การตัดกรรม
เวรระงับได้ด้วยการไม่จองเวรฉันใด กรรมย่อมระงับได้ ตัดได้ ด้วยการไม่กระทำฉันนั้น
การตัดกรรมก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีผู้กล่าวคัดค้านว่ากรรมเป็นเรื่องที่ไม่มีใครจะเอาอะไรไปตัดได้ ทั้งๆที่พระพุทธองค์ทรงสอนให้ละกรรมชั่วหันมาทำแต่กรรมดี หมายถึง ตัดการกระทำความชั่วและอกุศลทั้งปวง มุ่งทำแต่กรรมดี ปาณา – อะทินนา – กาเม – มุสา – สุราเม ฯ ล้วนเป็นคำสอนที่พระพุทธองค์ทรงสอนให้ตัดกรรมทั้งสิ้น แล้วด้วยเหตุใดจึงมีผู้กล่าวกันว่า กรรมตัดไม่ได้
หรือว่าผู้ที่กล่าวเช่นนั้นดวงตาไม่เห็นธรรม จึงไม่รู้ว่าพระพุทธองค์ทรงสอนให้ตัดกรรมกัน
เวรระงับได้ด้วยการไม่จองเวรฉันใด กรรมย่อมระงับได้ ตัดได้ ด้วยการไม่กระทำฉันนั้น หากมนุษย์ตัดกรรมหรือตัดการกระทำความชั่วและอกุศลไม่ได้ ก็ไม่สมควรเรียกมนุษย์นั้นว่าสัตว์ประเสริฐ
อดีตกรรมทำแล้วย่อมตัดไม่ได้ แต่ปัจจุบันกรรมเป็นกรรมเฉพาะหน้า กรรมเร่งด่วนที่ควรตัดก่อน ตัดกรรมชั่วกรรมไม่ดีให้ได้ โดยเฉพาะกรรมหรือการกระทำของเยาวชนที่ยกพวกตีกันฆ่ากัน เสพยาบ้า ยาม้า มั่วสุมทางกามทำแท้งให้เกร่อ หากตัดกรรมในปัจจุบันเสียได้ กรรมในอนาคต หรือชาติหน้าก็จะไม่เกิดขึ้น
ในเรื่องของการตัดกรรมช่วยคนได้หรือไม่ได้นี้ อาจารย์วัลลภท่านยืนยันตามมุมมองและความเข้าใจของท่านว่า ท่านสามารถตัดกรรมช่วยคนได้จริงๆ ส่วนจะตัดได้ทุกคนหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งขึ้นอยู่ที่บุญกุศลและเวรกรรมของแต่ละคน ใครมีบุญกุศลอยู่บ้าง ถึงคราวที่จะหมดเวรหมดกรรมพ้นทุกข์พ้นเคราะห์ คนพวกนี้จะพูดและอธิบายกันเข้าใจง่าย สมัยพระพุทธเจ้าเรียกบุค คลประเภทที่พูดกันรู้เรื่องและเข้าใจง่ายนี้ว่า ( ตรัสรู้ ) หมายถึงพูดกันรู้เรื่อง เมื่อพูดและอธิบายกันรู้เรื่องและเข้าใจง่าย เขาก็พากันประพฤติและปฏิบัติตาม ทำตามกันจนเขาเจริญรุ่งเรือง พ้นทุกข์ พ้นเคราะห์ พ้นจากความเดือดร้อน อยู่ดีมีความสุขกันไป
ส่วนคนที่สร้างกรรมทำเวรกันมามาก คนพวกนี้จะมีมิจฉาทิฐิและกิเลสตัณหาบังตาบังใจไม่ ให้เชื่อและปฏิบัติตัวตามอย่างคนดีๆเขาทำกัน จะดื้อรั้นดันทุรังจนเดือดร้อน ร้อนกาย ร้อนใจ ร้อนที่อยู่อาศัย ไปไม่มีวันหยุด
เอาละ... จะเชื่อกันหรือไม่เชื่อ ก็ลองมาฟังความคิดเห็นการตัดกรรมในมุมมองของอาจารย์วัลลภกันดู ก่อนอื่นก็ลองมาทำความเข้าใจความหมายของคำว่า "กรรม" เขาแปลว่าอะไรกันก่อนคำว่ากรรม เขาแปลว่า การกระทำ และการกระทำนั้นก็ยังจำแนกออกไปตามคุณภาพหรือตามธรรมที่เป็นเหตุทำให้เกิดขึ้นได้เป็น 2 ประการคือ อกุศลกรรมและกุศลกรรม
