ความซาบซึ้งและความรู้สำนึกคุณของคุณตา
เรื่อง โดย สุชัญญา เนปาล, 25 มกราคม 2548 แปลและเรียบเรียง โดย ไท่จิ้ณฝอถัง, 26 กุมภาพันธ์ 2552
คุณตาได้จากไปตอนฉันอายุ 20 ปี ตอนที่คุณตายังมีชีวิต คุณตาเป็นคนรักการดื่มชานม และฉันมักจะเป็นคนทำให้ท่านดื่ม ในขณะที่พวกเรากำลังดื่มชานม พวกเราได้พูดคุยกัน หัวเราะกันอย่างมีความสุข พวกเรามักจะมีช่วงเวลาที่ดีอย่างนี้ด้วยกันเสมอ ก่อนที่ฉันจะรับธรรมะในปี 2546 คืนนั้น... ในความฝันของฉัน ฉันเห็นคุณตายืนอยู่บนเชือกเส้นบาง ๆ ในอากาศ และคุณตาบอกฉันว่าคุณตาทั้งหิว และกระหายน้ำ คุณตาไม่ได้รับการเซ่นไหว้ใด ๆ เลย แม่ของฉันก็เป็นลูกคนเดียวที่ท่านมี ถ้าแม่ไม่เตรียมของเซ่นไหว้เพื่อท่าน ก็คงไม่มีใครทำให้ท่านแล้ว ฉันเล่าเรื่องความฝันของฉันให้พ่อและแม่ของฉันฟัง นับแต่นั้นเป็นต้นมา พวกเราจึงทำการเซ่นไหว้ในวันครบรอบการจากไปของคุณตา และฉันก็ไม่ได้ฝันถึงคุณตาอีกเลย
ตั้งแต่ฉันรับธรรมะ ฉันไปสถานธรรมช่วยงานชุมนุมธรรมอยู่บ่อย ๆ อีกทั้งฉันก็ยังนำพาญาติ ๆ ของฉันมารับธรรมะ และเรียนพุทธระเบียบด้วย ฉันยังสามารถพูดภาษาอังกฤษและภาษาเนปาลได้ ฉันไปช่วยแปลธรรมะให้อาจารย์ถ่ายทอดเบิกธรรมไต้หวัน และอาจารย์บรรยายธรรม ให้ชาวชนบทในที่ที่ไกล ๆ ออกไป ซึ่งใช้เวลาเดินทางถึง 2 วัน 2 คืน ใจของฉันรู้สึกซาบซึ้ง...... และปราบปลื้มมาก เวลาที่เห็นผู้คนมากมายมารับธรรมะ และยังหยั่งรู้ได้ถึงคุณวิเศษอันยิ่งใหญ่ของธรรมะ จากนั้นฉันจึงตัดสินใจว่าฉันจะฉุดช่วยให้ผู้คนมากมายได้รับธรรม
นอกจากภาษาอังกฤษและภาษาเนปาลแล้ว ฉันยังสามารถพูดภาษาอินเดียได้อีกด้วย ในเดือนธันวาคม ปี 2548 ฉันถูกเชิญให้ไปช่วยแปลที่สถานธรรมในประเทศอินเดีย ฉันรู้สึกปราบปลื้มใจมากที่ได้รับหน้าที่ภาระกิจอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ฉันซาบซึ้งมากกับความเมตตาของอาจารย์เจินเตี่ยนฉวนซือ ที่มอบโอกาสให้ฉันได้ทำงานเพื่อฟ้าเบื้องบนเพื่อบรรลุปณิธาน และมีโอกาสสร้างบุญกุศลและคุณงามความดี ครั้งที่พวกเราไปประเทศอินเดีย พวกเราได้เยี่ยมผู้คนมากมายตามสวนสาธารณะบ้าง ครอบครัวหลายครอบครัวบ้างด้วยกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อผูกบุญสัมพันธ์ นอกจากนี้ พวกเรามักจะมีการเปิดรักษาด้วยการแพทย์แผนจีนอยู่เสมอ จุดประสงค์เพื่อพบคนใหม่ ๆ และเผยแพร่ธรรมะ ด้วยความอดทนอดกลั้นทำให้มีการรับธรรมะเกิดขึ้น พวกเขาไม่เพียงแต่ได้รักษากายสังขารให้หาย แต่พวกเขายังได้ช่วยจิตญาณของตนเองด้วย หลังจากที่พวกเขารับธรรมะแล้วในขณะเดียวกัน ก็ทำให้เขาเหล่านั้นเข้าใจธรรมะมากขึ้น พวกเราจึงเชิญพวกเขามาเข้าประชุมธรรม
งานประชุมธรรมถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2548 วันนั้นเป็นวันที่ยอดเยี่ยมมาก!! สำหรับญาติธรรมใหม่ วันนั้นเป็นก็เป็นวันที่ฉันยุ่งมากเช่นกัน แต่ใจของฉันก็มีความสุขอย่างเหลือล้น รู้สึกมีคุณค่ามากมายเหลือเกินที่ได้ทำบางสิ่งเพื่อพระอาจารย์จี้กง เพื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกพระองค์ และเพื่ออาณาจักรธรรม
