หน้าหลัก | บทความธรรมะ | กฎแห่งกรรม | ชาติก่อนและชาติปัจจุบันของสุกรตัวหนึ่ง

ชาติก่อนและชาติปัจจุบันของสุกรตัวหนึ่ง

โดย
ขนาดอักษร: Decrease font Enlarge font

มีพระชราท่านหนึ่ง ตอนที่ท่านเดินผ่านโรงฆ่าสัตว์ ท่านอดที่จะร้องไห้ไม่ได้ แล้วท่านก็พูดถึงอดีตชาติของท่าน

โดย ชิ เซียว ลาน บทคัดลอกจาก “Observe All, Thatch Hut Note”

         มีพระชราท่านหนึ่ง ตอนที่ท่านเดินผ่านโรงฆ่าสัตว์ ท่านอดที่จะร้องไห้ไม่ได้ แล้วท่านก็พูดถึงอดีตชาติของท่าน

         “มันเป็นเรื่องยาว อาตมาระลึกถึงอดีตชาติของอาตมาได้ ในชาติหนึ่ง อาตมาเป็นคนฆ่าสัตว์ และมีรายได้จากการฆ่าสัตว์ อาตมาเสียชีวิตตอนอายุสามสิบ จิตวิญญาณของอาตมาถูกยมทูตหลายองค์พาไปที่นรก ยมบาลได้ดุว่าอาตมาเนื่องจากกรรมหนักจากการฆ่าของอาตมา และนำจิตวิญญาณของอาตมาไปไว้ในกงล้อในนรก เพื่อชดใช้กรรม อาตมาอยู่ในภวังค์ และไม่รู้สึกตัว ราวกับว่าอาตมาเมาเหล้า หรืออยู่ในความฝัน อาตมารู้สึกแต่ว่า ศีรษะของอาตมาร้อนมากจนทนไม่ได้ ในเวลาต่อมา อาตมารู้สึกเย็นลงเล็กน้อย และพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของสุกร และพบว่าตัวเองนั้นเกิดใหม่เป็นสุกร”

        “ตอนที่อาตมาเกิดเป็นสุกร อาตมาร้องครางอย่างเด็กทารก อาตมาเห็นว่า ผู้คนมักจะนำเศษอาหารสกปรก มีกลิ่นเหม็นมาให้เสมอ อาตมารู้ว่าอาหารนั้นไม่สะอาด และพยายามที่จะไม่ทานอาหาร แต่อาตมาก็หิวจนทนไม่ได้ และอวัยวะภายในของอาตมาเจ็บปวดมาก ราวกับว่ามันถูกเผาไหม้ด้วยไฟ อาตมาไม่มีทางเลือกนอกจากทานอาหารสกปรกนั้นเพื่อรักษาชีวิตไว้ อาตมาเรียนภาษาสุกรอย่างช้า ๆ และสามารถพูดกับเพื่อนสุกรของอาตมาได้ ที่จริงแล้ว สุกรจำนวนมากมายสามารถระลึกได้ว่า พวกเขาเคยเป็นมนุษย์มาก่อน แค่ว่าตอนนี้ พวกเขาเกิดมาเป็นสุกร พูดภาษาที่ต่างไป และไม่สามารถสื่อสารกับมนุษย์ได้ ตอนที่พวกเขากำลังจะถูกฆ่า พวกเขาทราบดีไม่มากก็น้อยว่าวันนั้นกำลังมาถึง พวกเขาจะโอดครวญอย่างเศร้าสร้อย และด้วยดวงตาเปียกปอน”


        “การเป็นสุกร ร่างกายของพวกเรานั้นหนักมาก และเราเดินได้ไม่สะดวกนัก ในฤดูร้อนเรากลัวความร้อน และต้องแช่ตัวเองในโคลนเพื่อให้รู้สึกเย็นลง อย่างไรก็ดี สิ่งนี้เป็นเพียงความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ที่เป็นจริงได้ไม่บ่อยนัก ขนของเรานั้นหยาบ และแข็ง และมีน้อย เราจึงกลัวความหนาวเย็นในฤดูหนาว การได้รู้ว่าสุนัขและแกะมีขนหนา เหมือนพรมบนร่างกาย เราคิดว่าพวกเขาเป็นสัตว์ที่ได้รับการปฏิบัติอย่างสวรรค์

