อธิบายหลักการทำความดี
2026-01-21 12:15:27 - mindcyber
กล่าวคือ กงอี้มีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง มีชื่อว่า เอี้ยหงี่ช้วน เป็นคนง่าย ๆ แต่ทำงานมีระเบียบ ต่อมาครอบครัวก็มีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นบ่อย ๆ ไหว้พระสวดภาวนาต่อองค์พุทธปฏิมาก็ไม่ประสบผล วันหนึ่งเขาจึงมาหากงอี้แล้วพูดว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ฟ้าดินไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ เสียแรงเซ่นไหว้ กงอี้จึงว่า ไม่ศักดิ์สิทธิ์หรือ หงีช้วนจึงว่า ท่านก็รู้ดีนี่ว่า ข้าเป็นผู้กระทำความดีเป็นประจำ แต่กลับพบกับความลำบาก กงอี้พูดว่า ผู้ทำความดีนั้นต้องมีความกรุณาในใจ มีจริยธรรมในใจ ไม่ใช่ทำงานพระก็หวังบุญวาสนา พระเจ้าบุ้นเชียงกล่าวไว้ว่า พระเจ้าต้องเคารพนับถือ อย่าได้เหยียบย่ำผีหรือเจ้า เจ้ามีความศักดิ์สิทธิ์ฟ้ายังฟังและไวด้วย หงีช้วนรู้จักแต่ทำความดีแต่ไม่รู้ว่าจะทำให้สำเร็จผลอย่าไร เหมือนก้อนหินที่ยังไม่ได้ขัดแต่งจนเป็นของมีคุณค่า ถ้ายังไม่ได้รับความลำบากจากการขัดเกลา มีหรือจะสำเร็จเป็นคนมีคุณภาพ ทำให้พระเจ้าซาบซึ้งนับถือ นั่นก็คือความดีของท่าน ทำให้ฟ้าสะเทือน อย่างนี้ฟ้าต้องให้ความสงสารต่อท่าน จึงได้รับการคุ้มครอง เพียงแต่เราต้องหวนถามตนเอง ในใจมีความการุณย์ทุก ๆ ขณะหรือไม่ มีหรือเจ้าจะไม่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นด้วยข้ามีความรู้สึกต่อธรรมเนียมโลกแล้วอ่อนใจ จึงเขียนโศลกเอาไว้ เขียนไว้อย่างหยาบ ๆ ท่านช่วยแก้ไขด้วยก็จะดี หงี่ช้วนยิ้มแล้วพูดว่า ให้ข้ายืมดูหน่อย กงอี้ยื่นให้พร้อมหัวเราะว่าอย่าว่ากันก็แล้วกัน หงี่ช้วนรับไปแล้วอ่านว่า
ปราชญ์ว่าคนดียังไม่เคยเห็น ที่เห็นให้มั่นคงก็ดีแล้ว
ข้าคิดผู้มั่นคงมีจำกัด ที่เห็นมีใจต้องทดสอบได้
มีใจต้องเข้มแข็งเดินให้ดี มีใจบ่มเลี้ยงวอนขอได้
มีใจสั่งสมบุญให้เมตตา มีใจยุติธรรมคือคุณค่า
มีใจยะโสฟุ่มเฟือยไม่ทำ มีใจทำดีสองผู้เฒ่า
มีใจพรมลิขิตเลื่องลือ มีใจอดทนผ่อนปรนเป็นดี
มีใจรักเพื่อนพี่น้อง มีใจสามีภรรยาคุ้มครองกัน
มีใจต่อเพื่อนต้องสัจจะ มีใจเพื่อนบ้านใจกว้างขวาง
มีใจตอบแทนคุณอาจารย์ มีใจสงสารคนจนเคารพคนแก่