หลังจากงานประชุมธรรมเสร็จลง คืนของวันที่ 23 มกราคม 2548 มันเป็นความฝันที่ยอดเยี่ยมมาก!! ถึงแม้ว่าวันนั้นจะมีผู้เข้าประชุมธรรมแค่ 24 คนก็ตาม ฉันฝันเห็นบรรพบุรุษของนักเรียนที่มาเข้าชั้นเรียน และบรรพบุรุษของญาติธรรมที่มาเป็นบุคลากร มาเข้าร่วมประชุมธรรมด้วย ในนั้นก็มีคุณตาของฉันด้วยเหมือนกัน จำนวนของบรรพบุรุษของทุกคน มีมากกว่าสองถึงสามเท่า ทุกคนกำลังนั่งคุกเข่าลอยอยู่ในอากาศ และฟังอย่างตั้งใจ แต่ละคนถือดอกบัวสีขาวอยู่ในมือ
บางดอกเบ่งบาน บางดอกเป็นดอกตูม ๆ แต่บางดอกดูแล้วแห้งเหี่ยว ร่วงโรย อับเฉา ทำไมถึงเป็นแบบนั้นน่ะเหรอ? ใครที่ถือดอกที่เบ่งบาน แปลว่า ลูกหลานของเขาช่วยงานธรรมะอย่างจริงใจ และช่วยเผยแพร่ธรรมะอยู่เสมอ ใครที่ถือดอกตูม ๆ แปลว่าลูกหลานของเขาจริงใจแต่ช่วยงานธรรมะบ้างเล็กน้อย แต่ใครที่ถือดอกร่วงโรย แปลว่าลูกหลานของเขาได้รับธรรมะแล้วแต่ไม่เคยกลับมาช่วยงานธรรมะอีกเลย
ในระหว่างมือกลางวัน บรรพบุรุษทั้งหลายต่างก็มีความปลื้มปิติ ที่ได้ทานอาหารทิพย์ ที่ประทานโดยพระโพธิ์สัตว์ทั้งหลาย หลังจากเสร็จงานประชุมธรรมแล้ว บรรพบุรุษของญาติธรรมมากมายก็เข้ามากอดฉันแทนควานสำนึกคุณ ที่ฉันทำหน้าที่แปลเรื่องราวของธรรมะ ให้ลูกหลานของเขาเข้าใจอย่างชัดเจนถึงคุณวิเศษอันยิ่งใหญ่อันล้ำค่าของธรรมะ และได้เข้าใจว่าธรรมะคืออะไร?
คนที่เข้ามากอดฉันคนสุดท้ายคือคุณตาของฉันเอง คุณตาของฉันเล่าให้ฟังว่าฉันได้เข้าประชุมธรรมะแล้ว 6 ครั้ง ครั้งแรก ฉันเพียงนั่งฟังการบรรยายธรรมะในสถานธรรม คุณตาของฉันจึงไม่ได้รับบุญกุศลใด ๆ แต่คุณตาก็ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมฟังด้วย ในครั้งที่ 2 ที่ฉันเข้าประชุมธรรมะ ฉันได้มาเป็นอาสาสมัครบุคลากรของสถานธรรม ฉันช่วยงานในแผนกต้อนรับ ช่วยงานทำความสะอาด ช่วยงานแปลธรรมะ เพราะฉะนั้น คุณจึงเริ่มได้รับบุญกุศล.... ในครั้งนี้ เป็นงานประชุมธรรมที่กรุงเดลลีครั้งที่ 6 ของฉัน ฉันแบ่งเวลา 2 วันไปท่องเที่ยวจากกรุงกาฎมันดุถึงกรุงเดลลีด้วยรถประจำทาง
ใน 2 เดือนที่ผ่านมา ฉันทำงานร่วมกับอาจารย์บรรยายจากไต้หวัน ออกเยี่ยมตามบ้านญาติธรรม ชวนคนมารับธรรมะ และแนะนำให้กับญาติธรรมได้รู้จัก ฉันแปลทุกคำพูด ทุกประโยคของอาจารย์บรรยายเป็นภาษาอินเดียให้พวกเขาได้ฟัง พวกเขาประทับใจมาก และฉันก็รู้สึกปราบปลื้มใจด้วย
คุณตาบอกว่าฉันยังมีหนี้ที่ค้างอยู่ ให้ฉันชำระสิ่งที่ติดค้างต่อไป ให้ฉันช่วยเผยแพร่ธรรม คุณตาก็จะได้รับบุญกุศลจากฉันด้วย คุณตายังให้กำลังใจฉัน และย้ำให้ช่วยเผยแพร่งานธรรมออกไปอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตจะเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์มากมายโดยเฉพาะบรรพบุรุษของพวกเขา
------------------------------------------------------------------------
ข้อคิดที่ได้คือ
