เรียนรู้การปล่อยวางเพื่อมองเห็นตนเองได้อย่างชัดเจน
พระอาจารย์จี้กงเมตตา ; เรียนรู้การปล่อยวางเพื่อมองเห็นตนเองได้อย่างชัดเจน
ศิษย์เอ๋ย ! จะต้องระมัดระวังเวลาที่คนอื่นเขาเชิดชูเจ้าไว้อย่างสูงส่ง จะต้องระวังคำชมเชยที่มีต่อตัวเจ้า เมื่อเจ้าได้รับคำชมเชย เมื่อผู้อื่นเชิดชูเจ้า เจ้ายิ่งต้องระวังตน ยิ่งต้องอ่อนน้อมถ่อมตน เจ้าจึงจะไม่ถูกลักษณะจอมปลอมนี้ล่อลวงเอาได้ และไม่ส่งผลร้ายต่อตนเอง
คนทุกคนต่างแสวงหาการยกย่อง ใช่หรือไม่ ? หากว่าเจ้าไม่สามารถขจัดความยโสโอหัง ความทะนงตนออกไปได้ เจ้าก็จะเกิดการแบ่งแยก เมื่อใจเกิดการแบ่งแยก ก็เกิดภาวะปรปักษ์กัน เจ้าก็จะ เข้าใจว่าวันนี้ที่ตัวข้าดำรงตำแหน่งนี้ ทุกคนจะต้องฟังข้า ในการทำงานหากเกิดภาวะแบ่งแยกปรปักษ์เช่นนี้ ก็ย่อมจะเกิดคำนินทาครหาได้พึงรู้ไว้ว่า เมื่อบำเพ็ญจนถึงที่สุดแล้วต้องกลับคืนสู่ที่ต่ำ (สามัญ) เพราะว่าธรรมอยู่ ณ ที่ต่ำ แน่น่อนว่า พวกเราทุกคนปรารถนาจะก้าวหน้าสูงส่ง แต่ว่าแต่ละก้าวที่เจ้าก้าวสูงขึ้นนั้น หากเท้าก้าวนั้นไม่มั่นคง บำเพ็ญธรรมไม่บำเพ็ญใจ ไม่ย้อนมองส่องตน ก็เปรียบเสมือนพิมพ์คอมพิวเตอร์ แม้จะพิมพ์ด้วยความเร็วสูง แต่ก็มีคำผิดตามมามากมาย ดังนั้นต่อให้วันนี้เจ้าปีนได้อย่างรวดเร็ว ชั่วประเดี๋ยวเดียวผู้อื่นก็เรียกเจ้าว่านัก บรรยาย เรียกเจ้าว่าอาจารย์ แต่ในความเป็นจริงนั้นเจ้ามิได้เป็นอย่างที่เขายกย่องกัน เมื่อเจ้าไม่ได้เป็นดั่งที่ เขายกย่องกัน ดวงตาทุกคู่ที่จ้องมองเจ้า มือทุกมือที่ชี้มายังเจ้า สักวันหนึ่งข้อบกพร่องก็ย่อมปรากฎออกมาให้ ทุกคนได้เห็นขึ้นอยู่ว่าจะช้าหรือเร็วเท่านั้น ช่างอันตรายยิ่งนัก
ดังนั้นอาจารย์จึงหวังว่าศิษย์ทั้งหลาย จะเริ่มบำเพ็ญธรรมจากใจตน และใจย่อมปรากฎออกมาจาก ญาณ จึงจะสามารถสยบใจที่ไร้สมดุลย์ได้ ศิษย์ทั้งหลายอย่าใช้ใจปุถุชนไปแบ่งแยกผู้อื่น และอย่าใช้ใจเลือดเนื้อ นี้ไปจดจำสิ่งที่สกปรก เรื่องราวที่ไม่สบายใจ ควรจะใช้ใจบริสุทธิ์ไปจัดการเรื่องราว ใช้ใจเมตตาไปส่งเสริม เรื่องราวที่ดีงาม ปกโปรดเวไนย์ทั้งปวง ใช้ใจมุทิตาอุเบกขาในการดูแลห่วงใยผู้อื่น ห่างไกลจากภาวะปรปักษ์ ทั้งปวง
อาจารย์หวังว่าพวกเจ้าจะสร้างเสริมหลักจริยธรรมในอาณาจักรธรรมให้มั่นคงยิ่งขึ้น อาจารย์ถ่ายทอด ธรรมก็ควรจะมีบุคคลิกภาพของการเป็นอาจารย์ถ่ายทอดธรรม นักบรรยายก็ควรมีบุคคลิกภาพของนักบรรยาย พวกเจ้าก็ควรจะมีแบบอย่าง จึงจะสามารถสร้างอาณาจักรแห่งการบำเพ็ญได้ แม้ว่าในหนทางการบำเพ็ญที่ ผ่านมา ทุกคนได้อุทิศเสียสละ ทุกคนมีความขยันมัธยัสถ์ ต่างคนต่างลำบากเหนื่อยยาก แต่ว่าหากยังเกิดจิต ใจแบ่งแยกขึ้น ย่อมทำให้เกิดข้อพิพาท และก็จะไม่สามารถพบเจอ “ธรรม” ได้ชั่วนิรันดร์
ศิษย์ทั้งหลายมายังพุทธสถานเพื่อค้นหาความวิสุทธิ์สงบหรือ ? ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เมื่อพวกเจ้ามาถึง พุทธสถานก็จะต้องปล่อยวางความคิดฟุ้งซ่านออกไปเสีย ทำใจให้บริสุทธิ์ เพราะว่ามีเพียงการหมั่นทำใจให้ บริสุทธิ์เท่านั้นจึงจะสามารถมองเห็นตนเองได้อย่างชัดเจน มิฉะนั้นแล้ว ก็จะไม่รู้ว่าตนเองนั้นเดินอยู่บนเส้น ทางไหนกันแน่ ? ทำให้ขาดความเชื่อมั่นในตนเองได้
เวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า ศิษย์ทั้งหลายเคยคิดหรือไม่ว่า ในหนึ่งปีมานี้ พวกเจ้าทำไปได้เท่าไร ? ก้าว หน้าเพียงไหน ? หากศิษย์ไม่เคยคิดถึงคำพูดเหล่านี้มาก่อน แล้วเจ้าจะตอบตนเองในเรื่องการบำเพ็ญปฏิบัติ ได้อย่างไร ?
