วิกฤติสังคม เมื่อวัฒนธรรมโบราณถูกโลกาภิวัฒน์รบกวน
สังคมชั่วร้ายมากในทุกวันนี้ น่าสงสารคนรู่นหลังที่เติบโตมาในยุคอันตรายรอบด้าน
ในทุกวันข่าวสารน่าสลดใจเกิดไม่เว้นแต่ละวัน
พวกเรามาวิเคราะห์ดูกัน
1.วิกฤติในวัยรุ่น การทิ้งเด็ก ที่ทำแท้งในถังขยะ หรือเด็กทำเเท้งเถื่อนต่างๆ เป็นความชั่วร้ายที่มีเกิดขึ้นมากในสังคม น่ากลัวอย่างยิ่ง
หากยังปล่อยให้เกิดเรื่องเเบบนี้ วันทุกอาณาจักรธรรม ในทุกๆที่ หรือศาสนาต่างๆ ทั่วโลก ควรหันเข้าหากัน
เเละถามตัวเองว่าทำไมถึงเกิดแบบนี้ขึ้นมาทั้งๆทีดูเหมือนว่าธรรมะกำลังจะรุ่งเรือง แต่พฤติกรรมตรงข้าม
เราต้อง ถามสังคมรอบข้าง ว่าปล่อยให้เรื่องเลวร้ายเเบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ควรมีวัคซีนสังคม
ภูมิคุ้มกันตั้งแต่ครอบครัว มาช่วยเยียวยาอย่างเร่งด่วน
2.การฆ่ารายวัน ในผู้ก่อการร้าย ภาคใต้ในไทย หรือในต่างประเทศ ทำไมไม่ก่อการดีบ้าง
สังคมก็เอารัดเอาเปรียบเห็นผลประโยชน์ทับซ้อนต่อกันมากอยู่เเล้วนยังทำตัวแย่ๆอีกไม่รู้จะสรรหาอะไรมาเตือนสติคนพวกนี้ได้หนอ
ทำไมไม่สามัคคีกัน ไม่รักกัน เอาใจเขาใส่ใจเราบ้าง กลับประพฤติตัวตรงข้ามไม่หวั่นเกรงนรกบ้างหรือไร
3.การแตกแยกกันในสังคม ไม่สามัคคี ถ้าทุกคนเข้าใจ วิถีธรรมชาติอย่างเคารพแท้จริงจะเข้าใจว่า
ในป่าสร้างดอกไม้หลายสี หลายพันธุ์เพื่อแต่งแต้มโลกให้สวยงามร่วมๆกัน
ไม่ได้ให้แต่ล่ะดอกแต่ละกิ่งชิงดีชิงเด่นกันสะพรั่ง แต่ให้เคารพร่วมกันในความงามในทุกๆต้น ทุกๆดอกด้วยการไม่เบียดเบียนกัน
แต่ทุกวันนี้เมื่อคนอยู่ร่วมกัน ทำอะไรไม่เหมือนกัน มีความเห็นขัดแย้งกันไม่เข้ากัน นิดๆหน่อยๆก็ถึงกับตาต่อตา ฟันต่อฟัน ตายกันไปข้างหนึ่ง
ช่างโง่เขลาเบาปัญญา หรืออย่างไร ลองๆคิดดู
4.สังคมเรียบง่ายกำลังจะล่ม ถ้าคนสร้างให้มันฟุ้งเฟ้อ
ขอเสนอความเห็นหน่อยน่ะ ไม่ได้เจตนาว่าอะไรใครๆทั้งสิ้นเพียงอยากเสนอแนวคิดร่วมกันที่มุ่งสู่การปลดเปลื้องพันธนาการทางสังคม
ร่วมกัน เเม้ในอาณาจักรวิถีธรรมก็เช่นกัน
ยุคทุกวันเเม้โลกเจริญมาก วัตถุเจริญสุดขีด แต่เรายังหวังในอาณาธรรมไม่ไหลไปตามโลกมากไป อาทิ การมุ่งสร้างวัตถุ สถานต่างๆ อารามต่างๆ นี่ไม่ใช่เเนวทางนักปราชญ์ที่ใช้ประชันกัน หรือเเข่งอำนาจวาสนากัน สถานธรรม ควรเน้นเรียบง่ายไว้ก่อน
เน้นธรรมสู่ครัวเรือนภาคปฏิบัติ ทุกบ้านมีห้องพระได้ ก็เรียนกันในบ้านเล็กๆง่ายๆ
ส่วนสถานธรรมใหญ่ๆมันมีมากเเล้ว การสร้างเเต่วัตถุไม่ใช่เเนวที่ถูกต้อง ต้องสร้างต้นธรรมในใจ นี่สิสำคัญ