คุณานุคุณของธรรมะ จากตัวอย่างนี้คือ ธรรมะไม่แบ่งแยกใครจริง ไม่ว่าจะศาสนาใด ธรรมะก็สามารถสอดแทรกเข้าไปในทุกสิ่ง ให้เป็นสิ่งเดียวกันได้ เพราะฉะนั้นธรรมะที่แท้จริง คือ หลักธรรมะที่สามารถเข้าไปได้ในทุกๆสัญชาติ ศาสนา หรือ วัฒนธรรม เมื่อเราพูดธรรมะนั้นออกมา คนที่มาจากต่างศาสนา สามรถยอมรับฟังและเข้าใจได้นั่นเอง
ไม่ว่าคุณจะเป็นฝรั่ง แขก จีน อาฟริกา หรือ สัญชาติใด เพียงคุณศรัทธาและมีใจให้ฟ้า แน่นอน ก็ย่อมส่งถึงบรรพชนและลุกหลานด้วย บรรพชนที่มาจากสัญชาติอื่นก็มีโอกาสได้รับความเมตตาจากฟ้าเท่าเทียมกับคนพุทธ
หากธรรมะที่ยังหลงเหลือ การแบ่งแยกเขาเราอยู่ นั่นมิอาจเป็นธรรมะได้ เช่น เขามหายาน เราเถรวาท เขาคริสต์เราพุทธ เป็นต้น
เทวดาประจำตัว
ภพภูมิของเทพ-เทวดามีทั้งหมด ๖ ชั้นนับจากโลกมนุษย์ขึ้นไป จะอยู่ในสภาวะหรือมีสภาพร่างกายและทุกอย่างเป็นทิพย์ทั้งหมด(อากาศธาตุ) จะไม่มีรูปร่างที่จับต้องได้ด้วยกายหรือมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อของมนุษย์ได้ เราจะรู้เห็นและสัมผัสได้โดยทางจิตเท่านั้นและจะต้องเป็นจิตที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้วเป็นอย่างดีถึงขั้นที่เรียกว่าได้ " อภิญญาจิต " ภพภูมิของเทพเทวดานั้นมีแต่เสวยและรับแต่ความสุข ความเกษมสำราญแต่เพียงอย่างเดียวไม่มีความทุกข์ยากลำบากอะไร เพราะอยากจะได้หรืออยากจะมีอะไรแค่ทำการนึกคิดเอาก็ได้สมประสงค์สมปรารถนาทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีอารมณ์มีความรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง มีครอบครัว มีพ่อแม่ มีลูกมีหลานเหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีทุกข์เหมือนกัน มีตอนที่รู้ว่าบุญใกล้จะหมดแล้วจะต้องลงมาเกิดยังโลกมนุษย์และทุกข์มากๆ ถ้ามาเกิดยังโลกมนุษย์แล้วไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ เพราะการที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์นั้นสมารถทำตัวเอง ศึกษาหลักธรรมแล้วปฏิบัติฝึกจิตของตนเองให้หลุดพ้นเข้าสู่พระนิพพานได้ เทพเทวดาเหล่านี้มาจากไหน? ก็เป็นดวงจิตดวงวิญญาณที่มาจากมนุษย์ที่ตายแล้วและเป็นมนุษย์ที่มีทาน ... รายละเอียด
- วันเข้าพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต
- วันอาสาฬหบูชา วันสำคัญทางพุทธศาสนา
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก
- รวมเคล็ดลับการแก้กรรมแบบต่างๆ
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น
- วันออกพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1 99
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น 78
- เทวดาประจำตัว 58
- เคล็ดการใช้อำนาจบุญแก้กรรมเก่า-ปัญหาชีวิต 48
- บาปกรรมจากการลวกหอยแครง 36
- ภัยพิบัติเกิดจากเวรกรรมของ มนุษยชาติ 31
- บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า 31
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต 30
- ชาติก่อนและชาติปัจจุบันของสุกรตัวหนึ่ง 30
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก 27



แสดงความคิดเห็น