเหนียวเกี่ยวสายใย กามเหมือนไฟไหม้เผาเร่าร้อนราน กามเหมือนโคลนเหมือนตมจมตัวติด กามเหมือนพิษเคลือบขนมผสมผสาน กามเหมือนเขียงโขกสับรับทุกข์นาน กามเหมือนม่านบัตาพาเผลอตัว กามเหมือนตอหนามตำซ้ำเป็นหนอง กามเหมือนของยืมใช้ไปเกลือกกลั้ว กามเหมือนคอกขังกายทั้งควายวัว กามเหมือนหัวอสรพิษฤทธิ์มากมาย กามเหมือนคมมีดพ้าอย่าลูบเล่น กามเหมือนเช่นเชือกบ่วงลวงรำร่าย กามเหมือนกลกลิ้งกลอกออกลวดลาย กามทั้งหลายครองโลกตลอดมา กามเหมือนน้ำทะเลไหลไม่สิ้นสุด กามประดุจความฝันรำพันหา กามเป็นเครื่องผูกมัดรัดอุรา กามเหมือนยาเสพติดมีพิษภัย คนจะพ้นจากกามข้ามภพชาติ ต้องฉลาดรู้ละอนุสัย ศีลสมาธิปัญญาพาเป็นไป เจริญกายวาจาใจให้เยือกเย็น ตามแนวทางอริยสัจจ์ท่านตรัสสอนต้องสังวรให้งามตามความเห็น ขยันหมั่นเล่าเรียนเพียรบำเญ รู้ละเว้นบาปกรรมทำดี ไม่ยึดมั่นในกามตามใจชอบ ต้องรอบคอบเจริญธรรมนำวิถี เรียนรู้เล่ห์กลกามความราคี หาวิธีบรรเทากามตามอุบาย กามแบ่งเป็นละเอียดหยาบโปรดทราบไว้ รู้จักใช้ไม่เป็นทาสฉลาดหมาย เสมือนอยู่กับไฟอย่าใกล้กาย ไม่เสียหายได้ประโยชน์โทษบางเบา กามที่หยาบต่ำทรามห้ามเกี่ยวข้อง ขืนแตะต้องเปลวไฟไหม้ร้อนร่าง ต้องเต้นโดดโลดเร่าไม่เข้าทาง บาปที่สร้างสู่นรกตกอบาย พระโสดาสกิทามีราคะ มิอาจละกิเลสกามห้ามหักหาย อนาคาอรหันต์ท่านสบาย ละกามได้เด็ดขาดประกาศตน ปุถุชนทั่วไปละไม่ขาด ล้วนเป็นทาสในกามตามเหตุผล รู้จักเสพรู้จักสู้รู้ดิ้นรน รู้อดทนฟันฝ่าพยายาม กามคือรูปรสกลิ่นเสียงและสัมผัส ยากสลัดเยื่อใยในขวากหนาม เมื่อเกิดมาก็ต้องข้องในกาม กลายเป็นความเรื่อยเฉยเพราะเคยชิน เสพทางตาทางช่องหูรูจมูก ร่างกายถูกต้องพอใจเสพไปสิ้น ใจเสพภาพคิดเห็นเป็นอาจิณ ส่วนที่ลิ้นเสพรสกำหนดนาน กามสร้างสิ่งปรุงแต่งแห่งชาติภพ มิรู้จบสุดสิ้นในสังสาร กามสร้างพันธุ์เผ่าพงศ์สืบวงศ์วาร ใครมีฌานข่มหายได้ชั่วคราว เปรียบเป็นหินทับหญ้าท่านว่าไว้ ยกหินไปหญ้าก็งอกออกรากขาว กามเหมือนยางเหนียวจริงยิ่งกว่ากาว ผู้จะก้าวข้ามได้ด้วยปัญญา มีศีลมีสมาธิดำริชอบ เพียรรูสืบสอบสาเหตุสังเกตหา เพียรรู้เลิกลดละอวิชา พิจารณาผ่อนคลายสบายตน สรุปเรื่องของกามคือความใคร่ เสพสิ่งใดไม่ประมาทขาดเหตุผล พวกเราล้วนโชคดีที่เป็นคน ควรคิดค้นความจริงสิ่งที่มี ภพภูมิเราเคล้ากามตามวิสัย เรื่องของใครก็ของใครไม่ไต่ถาม บรรดาหมู่ทวยเทพยังเสพกาม ใครจะห้ามใจใครไม่ได้เลย" ของ ธงธรรม ธรรมทาน ทรงจำโดย ลุงเชย ดอกกัญชา (พิจิตร เมืองงาม)
จำนวน: 1 | ที่แสดง: 1 - 1

แสดงความคิดเห็น

  • Bold
  • Italic
  • Underline
  • Quote

กรุณาระบุรหัสที่เห็นในภาพ

Captcha

Tagged as:

ไม่พบคำค้นสำหรับเนื้อหานี้
  1. สังสารวัฏ (5.00)

  2. ภาพที่ ๔๖ เสด็จไปโปรดพระญาติที่กรุงกบิลพัสดุ์ พระญาติผู้ใหญ่ถือว่าสูงอายุ ไม่ถวายบังคม (5.00)

  3. พระอมิตาภพุทธเจ้า(ออนีทอฮุก ) (5.00)

  4. พระสมันตภัทรโพธิสัตต์ (5.00)

  5. บำเพ็ญอีก 20 ปี (5.00)

  6. บรรพชนฝากไว้ให้ลูกหลาน (5.00)

  7. ท่องแดนสุขาวดี (5.00)

  8. นิทานทศชาติ (5.00)

  9. มาทาน AIkaline food มาก ๆ กันเถอะ (5.00)

  10. นิทานเรื่องสั้นของท่านพุทธทาส เรื่อง เจ้าของเรือ (5.00)

แสดงความนิยมสำหรับเนื้อหา

0