ดังนั้นทุกคนจะต้องเข้าใจว่า หนทางการบำเพ็ญนั้นขรุขระ ขึ้น ๆ ลง ๆ ไม่แน่นอน ในเมื่อหนทางขรุขระ แล้ว ควรจะทำอย่างไรให้ถนนสายนี้ราบเรียบ ? จะทำอย่างไรจึงจะสามารถเดินไปจนสุดปลายถนนได้ ?
จะต้องเริ่มจากการทำใจดวงนี้ให้สมดุลย์เสียก่อนใช่หรือไม่ ? ดังนั้นจึงต้องหมั่นบำเพ็ญใจ ปรับเปลี่ยนใจ เมื่อเจ้าโกรธแค้น เสียสมดุลย์ เจ้าจะต้องปรับใจดวงนี้ให้ได้ ปรับให้มันกลับคืนไปอยู่ ณ หนึ่งจุดตรงกลาง รู้ไหม
เทวดาประจำตัว
ภพภูมิของเทพ-เทวดามีทั้งหมด ๖ ชั้นนับจากโลกมนุษย์ขึ้นไป จะอยู่ในสภาวะหรือมีสภาพร่างกายและทุกอย่างเป็นทิพย์ทั้งหมด(อากาศธาตุ) จะไม่มีรูปร่างที่จับต้องได้ด้วยกายหรือมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อของมนุษย์ได้ เราจะรู้เห็นและสัมผัสได้โดยทางจิตเท่านั้นและจะต้องเป็นจิตที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้วเป็นอย่างดีถึงขั้นที่เรียกว่าได้ " อภิญญาจิต " ภพภูมิของเทพเทวดานั้นมีแต่เสวยและรับแต่ความสุข ความเกษมสำราญแต่เพียงอย่างเดียวไม่มีความทุกข์ยากลำบากอะไร เพราะอยากจะได้หรืออยากจะมีอะไรแค่ทำการนึกคิดเอาก็ได้สมประสงค์สมปรารถนาทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีอารมณ์มีความรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง มีครอบครัว มีพ่อแม่ มีลูกมีหลานเหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีทุกข์เหมือนกัน มีตอนที่รู้ว่าบุญใกล้จะหมดแล้วจะต้องลงมาเกิดยังโลกมนุษย์และทุกข์มากๆ ถ้ามาเกิดยังโลกมนุษย์แล้วไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ เพราะการที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์นั้นสมารถทำตัวเอง ศึกษาหลักธรรมแล้วปฏิบัติฝึกจิตของตนเองให้หลุดพ้นเข้าสู่พระนิพพานได้ เทพเทวดาเหล่านี้มาจากไหน? ก็เป็นดวงจิตดวงวิญญาณที่มาจากมนุษย์ที่ตายแล้วและเป็นมนุษย์ที่มีทาน ... รายละเอียด
- วันเข้าพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต
- วันอาสาฬหบูชา วันสำคัญทางพุทธศาสนา
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก
- รวมเคล็ดลับการแก้กรรมแบบต่างๆ
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น
- วันออกพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1 99
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น 78
- เทวดาประจำตัว 58
- เคล็ดการใช้อำนาจบุญแก้กรรมเก่า-ปัญหาชีวิต 48
- บาปกรรมจากการลวกหอยแครง 36
- ภัยพิบัติเกิดจากเวรกรรมของ มนุษยชาติ 31
- บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า 31
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต 30
- ชาติก่อนและชาติปัจจุบันของสุกรตัวหนึ่ง 30
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก 27



แสดงความคิดเห็น