อาทิความสามัคคีในอาณาจักรธรรม ทำยังไง ให้ทุกๆที่ไม่เเตกกัน ไม่ทะเลาะกัน และมี่ช่องทางเชือมใจสู่ใจกัน
ผุ้ที่มีบารมีสูงจักประจักษ์ชัดในข้อนี้ ว่าสามัคคีเท่านั้นที่จะดำรงอยู่ แตกกันเมือ่ไหร่
บรรลัยเมื่อนั้น เมื่อทุกคนไม่มองในด้านดีๆของฝ่ายตรงข้าม ไม่พยายามหาความงดงามในใจคนอื่นบ้าง
โลกไม่สามัคคีเลย หากมองเเค่วัตถุที่ผิวเผินฉาบไว้ ในภายนอกที่สวยงาม หวังว่านักธรรมทุกๆคน หรือใครที่ใฝ่ดีทั้งหลายแม้ไม่ได้อยู่ในอาณาจักรธรรม ก็จงเข้าใจสามัคคีเท่านั้นเท่านั้นจริงๆ
สุดท้ายคือสังคมเรียบง่ายคืออุดมการณ์ของนักธรรมทุกคนใฝ่ฝัน
1.สังคมเกษตร ที่ไม่ทำลายส่งเเวดล้อม
ตรงกันข้ามกลับร่วมใจทุกฝ่ายฟู้ฟื้นส่วนที่กำลังเสื่อมโทรมในพลิกฟื้นมาใหม่ ร่วมใจปลูกป่า รักษาเเม่น้ำ
เคารพเเม่คงคา บูชาคุณพระเเม่ธรณีผืนดิน
เอื้อเฟื้อ อำนวยประโยชน์ ไม่จำเป็นว่าต้องให้วัตถุต่างๆต่อกันเท่านั้น
ให้ความรัก ให้ ความปลอดภัย ให้กำลังใจ ให้ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ง่ายๆแค่นี้
ล้อธรรมจักรจะค่อยๆหมุนไปสู่ชาวโลก ทุกศาสน์ ทุกเผ่า ทุกๆประเทศก็จะรักกันไม่ทะเลาะกัน
2.สังคมที่เคารพกตัญญู ผู้หลักผู้ใหญ่ เเละมี ศีลธรรม ร่วมกัน พิทักษ์ธรรมไว้ในใจทุกๆคน
3.สังคมที่ให้อภัย คนชั่วให้กลับใจสู่ความดี
4.สังคมไร้ผลประโยชน์ใดๆ มีแต่อุทิศให้ร่วมกัน
5.สังคมที่ทุกย่างก้าว เต็มไปด้วยรัก รอยยิ้ม ไมตรีจิต เคารพต่อกันเเละกัน
ทั้งหมดพอสังเขปคือยา ที่จะเยียวยา อาณาจักรธรรมไว้ได้ หากผิดไปจากนี้ก็น่าเศร้าทีเดียว
เกิดมาชาตินี้ทั้งทีต้องใฝ่ดีสักกะอย่างให้ได้
" ฝากไว้ร่วมกันศึกษา และช่วยกันนำพาโลกาสู่สันติธรรม"
อุทิศเเด่เหล่านักธรรมอาวุโสผู้หาญกล้า ชั่วชีวา ยอมเหนื่อยกายา เพื่อปวงประชาใต้หล้าสุขขี
ทุกๆผู้ทุกๆนาม
และอย่าทิ้งความเรียบง่ายแบบนักปราชญ์โบราณ แม้ว่าโตมาในสมัยไฮเทคก็ตาม
เช่น ไม่เบียดเบียนกัน พึ่งตัวเองเป็นหลัก พึ่งภายนอกน้อยที่สุด
ใช้ชีวิตไม่เเก่งเเย่งกัน ร่วมกันฟูฟื้น ทุกๆด้าน โดยเฉพาะใจไร้เดียงสา
นี่มาเป็นอันดับเเรก
โง่ ๆ ซื่อๆๆ ตรงๆๆ ง่ายๆ เรียบๆ บ่มเพาะพลัง หยาง (พลังสว่าง) จากฟ้า ดิน และจักรวาล กิน ง่าย อยู่ง่าย ไร้พิธีการที่มากเกินจนเฟ้อไป แต่ไม่ใช่ไร้ระเบียบพิธีการ ที่สง่าศักดิ์สิทธิ์ ยังคง
ดำเนินแม้ยากที่จะฝ่าฟัน ในช่วงอันตราย ปลายยุคท้าย สุดท้ายหวังทุกคนพ้นเเรงกรรม พ้นเเรงดึงดูดให้ร่วงลงโลกีย์วิสัย ที่อึดอัด คับแคบ ขุ่นดังเช่นพลัง หยิน (พลังมืด)
