กล่าวถึงกงอี้เมื่อครั้งยังไม่มีบุตร มีคนร่วมตระกูลชื่อ จางซวี่ มีผืนนาติดต่อกันกับกงอี้ บุตรชายคนที่สามของจางซวี่อันธพาลข่มเหงกงอี้มากนัก ป่าวร้องว่ากงอี้เป็นผีไร้ทายาท กงอี้ล่วงรู้ก็ทำเป็นไม่ได้ยิน แถมยังเข้ามาตัดต้นไม้ในที่ดินกงอี้อีกสามกอ กงอี้มาพบเข้าคิดจะเข้าขัดขวางก็ให้คิดว่า เป็นคนตระกูลเดียวกันไม่ควรกระทบกระเทือนสายสัมพันธ์ทั้งยังเรียกคนให้มาช่วยหาม เลยทำให้จางซวี่ได้ใจคิดว่ากงอี้เกรงกลัวเขา ต่อมาภายหลังก็หักหาญแย่งนาของกงอี้ไปส่วนหนึ่งโดยขุดเอาหินหลักทิ้ง กงอี้ก็วางเฉยไม่สนใจ กงอี้ได้เขียนหนังสือฉบับหนึ่งแล้วให้คนส่งไปให้จางซวี่ จางซวี่เปิดออกอ่านว่า
รังแกคนเป็นบาปเกรงฟ้าลงโทษ คนใจโหดอันธพาลขวางเจริญ
ไร้สัตย์ได้เงินบ้านกระเจิง มีเมตตาร่าเริงสุขนิรันดร์
ยุติธรรมต่อโลกรุ่งธำรง ซื่อตรงประดับใจอายุวัฒน์
อันความร่ำรวยฟ้ากำหนดชัด บุญหนักกรรมลิขิตหอมขจร
จางซวี่อ่านจบก็ขยำหนังสือทิ้งลงพื้น แล้วก็แจ้งบอกกับบุตรของเขาว่า กงอี้เขียนหนังสือมาลบหลู่ข้า กล่าวหาว่าข้าไม่ดี ถ้างั้นก็ฆ่ามันเสียเลย แล้วแย่งทรัพย์มันมาเสีย มีหรือจะทำไม่ได้ พวกลูก ๆ ก็พูดว่าต้องคิดหากลอุบายเสียก่อนคงไม่ช้าไป ตอนนี้ทำเป็นไม่รู้ไว้ก่อนเพื่อให้เขาไม่สงสัย ไม่คาดคิดมาก่อนว่าฟ้าจะลงโทษส่งวิบากกรรมมาให้ ครอบครัวของจางซวี่เป็นโรคไข้จับสั่นกันทั้งบ้าน ในชั่วเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน พ่อลูกตายทั้งบ้าน ต่อมาภายหลังกงอี้ก็อธิายเรื่องนี้กับคนในตระกูลให้เข้าใจพร้อมทั้งยกที่นาที่ถูกคดโกงไปให้แก่ศาลเจ้าของตระกูลเพื่อเก็บค่าเช่านาไว้ใช้จ่ายกองกลาง นี่ก็ถูกข่มเหงแล้ววางเฉยของกงอี้ เป็นขันติที่ยี่สิบห้า ต่อมาภายหลังคนแต่งกลอนให้
ข่มเหงรักแกคนบาปท่วมฟ้า เทวดาลงโทษทันตาเห็น
ทิ้งเหลือแต่ฉาวโฉ่คนแค้นเค้น กงอี้เน้นสร้างกุศลปลูกนาบุญ