หนุมาน ผู้นำสาร แปลพระโอวาทพระแม่องค์ธรรม 10 บัญญัติ
พระอนุตตรธรรมมารดา สิบบัญญัติ... เป็นการสื่อสารจาก สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด ในจักรวาล....ถึง มนุษย์
ถึงผู้ที่ทำหน้าที่ต่างๆ เกี่ยวกับศาสนศาสตร์ หนึ่งเดียวในจักรวาล ... คือ "หลักสัจจะธรรม"....สิ่งที่ผู้
โลกุตตระธรรม คือ ธรรมเหนือโลก นำสัตว์ให้หลุดพ้น....คือ พระไตรปิฎก รวบรวมคำสอนของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หลักสัจจะธรรม...และการปฏิบัติหนทางหลุดพ้น...ปรากฏแล้ว
อยู่ที่...พุทธบุตรทุกท่าน จะช่วยกันนำสารจาก โลกุตตระ (พระไตรปิฏก) ส่งออกไปโปรดมวลมนุษย์ทั่วโลก
- " หนุมาน ผู้นำสารจาก โลกุตตระ "
1. ธรรมกาลยุคเขียว ใช้สัญลักษณ์ "ใบบัวสีเขียว" โดยมีพระพุทธทีปังกร--> ธรรมะถ่ายทอดรุ่งเรืองอยู่ในกลุ่มพระราชา,กษัตริย์ เรียกว่าเป็น "เวลาแห่งความรุ่งเรืองของพุทธจิต"ได้พุทธบุตรสองร้อยล้าน พ้นเวียนว่ายได้ นิพพาน
--- แปล ---- ทีปังกร คือ ชื่อพระพุทธเจ้าองค์แรก ในรอบช่วงระยะเวลากาลนี้...ในยุคนั้นผู้มีสติปัญญาที่พอจะเรียนรู้ธรรมได้ดี จำกัดอยู่ในวงแคบเพียงชนชั้นผู้นำ คือ ราชา กษัตริย์
2. ธรรมกาลยุคเแดง ใช้สัญลักษณ์ "ดอกบัว" โดยมีพระศากยมุนีพุทธเจ้า--> ธรรมะถ่ายทอดรุ่งเรืองอยู่ในกลุ่มนักบวช เรียกว่าเป็น "ความเบ่งบานของพุทธจิต" ได้ฉุดช่วยพุทธบุตรได้อีก สองร้อยล้าน กลับคืนนิพพาน
--- แปล ---- ในยุคต่อมานี้ ผู้มีสติปัญญาที่จะเรียนรู้ธรรมได้ เริ่มขยายวงกว้างถึง เข้าถึงกลุ่มนักบวช ที่พยายามค้นหาหลักสัจจะธรรม ความจริง
ปลายวาระ ๓ มหัตภัยใหญ่
บัญชาเปิดประตูฟ้า
ถ่ายทอดวิถีธรรมสู่ครัวเรือน
เร่งตามหาผู้มีบุญ กลับคืนเบื้องบน"
--- แปล ---- เมื่อถึงปลายยุคที่ ๓ คือ ธรรมกาลยุคขาว หมายถึง ยุคหลังกึ่งพุทธกาล พระสมณโคดม...เบื้องบนจะเมตตา นำพาผู้มีบุญทั้งหมดที่ลงมาทำงานต่างๆ อยู่บนโลกมนุษย์ ให้กลับสู่สรวงสวรรค์แดนนิพพาน ดั่งเดิม.... เป็นช่วงเวลาที่
- ช่วยสัตว์โลกได้พ้นจากวายุ อัคคีภัย
- รวบรวมศาสตร์ทั้งหลายให้คืนสู่หลักธรรมเดียวกัน
- ชุมนุมทุกลัทธินิกายศาสตร์ บรรจบพบกันในยุคสาม
--- แปล ---- ภารกิจยิ่งใหญ่ของผู้ที่จะมาช่วยโลกมนุษย์ ที่ได้รับมอบหมายจากเบื้องบน คือ การนำสัตว์โลก หมายถึงผู้ที่เกิดเป็นมนุษย์ได้ทันในยุคหลังกึ่งพุทธกาล คือ ปัจจุบัน (ต้นปี ๒๕๕๐) ให้รอดพ้นจากสรรพภัยทั้งปวงกึ่งพุทธกาล ...โดยจะต้องรวบรวมศาสนา ลัทธิ และศาสน์ต่างๆ ให้เป็นหนึ่งเดียว ให้มาปฏิบัติบนพื้นฐานความเข้าใจเดียวกัน คือ ความจริง คือ
คิดถึงลูก สุดแทบ ใจจะขาด.......สุดอาลัย เหล่าเทวะ รับอาสา
สรวงสวรรค์ อ้างว้าง เหนือพรรณนา.......ทวยเทพ เซียนมา ลงทำงาน
พระแม่เฒ่า เฝ้าระทม จะขาดใจ.......อนิจจา ใยลูกหลับ ใหลหลง
ด้วยถวิล จึงตามมา ช่วยพระบุตร.......ยากแสนสุด กำหนดจรด จัดสรร
รำพันไป ไร้ค่า แสนล้านคำ.......แก่นสารธรรม
แต่ละยุค...จะปรากฏ มนุษย์ มาเป็นศาสดา...เพื่อมาเผยแพร่ "หลักสัจจะธรรม"
แต่ละยุค ความเหมาะสม...จะแตกต่างกันไปตามสถานการณ์โลกในขณะ นั้น
ศาสดา จะปรากฏ...ตามความเหมาะสม ตามภูมิภาคที่เหมาะสม
ภาษา...ที่บันทึกไว้ จึงแตกต่างกันไป
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
มาเพื่อเขียน โอวาทเป็นหลักฐาน ไว้เตือนใจ ....... พุทธบุตร หญิงชาย ให้เร่งสัจจะปฏิบัติ กระทำจริง
หนึ่งเสี้ยววาที มีค่า ยิ่งกว่าภูทอง
สาระสำคัญ....อยู่ที่..."การทำได้จริง ตามศีล" ที่ตั้งใจไว้.......นั่นคือ "สัจจะ"
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
หาก... คิดว่าผู้สำเร็จ ผู้ทำได้ต้องเป็น ... เพศชาย....