อกุศลกรรม หมายถึงกรรมที่เกิดจากการทำชั่วหรือทำไม่ดีต่างๆ
กุศลกรรม หมายถึงการกระทำความดี ทั้งอกุศลกรรมและกุศลกรรมนี้ มีทางที่จะทำให้เกิดได้ 3 ทาง คือ ทางกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม
กายกรรม หมายถึง การกระทำทางกาย
วจีกรรม หมายถึง การกระทำทางวาจา
มโนกรรม หมายถึง การกระทำทางความคิดหรือจิตใจ
กรรมหรือการกระทำที่แสดงออกทางกายก็ดี ทางวาจาคำพูดก็ดี ทางมโนกรรมความคิดก็ดี หากเป็นไปในทางที่ดี ก็มีผลทางกุศลกรรม นำพาให้ผู้กระทำความดีนั้นมีเสน่ห์แก่ผู้พบเห็น ทำมาหากินเจริญรุ่งเรือง ไม่นำพาความเดือดร้อนมาสู่ตนเองและครอบครัว
ที่อาจารย์วัลลภท่านยืนยันว่า ท่านตัดกรรมช่วยคนได้จริง ตัดกรรมในความหมายของท่านหมายถึงท่านสอนให้คน ตัดการกระทำ ความชั่วและความไม่ดีต่างๆ หากคนเราตัดการกระทำความชั่วไม่ได้ ก็ไม่สามารถที่จะเป็นคนดีตามหลักทางพระพุทธศาสนาได้
วิธีที่ท่านนำมาใช้ทำพิธีตัดกรรมชั่วและกรรมไม่ดี ของผู้ที่เข้ามาขอความช่วยเหลือจากท่านก็คือ เอาศีลห้ามาสอนให้รู้ถึงผลดีผลเสียในการกระทำของเขา เพราะในศีลห้านั้นมีข้อห้ามและข้อควรประพฤติปฏิบัติเน้นให้คนตัดกรรม คือ ตัดการกระทำความชั่วและความไม่ดีไว้ชัดเจนเป็นข้อ ๆอยู่แล้ว
ศีล คือ กฎหมายธรรมสำหรับมนุษย์ที่มีความเป็นมนุษย์สมบูรณ์ควรจะประพฤติปฏิบัติตาม ถ้าทำตามได้จริงก็เท่ากับบุคคลผู้นั้นได้ตัดกรรมของเขาแล้ว
เกี่ยวกับเรื่องของศีลห้านี้ ความจริงที่ไหนๆเขาก็สอนกันอยู่ทั่วไป พระท่านก็สอน ครูบาอาจารย์หรือท่านผู้รู้ในทางธรรมทั่วไปท่านก็สอน แม้แต่ในหนังสือธรรมะที่พิมพ์ขายตามที่ต่างๆก็มีให้อ่าน ดูๆแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ของใหม่ที่ชวนให้น่าสนใจอะไรเลย หากจะเปรียบกับเสื้อผ้ามันก็เหมือนกับเสื้อโหลกางเกงโหลธรรมดาๆนั่นเอง คนฟังเขาก็ฟังจากที่อื่นมากันจนรู้และเข้าใจเรื่องของศีลห้ากันดีทุกคนแล้ว แต่เขาได้นำเอาคำสอนของพระหรือครูบาอาจารย์และหนังสือนั้นๆไปประพฤติปฏิบัติตามกันหรือไม่นั่นซิสำคัญ หากเขาฟังกันแล้วอ่านกันแล้วไม่นำพาไปประพฤติปฏิบัติตาม คำสอนจากพระหรือครูบาอาจารย์นั้นก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรแก่ใครเลย
ด้วยเหตุผลดังกล่าว อาจารย์วัลลภท่านจึงเป็นต้องนำเอาการปฏิบัติธรรมขั้นโลกิยธรรมมาทำให้ผู้ปฏิบัติ มีปฏิกิริยาอาการแสดงออกมาให้สัมผัสและศรัทธากันเสียก่อน เพราะท่านเห็นว่าการจะนำเอาเรื่องของศีลมาสอนให้คนประพฤติปฏิบัติตามอย่างจริงจังและได้ผลนั้น ต้องนำเอาสิ่งที่ผู้ปฏิบัติเชื่อและศรัทธา มาทำให้สัมผัสจนเห็นภาพว่าเวรกรรมมีจริง นรกสวรรค์มีจริง บาปบุญมีจริง กฎแห่งกรรมมีจริงเสียก่อน ผู้ปฏิบัตินั้นก็จะพากันเกรงกลัวต่อเวรกรรม ไม่กล้าที่จะกระทำอะไรให้ผิดศีลผิดธรรมตามที่สอนไปอย่างจริงจัง