แต่มุ่งพลังหยางสู่ฟ้า พ้นโลกา ประจักษ์ มรรคผลจริง
ต่างชาติ ต่างเผ่า ต่างศาสน์ ต่างใจ ต่างวิถี แต่มุ่งธรรมวิถีแบบเดียวกันนั่นเอง
เทวดาประจำตัว
ภพภูมิของเทพ-เทวดามีทั้งหมด ๖ ชั้นนับจากโลกมนุษย์ขึ้นไป จะอยู่ในสภาวะหรือมีสภาพร่างกายและทุกอย่างเป็นทิพย์ทั้งหมด(อากาศธาตุ) จะไม่มีรูปร่างที่จับต้องได้ด้วยกายหรือมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อของมนุษย์ได้ เราจะรู้เห็นและสัมผัสได้โดยทางจิตเท่านั้นและจะต้องเป็นจิตที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้วเป็นอย่างดีถึงขั้นที่เรียกว่าได้ " อภิญญาจิต " ภพภูมิของเทพเทวดานั้นมีแต่เสวยและรับแต่ความสุข ความเกษมสำราญแต่เพียงอย่างเดียวไม่มีความทุกข์ยากลำบากอะไร เพราะอยากจะได้หรืออยากจะมีอะไรแค่ทำการนึกคิดเอาก็ได้สมประสงค์สมปรารถนาทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีอารมณ์มีความรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง มีครอบครัว มีพ่อแม่ มีลูกมีหลานเหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีทุกข์เหมือนกัน มีตอนที่รู้ว่าบุญใกล้จะหมดแล้วจะต้องลงมาเกิดยังโลกมนุษย์และทุกข์มากๆ ถ้ามาเกิดยังโลกมนุษย์แล้วไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ เพราะการที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์นั้นสมารถทำตัวเอง ศึกษาหลักธรรมแล้วปฏิบัติฝึกจิตของตนเองให้หลุดพ้นเข้าสู่พระนิพพานได้ เทพเทวดาเหล่านี้มาจากไหน? ก็เป็นดวงจิตดวงวิญญาณที่มาจากมนุษย์ที่ตายแล้วและเป็นมนุษย์ที่มีทาน ... รายละเอียด
- วันเข้าพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต
- วันอาสาฬหบูชา วันสำคัญทางพุทธศาสนา
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก
- รวมเคล็ดลับการแก้กรรมแบบต่างๆ
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น
- วันออกพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1 99
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น 78
- เทวดาประจำตัว 58
- เคล็ดการใช้อำนาจบุญแก้กรรมเก่า-ปัญหาชีวิต 48
- บาปกรรมจากการลวกหอยแครง 36
- ภัยพิบัติเกิดจากเวรกรรมของ มนุษยชาติ 31
- บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า 31
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต 30
- ชาติก่อนและชาติปัจจุบันของสุกรตัวหนึ่ง 30
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก 27



แสดงความคิดเห็น