หาก....เมื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปรากฏเป็น "ผู้หญิง" ...แล้วเราจะปฏิบัติต่อท่านอย่างไร !!!!!!!
หาก...พระไตรปิฎก ลงมาปรากฏเป็น "ผู้หญิง" ...แล้วเราจะปฏิบัติต่อท่านอย่างไร !!!!!!!
- " หนุมาน ผู้นำสาร "
- ดินฟ้าอากาศ โอฬารแท้ .......โองการแม่ คือ โลกุตตระธรรม อยู่เหนือโลก
ผู้ที่เชื่อ ทำตาม คือพรเจริญเลิศ .......คนขัดฝืน เป็นคำสาปม้วยมรณา
โบราณกาลก่อน ไม่เคยปรากฏ ....... โปรดนำสัตว์ พ้นทุกข์ สุดใหญ่ยิ่ง ในกาลนี้
เพราะ เมตตาธรรม โลกุตตระจึงอำนวย ...... จัดสรรช่วย ยุคเราพบ วิเศษกาล
- ในโลกบน มีหน้าที่ ไปโปรดเทพ ....... โลกล่างมี โปรดผี
โลกกลางโปรดมนุษย์ สัตว์ ต้นไม้
เทวดาประจำตัว
ภพภูมิของเทพ-เทวดามีทั้งหมด ๖ ชั้นนับจากโลกมนุษย์ขึ้นไป จะอยู่ในสภาวะหรือมีสภาพร่างกายและทุกอย่างเป็นทิพย์ทั้งหมด(อากาศธาตุ) จะไม่มีรูปร่างที่จับต้องได้ด้วยกายหรือมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อของมนุษย์ได้ เราจะรู้เห็นและสัมผัสได้โดยทางจิตเท่านั้นและจะต้องเป็นจิตที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้วเป็นอย่างดีถึงขั้นที่เรียกว่าได้ " อภิญญาจิต " ภพภูมิของเทพเทวดานั้นมีแต่เสวยและรับแต่ความสุข ความเกษมสำราญแต่เพียงอย่างเดียวไม่มีความทุกข์ยากลำบากอะไร เพราะอยากจะได้หรืออยากจะมีอะไรแค่ทำการนึกคิดเอาก็ได้สมประสงค์สมปรารถนาทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีอารมณ์มีความรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง มีครอบครัว มีพ่อแม่ มีลูกมีหลานเหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีทุกข์เหมือนกัน มีตอนที่รู้ว่าบุญใกล้จะหมดแล้วจะต้องลงมาเกิดยังโลกมนุษย์และทุกข์มากๆ ถ้ามาเกิดยังโลกมนุษย์แล้วไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ เพราะการที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์นั้นสมารถทำตัวเอง ศึกษาหลักธรรมแล้วปฏิบัติฝึกจิตของตนเองให้หลุดพ้นเข้าสู่พระนิพพานได้ เทพเทวดาเหล่านี้มาจากไหน? ก็เป็นดวงจิตดวงวิญญาณที่มาจากมนุษย์ที่ตายแล้วและเป็นมนุษย์ที่มีทาน ... รายละเอียด
- วันเข้าพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต
- วันอาสาฬหบูชา วันสำคัญทางพุทธศาสนา
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก
- รวมเคล็ดลับการแก้กรรมแบบต่างๆ
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น
- วันออกพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1 99
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น 78
- เทวดาประจำตัว 58
- เคล็ดการใช้อำนาจบุญแก้กรรมเก่า-ปัญหาชีวิต 48
- บาปกรรมจากการลวกหอยแครง 36
- ภัยพิบัติเกิดจากเวรกรรมของ มนุษยชาติ 31
- บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า 31
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต 30
- ชาติก่อนและชาติปัจจุบันของสุกรตัวหนึ่ง 30
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก 27



ขอให้ทุกๆคนเข้าไปอ่านหนังสือธรรมะต่างๆ ศึกษาให้เข้าใจความเป็น ที่มาที่ไป และส่งเสริมชวนคนไปรับธรรมะให้มากๆด้วยนะครับ ว่างๆก็ไปหาซื้อปลาในตลาดมาปล่อยด้วยยิ่งดีครับ ขอบคุณครับ
แสดงความคิดเห็น