เทวดาประจำตัว
ภพภูมิของเทพ-เทวดามีทั้งหมด ๖ ชั้นนับจากโลกมนุษย์ขึ้นไป จะอยู่ในสภาวะหรือมีสภาพร่างกายและทุกอย่างเป็นทิพย์ทั้งหมด(อากาศธาตุ) จะไม่มีรูปร่างที่จับต้องได้ด้วยกายหรือมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อของมนุษย์ได้ เราจะรู้เห็นและสัมผัสได้โดยทางจิตเท่านั้นและจะต้องเป็นจิตที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้วเป็นอย่างดีถึงขั้นที่เรียกว่าได้ " อภิญญาจิต " ภพภูมิของเทพเทวดานั้นมีแต่เสวยและรับแต่ความสุข ความเกษมสำราญแต่เพียงอย่างเดียวไม่มีความทุกข์ยากลำบากอะไร เพราะอยากจะได้หรืออยากจะมีอะไรแค่ทำการนึกคิดเอาก็ได้สมประสงค์สมปรารถนาทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีอารมณ์มีความรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง มีครอบครัว มีพ่อแม่ มีลูกมีหลานเหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีทุกข์เหมือนกัน มีตอนที่รู้ว่าบุญใกล้จะหมดแล้วจะต้องลงมาเกิดยังโลกมนุษย์และทุกข์มากๆ ถ้ามาเกิดยังโลกมนุษย์แล้วไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ เพราะการที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์นั้นสมารถทำตัวเอง ศึกษาหลักธรรมแล้วปฏิบัติฝึกจิตของตนเองให้หลุดพ้นเข้าสู่พระนิพพานได้ เทพเทวดาเหล่านี้มาจากไหน? ก็เป็นดวงจิตดวงวิญญาณที่มาจากมนุษย์ที่ตายแล้วและเป็นมนุษย์ที่มีทาน ... รายละเอียด
- วันเข้าพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต
- วันอาสาฬหบูชา วันสำคัญทางพุทธศาสนา
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก
- รวมเคล็ดลับการแก้กรรมแบบต่างๆ
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น
- วันออกพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1 99
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น 78
- เทวดาประจำตัว 58
- เคล็ดการใช้อำนาจบุญแก้กรรมเก่า-ปัญหาชีวิต 48
- บาปกรรมจากการลวกหอยแครง 36
- ภัยพิบัติเกิดจากเวรกรรมของ มนุษยชาติ 31
- บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า 31
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต 30
- ชาติก่อนและชาติปัจจุบันของสุกรตัวหนึ่ง 30
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก 27



แสดงความคิดเห็น