อัปยศไม่พูด ห้ามปรามพ่อไม่พบภัย

2026-01-20 12:46:12 - mindcyber

    วันหนึ่ง  กงอี้กับบิดาจะไปทวงหนี้ที่บ้านอาจางค่วน  จางค่วนไม่มีเงินคืนหนี้แถมยังพูดจาขวางหูทำให้บิดาโกรธมาก  ออกมือออกหมัดจะชกต่อยกัน  กงอี้เข้าห้ามปรามขอร้องให้บิดากลับบ้านก่อน  จางค่วนไล่ตามมา  กงอี้เข้าสกัดกั้นพร้อมทั้งพูดจาโดยดี  อาจางค่วนอารมณ์ร้ายปรี่เข้ามาชกต่อยกงอี้โดยไม่ทันตั้งตัว  กงอี้พยายามเอาตัวรอดจนหนีมาได้  กลับมาถึงบ้านบิดาถามว่าทำไมหน้าตาฟกช้ำ  กงอี้พูดว่าไม่ระมัดระวังหกล้มจนได้รับบาดเจ็บ  ไม่กล้าที่จะเล่าว่าถูกเขาตีเอา  ขณะนั้น  กงอี้ก็ใช้อารมณ์ที่ปรองดองปลอบประโลมบิดาว่า  บ้านคุณอาค่วนไม่ค่อยราบรื่น  รายได้ไม่พอกับรายจ่าย  หนี้ของเรายังชำระให้ไม่ได้ในตอนนี้  คำพังเพยว่า  “มีก็ให้  ไม่มีก็อภัย”  รอให้เขามีเงินเสียก่อนก็คงจ่ายให้เอง  ตอนนี้ก็อภัยให้เขาก่อน  หากจะเร่งรัดทวงเอาก็ไม่ได้อะไร  ถ้าจะบีบบังคับกับพยัคฆ์ร้ายก็เผชิญหน้ากัน  ความเสียหายต้องเกิดขึ้น  ก็จะสูญเสียความเป็นญาติให้อภัยเป็นวิธีที่ดีที่สุด  บิดากล่าวว่า  ตอนนี้บ้านเราก็กำลังลำบากเงินสดๆยืมไปควรต้องคืนให้  ไม่ใช่หามาได้ง่ายๆกงอี้ตอบว่า  แม้บ้านเราจะเดือดร้อนก็ให้หายืมจากที่อื่นก่อน  ถ้าแข็งขืนจะบังคับเอาก็เกรงว่าจะเกิดเรื่อง  สู้ปล่อยเขาไปจะดีกว่า  สุภาษิตว่า  “ความรุนแรงพาภัยมาให้”  บิดาถูกบุตรชายกล่อมด้วยอ่อนน้อมก็เลยต้องปล่อยวางความคิดที่จะทวงหนี้  หลังจากนั้นเพียงสิบวันจางค่วนก็ได้รับอุบัติเหตุ  คนเขาก็พูดกันว่า  เพราะว่ากงอี้อดทนต่อความอัปยศอดสูจากการถูกชกต่อยเมื่อหลายวันก่อนจึงไม่ประสบกับภัยพิบัติ  กงอี้ทนอัปยศไม่พูด  กลับห้ามปรามบิดาจึงไม่ประสบภัยเป็นขันติที่สองของกงอี้  ต่อมาก็มีผู้เขียนกลอนให้

           ถือญาติสำคัญกว่าเงินทอง                        สุภาพชนแผ้วผ่องยืดได้หดได้

           มีขันติมงคลกรายแคล้วคลาดภัย                จิตใจให้อาทิตย์จัตทร์หมุนเวียนวน

More Posts