          'ในเวลาที่ถูกฆ่า แม้ว่า เราจะรู้ว่า มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรายังดิ้นรน กระโดด และพยายามหนี จากนั้น คนฆ่าจะจับตัวเราไป พวกเขาเหยียบบนตัวเรา และมัดคอและขาทั้งสี่ของเราด้วยเชือก เชือกนั้นถูกมัดไว้อย่างแน่น จนมันสัมผัสกระดูกของเรา มันเจ็บปวดมากราวกับว่ากำลังถูกกรีดด้วยมีด พอเราถูกขนไปยังเรือ หรือรถเข็น สุกรทุกตัวจะถูกอัดแน่นไว้ด้วยกัน จนกระดูกของเราแทบหัก เลือดของเราไหลเวียนได้ไม่ดี และท้องของเราบวมราวกับว่ามันถูกผ่าออกมา บางครั้ง ผู้คนแบกสุกรหลายตัวพร้อมกันไว้บนเสาไม้ไผ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ็บปวดทรมานมาก จนเราหวังว่า เราตายเสียดีกว่า พอมาถึงโรงฆ่า เราถูกโยนลงบนพื้น และหัวใจและอวัยวะภายในของเราถูกเขย่าราวกับว่า มันจะระเบิดออก สุกรบางตัวตายเพราะความเจ็บปวดอันสุดแสนจะทนทรมาน บางครั้งสุกรถูกมัดไว้เป็นเวลาหลายวัน โดยมีมีด เขียงหั่น และหม้อน้ำร้อนขนาดใหญ่ วางอยู่ด้านขวา เมื่อนึกถึงว่า มันจะเจ็บปวดแค่ไหนตอนที่ถูกเฉือนด้วยมีด และถูกถอนขนด้วยน้ำร้อน เราไม่สามารถหยุดสั่นตัวเองได้ บางครั้ง เมื่อนึกดูว่า เราจะถูกชำแหละแยกชิ้นส่วนและกลายเป็นเครื่องปรุงในหม้อซุป เรารู้สึกหมดอาลัยในความสิ้นหวัง”

         “พออาตมากำลังจะถูกนำไปฆ่า อาตมารู้สึกหวาดกลัว และเวียนศีรษะ ทันใดที่อาตมาถูกคนชำแหละจับตัวไป สี่ขาของอาตมาอ่อนแรง หัวใจสั่น และจิตวิญญาณของอาตมารู้สึกราวกับว่า มันจะบินออกจากกลางกระหม่อมของอาตมาไป ตอนที่อาตมาถูกวางลงบนเขียงชำแหละ อาตมาไม่สามารถเผชิญหน้ากับใบมีดสะท้อนแสงนั้นได้ อาตมาจึงแค่ปิดตา และรอให้เขาเฉือนคอของอาตมา คนฆ่าเฉือนคอของอาตมาก่อน และตะแคงใบมีดเพื่อให้เลือดของอาตมาไหลลงไปในหม้อ ความเจ็บปวดนั้นเกินกว่าที่จะบรรยาย! เนื่องจากอาตมาไม่ได้ตายในทันใด สิ่งเดียวที่อาตมาทำได้ก็คือกรีดร้องเสียงดัง หลังจากที่เลือดของอาตมาไหลออกไป คนฆ่าก็แทงไปที่หัวใจของอาตมา ซึ่งทำให้อาตมารู้สึกเจ็บจนถึงกระดูก และอาตมาไม่สามารถร้องตะโกนได้อีกต่อไป อาตมารู้สึกเข้าสู่ภวังค์อย่างช้า ๆ และรู้สึกราวกับว่า อาตมาเมาสุรา หรืออยู่ในความฝัน ซึ่งเป็นความรู้สึกเดียวกับตอนที่อาตมาเกิด

