ถูกติไม่ถือโกรธ สอนละกามราคะ
2026-01-21 12:11:16 - mindcyber
วันหนึ่ง เพื่อนนักเรียนแซ่เอี้ยตั้งใจมาหากงอี้ที่บ้าน กงอี้ก็เชิญเขาเข้ามานั่งในห้องหนังสือ คุยกันถึงเรื่องเก่า ๆ ตอนหลังนายเอี้ยเฮี่ยงจิ่งก็พูดว่า เพื่อนเกลอเข้าใจธรรมะลึกซึ้ง อยากขอให้สอนเรื่องการระงับกามารมณ์ ข้ายังไม่เคยล่วงเกินหญิงอื่น แต่พอข้ามองดูผู้หญิงก็เกิดกามารมณ์ขึ้นแล้วมาลงที่ภรรยา ซึ่งก็ไม่สามารถกดข่มอารมณ์ทางเพศได้ ไม่รู้ว่าตนมีอุปสรรคอะไร ขอให้เพื่อนเกลอสอนวิธีการให้ข้าสักหนึ่งวิธี กงอี้หัวเราะแต่ไม่พูด นายเฮี่ยงจิ่งก็ลุกมาข้างหน้ากงอี้แล้วต่อยไปหมัดหนึ่งพร้อมพูดว่าร้องขอแต่ไม่พูดแถมยังหัวเราะอีก กงอี้รีบให้เพื่อนนั่งลง แล้วเก็เริ่มพูดถึงการเสพกามว่า ทำให้เกิดอันตรายได้ง่าย การที่จะไม่ให้เกิดอันตรายนั้นต้องใช้ศีลธรรม เมื่อเห็นผู้หญิงชาวบ้านก็ให้คิดว่าเป็นพี่สาวหรือน้องสาวหากหญิงที่อายุมากก็คิดว่าเป็นคุณแม่ ถ้าเป็นเด็กก็นึกเสียว่าเป็นลูกสาว ผู้อาวุโสสอนให้ละกามมีกลอนว่า
คนสวยใครก็ชอบงามโสภา พระเจ้าฟ้าจักข่มเหงไม่ได้
หญิงอื่นอันหาควรเสพกามไม่ เมียฉันไซร้อย่าได้มาแตะเลย
วิธีการนี้เป็นการละการล่วงของกาม และยังมีข้อห้ามการเสพเกินขอบเขตกลอนว่า
ไฟราคะลุกให้คิดถึงหญิงอาย คนตายหนอนไชไม่เหมือนคน
มือไม้เน่าเหม็นกลิ่นเหลือทน หมดกมลรักหลงรูปโฉมตรู
นี่ก็คือวิธีการขจัดมารรูปโฉม เฮี่ยงจิ่งฟังแล้วก็รีบขอบคุณกงอี้ที่ให้ปิยะวาจาสอนสั่ง จึงรีบขออภัยที่ล่วงเกิน นี่คือกงอี้สอนคนให้ละความใคร่อยากในกาม เป็นขันติที่ 49 ต่อมาคนแต่งกลอนให้
รู้จักระงับไม่เสพกามมั่ว ใจคิดชั่วใคร่เสพมีวิธี
ให้คนดูที่นี่เหมือนพระชี้ กงอี้บอกวิธีน่าเลื่อมใส