ขุนพลจ้าวจูล้ง หนึ่งในห้าทหารเสือของเล่าปี่ในสมัยสามก๊ก วันหนึ่งได้รับคำสั่งให้ยกทัพเข้าตีเมืองกุ้ยหยางที่มีขุนพลจ้าวฟ่านเป็นนายทหารประตูเมือง ซึ่งต่อมาจ้าวฟ่านยอมจำนนในที่สุด เนื่องด้วยคนทั้งสองมีนิสัยคล้ายคลึงกัน คุยกันถูกคอ ดังนั้นเขาทั้งสองเลยสาบานเป็นพี่เป็นน้องกัน
วันที่ได้สาบานเป็นพี่เป็นน้องกัน ขุนพลจ้าวฟ่านได้จัดโต๊ะเลี้ยงฉลอง ระหว่างดื่มสุราเคล้าอาหารจนทั้งสองมีอาการมึน ๆ ทันใดนั้นมีสตรีสาวงามรูปโฉมอรชรอ่อนช้อยดังนางฟ้านางหนึ่ง นุ่งกายไว้ทุกข์ ได้ก้าวเท้าเข้ามาด้วยท่าอันชดช้อยสง่างาม นางตรงมาที่โต๊ะและหยิบจอกเหล้าคอยรินเหล้าให้พวกเขา จูล้งเห็นเข้าแปลกประหลาดใจมาก ถามว่า “นางเป็นใคร?” จ้าวฟ่านตอบว่า “นางเป็นพี่สะใภ้ของข้าเอง ชื่อฟ่านซื่อ พี่ชายของข้าได้ตายไปยังไม่มีบุตรสืบสกุล ญาติ ๆ ได้แนะนำนางแต่งงานใหม่ แต่ไม่มีใครอยู่ในสายตาของนางเลย นางเคยปรารภว่า คนที่จะมาเป็นสามีนางจะต้องมีบุคลิกอย่างท่าน มีท่าทางสง่าผ่าเผย มีชื่อเสียงเกรียงไกร วันนี้บังเอิญท่านพี่มาถึงที่นี่ ขอเพียงท่านพี่พอใจ พี่สะใภ้ของข้ายินดีปรนนิบัติท่านพี่ตลอดชีวิต”
จูล้งได้ยินเช่นนี้พูดเสียงดังอย่างจริงจังว่า “เมื่อข้ากับเจ้าได้สาบานเป็นพี่เป็นน้องกันแล้ว พี่สะใภัของเจ้าก็คือพี่สะใภ้ของข้ามีหรือจะทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงได้?”
จ้าวฟ่านได้ฟังเช่นนั้น ใบหน้าแดงกล่ำ รู้สึกอับอายและลาจากไป จ้าวจูล้งต่อมาได้เป็นถึงหนึ่งในห้าทหารเสืองของจักรพรรดิเล่าปี่ มีอายุยืนยาว เมื่อวิญญาณกลับสู่สวรรค์ได้ถูกแต่งตั้งเป็นจอมพลคุมทัพหหารเทพ
กตัญญูกตเวที
คนในภาพเป็นชาวนากัลยาณจิต ชั่วชีวิตมีสัจจะจิตใจสูง
มีเมตตากรุณาคอยชักจูง ในนั้นมุ่งแทนพระคุณการุณย์ธรรม
เมื่อเยาว์วัยได้อาศัยดื่มนมโค ยามเติบโตเลี้ยงไว้ให้อิ่มหนำ
อันโคนี้เคยใช้งานอย่างตรากตรำ ถึงแก่เฒ่าก็ไม่นำไปฆ่ากิน
เขาเข้าใจในหลักกฏแห่งกรรม ไม่กระทำชั่วช้าให้ผิดศีล
เขารับประทานมังสวิรัติเป็นอาจิณ ชั่วชีวินกตัญญูรู้พระคุณ
กามารมณ์เป็นยอดแห่งความชั่ว
ข้าคือเทพประจำศาลเจ้านี้ : พระเจ้าขั้วโลกเหนือแห่งสวรรค์มหาราช ประทับทรง วันที่ 28 มิถุนายน 2530 กลอน
สัจธรรมแยบยลแผ่ทั่วสกล ธรรมเบื้องบนโปรดผู้มีสัมพันธ์บุญ
พระการุณย์ทรงเมตตาช่วยทารกบุตร พระเจ้าปลุกวิญญาณเดิมกลับสู่ฟ้า