กิเลสเครื่องเศร้าหมองจิต

โดย
ขนาดอักษร: Decrease font Enlarge font
กิเลสเครื่องเศร้าหมองจิต

         ในพระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ ขุททกวัตถุวิภัง สัตตกนิทเทส พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๕ หน้า ๕๑๗ ท่านได้กล่าวถึงประเภทของกิเลสไว้หลายประการ แต่จะขอขมากล่าวเพียงบางส่วนเท่านั้น ดังนี้

         ๑. อนุสัย คือกิลเสอย่างละเอียดที่แฝงตัวนอนเนื่องอยู่ในสันดาน บางทีไม่ปรากฏ แต่เมื่อมีอารมณ์มายั่วยุย่อมเกิดขึ้นทันทีทันใด มี ๗ คือ

         (๑)  กามราคานุสัย กิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในสันดานคือ กามราคะ ได้แก่ความกำหนัดในกาม

         (๒)  ปฏิฆานุสัย กิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในสันดานคือ ปฏิฆะ ได้แก่ความหงุดหงิด กล่าวโดยความก็คือโทสะ

         (๓)   มานานุสัย กิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในสันดานคือ มานะ ความถือตัว

         (๔)   ทิฏฐานุสัย กิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในสันดานคือ ทิฏฐิ ความเห็นผิด

         (๕)   วิจิกิจฉานุสัย กิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในสันดานคือ วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย

         (๖)  ภวราคานุสัย กิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในสันดานคือ ภวราคะ ได้แก่ความกำหนัดในภพ หรือความอยากเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หรือเมื่อเป็นอย่างนั้นอย่างนี้แล้วขอให้เป็นอยู่นานๆ

         (๗)  อวิชชานุสัย กิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในสันดานคือ อวิชชา ได้แก่ความโง่เขลาไม่รู้จริง กล่าวโดยเนื้อความก็คือโมหะ

         ๒. สังโยชน์ กิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพ คือผูกใจสัตว์ไว้ในภพ มี ๗ คือ

         (๑)    กามราคสังโยชน์ กิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพ คือ กามราคะ ได้แก่ความกำหนัดด้วยอำนาจกิเลสกาม หรือความพอใจในกาม (กามฉันท์)

         (๒)    ปฏิฆสังโยชน์ กิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพ คือ ปฏิฆะ ความกระทบกระทั่งแห่งจิต ได้แก่ความหงุดหงิดด้วยอำนาจโทสะ

         (๓)    มานสังโยชน์ กิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพ คือ มานะ ได้แก่ความสำคัญตัวหรือถือตัวว่าเป็นนั่นเป็นนี่

         (๔)         ทิฏฐิสังโยชน์ กิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพ คือ ทิฐิ ได้แก่ความเห็นผิด

         (๕)    วิจิกิจฉาสังโยชน์ กิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพ คือ วิจิกิจฉา ได้แก่ความลังเลสงสัย เป็นเหตุไม่แน่ใจในปฏิปทาเครื่องดำเนินของตน

         (๖)         ภวราคสังโยชน์ กิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพ คือ   ภวราคะ

         (๗)    อวิชชาสังโยชน์ กิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพ คือ อวิชชา ได้แก่ความไม่รู้จริง อันมีโมหะความเขลาเป็นเหตุ

         ๓. ปริยุฏานะ คือกิเลสเป็นเครื่องครอบงำจิต มี ๗ คือ

         (๑)   กามปริยุฏานะ กิเลสเป็นเครื่องครอบงำจิตคือ กาม

         (๒)   ปฏิฆปริยุฏานะ กิเลสเป็นเครื่องครอบงำจิตคือ ปฏิฆะ

         (๓)   มานปริยุฏานะ กิเลสเป็นเครื่องครอบงำจิตคือ มานะ

         (๔)   ทิฏฐิปริยุฏานะ กิเลสเป็นเครื่องครอบงำจิตคือ ทิฏฐิ

         (๕)   วิจิกิจฉาปริยุฏานะ กิเลสเป็นเครื่องครอบงำจิตคือ วิจิกิจฉา

         (๖)   ภวราคปริยุฏานะ กิเลสเป็นเครื่องครอบงำจิตคือ ภวราคะ

         (๗)   อวิชชาปริยุฏานะ กิเลสเป็นเครื่องครอบงำจิตคือ อวิชชา

         อนุสัย ๗ ก็ดี สังโยชน์ ๗ ก็ดี ปริยุฏานะ ๗ ก็ดี ต่างก็มีตัวธรรมชื่อเดียวกัน ซึ่งล้วนแต่เป็นตัวกิเลสที่ทำให้สัตว์ไม่สามารถบรรลุมรรคผลได้ เมื่อใดลด เลิก ละ สามารถเข้าใจสภาวธรรมนั้นอย่างถูกต้องและปฏิบัติได้ เมื่อนั้นก็จะสามารถบรรลุมรรคผลได้