        “นานมากหลังจากนั้น อาตมามองไปที่ตัวเอง และพบว่า จิตวิญญาณของอาตมา กลับสู่นรกอีกครั้ง ยมบาลตัดสินให้อาตมาเกิดมาเป็นมนุษย์หลังจากที่พบว่า อาตมาได้ทำความดีบางอย่างในชาติก่อน ในชาตินี้ พออาตมาเห็นสุกรที่กำลังจะถูกฆ่า และอยู่ในความทุกข์ตรม อาตมาก็นึกถึงความจริงที่ว่า คนที่กำลังฆ่าสุกรพวกนั้น จะผจญกับชาตาชีวิตเดียวกันในอนาคต แล้วอาตมาก็คิดถึงตัวเอง อาตมาร้องไห้อย่างควบคุมไม่ได้”

        หลังจากที่พระท่านเล่าเรื่องนี้ของท่านให้กับนักฆ่า เขาก็วางมีดลงบนพื้นในทันใด และเปลี่ยนอาชีพไปขายผัก

สมัครเพื่อรับความคิดเห็นล่าสุดจาก Feed ความคิดเห็น (30 แสดงความคิดเห็นแล้ว)

avatar
นุ้ย 18/05/2008 18:28:50
อนุโมทนาบุญกับนักฆ่าที่เปลี่ยนอาชีพเป็นคนขายผัก
avatar
ผ่านมาเจอ 23/05/2008 10:41:49
เฮ่อมองอีกแง่ แล้วเราจะกินไรครับถ้าไม่มีคนฆ่าหมู คนเรากินผักได้ไม่กี่วันหรอกครับ ถือว่ากรรมใครกรรมมันครับ เกิดชาติหน้าฉันใดก็อย่าได้เป็นคนที่จิตใจเลว ทราม อิจฉาริษยา อยากได้ของคนอื่น ขี้โกง หน้าไม่อาย แค่นี้ผมก็พอใจแล้วครับ
avatar
นก 23/05/2008 22:29:12
คุณผ่านมาเจอคะ

ทำไมคุณไม่ฆ่าหมูกินเสียเองจ้า อย่าให้ผู้อื่นต้องเอาสัตว์มาฆ่าให้เรากินเลย ไม่ต่างจาก การจ้างฆ่าเลยค่ะ

บาปอยู่ที่คนทำ กรรมอยู่ที่คนกิน (สัจธรรม)

เริ่มทานอาหารมังสวิรัติกันได้แล้วจ้า เพราะ มีพระกรรมฐานองค์หนึ่งที่ผู้น้อยไปพบในถ้ำ ไม่ขอเอ่ยนามของท่านนะคะ

ท่านบอกว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ เนื้อสัตว์ทุกชนิดจะกลายเป็นพิษหมด น้ำประปาจะเอามาดื่มกินไม่ได้เลย ให้เตรียมน้ำใส่โอ่งไว้ให้มากๆ เชื่อโรคใหม่จะกลายพันธุ์ใหม่ที่เกิดจากเนื้อสัตว์ จะเพิ่มมากขึ้น ให้ทุกคนหันมาทานอาหารมังสวิรัติหรืออาหารเจกันได้แล้ว

ท่านยังบอกว่า ภัยพิบัติมากมายกำลังมาเร็วๆนี้ แล้วดูเหมือนจะรุนแรงทวีคูณ เป็นการกวาดล้างครั้งใหญ่เลยจ้า
avatar
ริวเคนเด้น 23/05/2008 22:35:05
ผมว่า ฆ่าสัตว์เพื่อเป็นอาหาร ก็ถือว่า มีจิตใจทรามแล้วนะครับ เพราะคนที่ตกนรกส่วนมากจะมาจากการฆ่าสัตว์ครับ

ผมว่านะ คนที่ฆ่าสัตว์เพื่อเอามาทำเป็นอาหาร คือ คนขี้โกงนะครับ เพราะ เราไม่หาอาหารเองแต่ อยากได้เลือดเนื้อคนอื่นมาบำรุงร่างกายตนเอง ถือเป็นการไปปล้นชีวิตผู้อื่นซึ่งบริสุทธิ์ ไม่ละอายต่อบาปเลยนะครับ

ธรรมะย่อมมีเหตุผล
avatar
เด็กม.ปลาย 26/05/2008 20:50:00
ขอโทดน๊า ขอแสดงความคิดเห็นแบบเด็กๆบ้างนะคะ