มีใจสงสารลูกกำพร้า มีใจช่วยแก้ไขทุกข์วิวาท
มีใจรักษาตัวไม่ผิดกาม มีใจเตือนชั่วให้ทำดี
มีใจเคารพรักตัวอักษร มีใจสงสารชีวิตสัตว์เล็ก
มีใจไม่ใช้แรงวัวม้าเกินไป มีใจหยุดฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
มีใจไม่ซื่อสัตย์ขจัดทิ้งไป มีใจโลภละทิ้งเสีย
มีใจฟังฟ้าตามลิขิต มีใจทำดีทำเพิ่ม ๆ
มีใจให้ใจเย็นตลอด ไหว้พระก็อ้อนวอนได้
มีใจเหมือนว่าคือใจยาย ฟ้าดินยังไม่มีก็ไม่คุ้มครอง
ถ้าหากไม่ดีให้มีใจ ทำให้คนร้องไห้เปียกเสื้อ
ทำผิดหวังผิดมีไม่น้อย ยังหาว่าตนเองเป็นคนดี
มีใจไม่กตัญญูพ่อแม่ ลูกก็ไม่เลี้ยงเขาถึงแก่
มีใจไม่ปรองดองพี่น้อง รุ่นหลังก็เอาอย่างแย่งชิง
มีใจผัวเมียไม่ปรองดอง ครอบครัวก็เจ้งไม่เจริญ
มีใจคบเพื่อนไม่มีสัจจะ กลับหาภัยเคราะห์สู่ตัว
มีใจลวนลามหญิงชาวบ้าน รอบบ้านมีหรือจะจริงใจ
มีใจโลภให้ร้ายเขา ตัดบุญลูกหลานตนเอง
มีใจลืมอาจารย์ไร้สัตย์ การเรียนไม่สำเร็จในชีวิต
มีใจหลอกเฒ่าข่มผู้เยา เคราะห์ส่งเหลือแต่ตัว
มีใจข่มเหงเด็กกำพร้า ซ้ำให้ภัยกำพร้าไม่สงสาร
มีใจข่มขืนลูกเมียเขา ลูกเมียเราให้เขาไป
มีใจไม่รักตัวหนังสือ มีลูกโง่ไม่ฉลาด
มีใจไม่รักชีวิตสัตว์เล็ก จะมีโรครุมเร้าทั้งตัว
มีใจชอบเลี้ยงนก มักหาภัยมาสู่ตัว
มีใจอธรรมแก้แค้น ไม่มีใครเห็นคุณพ่ายแพ้
มีใจแอบทำลายผู้อื่น ส่วนใหญ่จะไม่มีลูกสืบสกุล
อย่างนี้ต้องมีใจไหว้พระ พระได้ยินไว้ชีวิต
การตอบสนองในโลกนี้ กลับโกรธฟ้าดินว่าไม่ศักดิ์สิทธิ์
เหมือนคนรู้ความหมายนั้นแต่แรก ยังต้องมีความคิดมีใจไว้ เมื่อนายหงี่ช้วนอ่านจบ ก็รีบขอบคุณกงอี้ว่า นี่ก็เหมือนฟ้ามาเตือนข้าให้มีใจกงอี้ว่า ก็เป็นกลอนธรรมดาท่านอย่าหัวเราะก็แล้วกัน หงี่ช้วนจึงว่า ปัจจุบันคนฉลาดมีน้อยคนโง่มีมาก คนที่อยากปฏิบัติอนุตตรธรรม (เทียนเต้า) จะไม่อบรมกล่อมเกลาคนก็จะไม่สำเร็จ ท่านเป็นผู้มองทุลุในโลกถึงธรรม ก็เปรียบประดุจผู้ปฏิบัติอนุตตรธรรม ขอนำกลอนกลับไปพิจารณาเพื่อเตือนใจ จากนั้นมาหงี่ช้วนก็ยิ่งทำความดีมากขึ้น จนลุปีรุ่งขึ้นก็ได้บุตรชาย 1 คน นี่คือการนัดเพื่อนมาคุยธรรมะ เป็นความอดทนที่ 60 ต่อมาคนก็แต่งกลอนให้
ชักนำเพื่อนให้ทำความดีตลอด กงอี้ปลอบดุจดังเทพเทวา
มีใจดุจดวงตะวันจันทรา แสงส่องทั่วเวหาสนิทฟ้าเอย