         ๔. อสัทธรรม คือธรรมของอสัตบุรุษ ๗ อย่าง คือ

         (๑)   เป็นผู้ไม่มีศรัทธา (อสฺสทฺโธ)

         (๒)   ไม่มีหิริ (อหิริโก)

         (๓)   ไม่มีโอตตัปปะ (อโนตฺตปฺปี)

         (๔)   มีสุตะน้อย (อปฺปสฺสุโต)

         (๕)   เป็นผู้เกียจคร้าน (กุสีโต)

         (๖)   หลงลืมสติ (มุฏฺสฺสติ)

         (๗)   เป็นคนมีปัญญาทรามหรือมีปัญญาชั่ว (ทุปฺปญฺโ)

         ๕. ทุจริต ความประพฤติชั่ว ความประพฤติไม่ดี มี ๗ คือ

         (๑)   ปาณาติบาต           (ฆ่าสัตว์)

         (๒)   อทินนาทาน           (ลักทรัพย์)

         (๓)   กาเมสุมิจฉาจาร      (ประพฤติผิดในกาม)

         (๔)   มุสาวาท                        (พูดเท็จ)

         (๕)   ปิสุณวาจา              (พูดส่อเสียด)

         (๖)   ผรุสวาจา               (พูดคำหยาบ)      

         (๗)   สัมผัปปลาปะ         (พูดเพ้อเจ้อ)

         ๖.  มานะ ความถือตัว, ความสำคัญตัว, ความหลงตัวเอง มี ๗ คือ

         (๑)   มานะ                        (ความถือตัว)

         (๒)   อติมานะ                   (ความถือตัวจัด)

         (๓)   มานาติมานะ            (ความเย่อหยิ่ง)

         (๔)   โอมานะ                    (ความดูหมิ่นตนเอง)

         (๕)   อธิมานะ                   (ความสำคัญว่าได้บรรลุ)

         (๖)   อัสมิมานะ                (ความสำคัญว่ามีตัวตน)

         (๗)   มิจฉามานะ              (ความถือตัวผิด)

สมัครเพื่อรับความคิดเห็นล่าสุดจาก Feed ความคิดเห็น (1 แสดงความคิดเห็นแล้ว)

avatar
สวัสดิ์ 07/07/2009 08:54:14
ขอบพระคุณในธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ให้ข้าพเจ้ามองเห็นต้นเหตุของความทุกข์ที่ข้าพเจ้าได้ลุ่มหลงมานาน บัดนี้ข้าพเจ้ารู้แล้ว และแจ้งแล้ว กราบขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้
จำนวน: 1 | ที่แสดง: 1 - 1

แสดงความคิดเห็น

  • Bold
  • Italic
  • Underline
  • Quote

กรุณาระบุรหัสที่เห็นในภาพ

Captcha

Tagged as:

ไม่พบคำค้นสำหรับเนื้อหานี้
  1. สังสารวัฏ (5.00)

  2. ภาพที่ ๔๖ เสด็จไปโปรดพระญาติที่กรุงกบิลพัสดุ์ พระญาติผู้ใหญ่ถือว่าสูงอายุ ไม่ถวายบังคม (5.00)

  3. พระอมิตาภพุทธเจ้า(ออนีทอฮุก ) (5.00)

  4. พระสมันตภัทรโพธิสัตต์ (5.00)

  5. บำเพ็ญอีก 20 ปี (5.00)

  6. บรรพชนฝากไว้ให้ลูกหลาน (5.00)

  7. ท่องแดนสุขาวดี (5.00)

  8. นิทานทศชาติ (5.00)

  9. มาทาน AIkaline food มาก ๆ กันเถอะ (5.00)

  10. นิทานเรื่องสั้นของท่านพุทธทาส เรื่อง เจ้าของเรือ (5.00)

แสดงความนิยมสำหรับเนื้อหา

0