เราเคยคิดกลับกันไหม ว่า ถ้าไม่มีคนกิน คนซื้อ ก้อไม่มีคนฆ่า คนขาย

เมื่อก่อนคนเรามีชีวิตอยู่กันได้ยืนนานโดยไม่ต้องทานเนื้อสัตว์ใหญ่ สัตว์แปลกๆเหมือนสมัยนี้ คงเป็นกรรมแล้ว ที่สรรหากิน โรคแปลกๆก็มากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ก็นะคะ เราใช้ชีวิตกินอยู่กับสัตว์มานาน ทำให้เราเคยชิน จะเปลี่ยนแปลงก็คงยากมากกก

แต่อยากให้ลองคิดกลับกันดูเฉยๆคะ ว่า ถ้า ไม่มีคนกินก็คงไม่มีคนฆ่า
avatar
M 28/05/2008 01:40:56
อานิสงส์ของการไม่กินเนื้อสัตว์คือจะปราศจากซึ่งโรคภัยร้ายแรงมาเบียดเบียนร่างกาย
avatar
watcharin 10/06/2008 14:10:37
ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ ท่านอาตมา
avatar
แหอัสนี 27/06/2008 23:49:59
กระผมกำลังลดการทานเนื้อสัตว์อยู่ครับ สงสารเค้า ช่วงนี้ทานแต่พวกถั่วกะผักทดแทนก่อน รู้สึกดีครับ
avatar
venus 01/07/2008 00:12:13
ตัวเราก็เห็นด้วยกับความเห็น ของคุณนกนะค่ะ

คือ ไม่สังเกตุกันัม้งเหรอว่า เด๋วนี้มีโรคแปลกๆใหม่ๆ ที่เกิดจากสัตว์มากขึ้น

อย่างเช่น ไข้หวัดนก นี่ๆๆ ล่าสุด ไข้หวัดแมว

การที่เราทานเนื้อสัตว์ ร่างกายของคนเราจะเหม็นมาก เพราะว่ามีแต่ศากซพอยู่ในท้อง

แต่การที่เราทานเจ หรือม มังสวิรัต นั้น

เป็นการที่เราทานพืชผัก ที่ถูกหล่อเลี้ยงโดยธรรมชาติ

มีพลังจากแสงอาทิตย์

คุนคิดว่าอย่างไหนมันดีกว่าล่ะ

ตัวเราก็ยังละเนื้อสัตว์ไม่ได้

ค่อยๆลดไปแล้ว อย่างน้อย สัตว์4เท้า สัตว์ใหญ่ ก็น่าจะลดๆได้แล้วล่ะ



avatar
น้ำใส 03/07/2008 12:47:53
ไม่กินเนื้อสัตว์แบบเขี่ยออกจะถือว่าช่วยลดการทำบาปลงได้ไหม่ค่ะ
1 2 3 next จำนวน: 30 | ที่แสดง: 1 - 10

แสดงความคิดเห็น

  • Bold
  • Italic
  • Underline
  • Quote

กรุณาระบุรหัสที่เห็นในภาพ

Captcha

Tagged as:

ไม่พบคำค้นสำหรับเนื้อหานี้
  1. สังสารวัฏ (5.00)

  2. ภาพที่ ๔๖ เสด็จไปโปรดพระญาติที่กรุงกบิลพัสดุ์ พระญาติผู้ใหญ่ถือว่าสูงอายุ ไม่ถวายบังคม (5.00)

  3. พระอมิตาภพุทธเจ้า(ออนีทอฮุก ) (5.00)

  4. พระสมันตภัทรโพธิสัตต์ (5.00)

  5. บำเพ็ญอีก 20 ปี (5.00)

  6. บรรพชนฝากไว้ให้ลูกหลาน (5.00)

  7. ท่องแดนสุขาวดี (5.00)

  8. นิทานทศชาติ (5.00)

  9. มาทาน AIkaline food มาก ๆ กันเถอะ (5.00)

  10. นิทานเรื่องสั้นของท่านพุทธทาส เรื่อง เจ้าของเรือ (5.00)

แสดงความนิยมสำหรับเนื้อหา

3.75