บทสวดมนต์พระไตรญาณของสมเด็จโต
บทสวดนี้บูชาพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ พระอรหันตเจ้า พระสิวลี พระพรหม เทพเทวาทุกพระองค์ในสวรรค์ทุกชั้นทั่วแสนโกฐจักรวาล
สมเด็จโตได้ตรัสว่า ผู้ใดสวดมนต์พระไตรญาณนี้ สักการะบูชา จะเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ สวดทุกค่ำเช้าแล้ว ผู้นั้นจะไม่ตกสู่อบายภูมิ แม้ได้บูชาบทสวดพระไตรญาณนี้ไว้ที่บ้านเรือน ก็จะป้องกันอันตรายต่างๆได้ ถ้าพกพาติดตัวเดินทางไปในที่ต่างๆ จะทำ ให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอุบัติเหตุทั้งปวง
หากทำการสวดมนต์อย่างน้อยวันละ ๓ จบ อานุภาพจะคุ้มครองผู้นั้นไป ๑ วันกับ ๑ คืน ถ้าได้สวดวันละ ๑๐๘ จบ จนครบ ๓ ปี จะบังเกิดโชคลาภพ้นเคราะห์ปราศาจากทุกข์โศกโรคภัย และภัยพิบัติทั้งปวง อายุยืนยาว จะทำให้มีความสุขสิริสวัสดิ์ เจริญต่อไปทั้งในปัจจุบัน กาลอนาคต และภายหน้าภพหน้า ผู้ใดบริจาคทรัพย์สร้างถวายพระภิกษุ สามเณร ญาติมิตรสหาย และสวดต่อไปจนครบ ๗ ปี จะสู่สวรรค์นิพพาน
--------------------------------------------------------------------
บูชาพระรัตนตรัย (โย ภะคะวา อรหังสัมมา สัมพุทโธ)
นมัสการพระรัตนตรัย (อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ)
นมัสการพระพุทธเจ้า (นะโม ตัสสะ ๓ จบ)
ไตรสรณคมณ์ (พุทธัง สรณัง คัจฉามิ)
กล่าวคำสมาทานศีล ๕
ถวายพรพระ (อิติปิโส ภะคะวา)
พระไตรญาณ
อุกาสะ อุกาสะ ข้าพเจ้าจะเจริญสวดมนต์ภาวนาธรรม บูชาคุณพระรัตนตรัย เพื่อสร้างสมทศบารมีธรรมในจิตมี ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา เจริญอิทธิบาททั้งสี่ ด้วยความพอใจ ในความเพียร ให้ความสนใจ และความใคร่ครวญพิจารณา ให้สังหารนิวรณ์ทั้งห้า อันมี กามฉันทะ ความพยาบาท ความง่วงขณะปฏิบัติ ความคิดฟุ้งซ่าน ความลังเลสงสัย ให้มันมลายหายออกไป มีวิตก วิจารณ์ ปิติ สิริร่วมสุข เอกัคตา เข้ามาแทนที่ให้ถึงฌานสมาบัติ จนเดินทางเข้าสู่มรรคาพระอริยบุคคล ล้างธุลีกิเลสให้สูญ ตัดมูลอาสวะให้สิ้น ห่างไกลสังโยชน์ทั้งปวง ล่วงถึงพระนิพพานที่ยิ่งใหญ่
ข้าพเจ้าขออาราธนาบารมีพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า และพระอริยะสงฆ์ทุกพระองค์ มีสมเด็จโต วัดระฆังเป็นที่สุด จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าพเจ้า ทำลายทุกข์กายใจให้เหือดหาย ทำลายมารตัณหาให้พินาศ ขอให้พ้นเคราะห์ ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย และอันตรายภัยพิบัติทั้งปวง ขอให้ข้าพเจ้ามีอายุยืนยาว มีโชคลาภ มีความสุข สิริสวัสดิ์ เจริญต่อไปทั้งในปัจจุบัน กาลอนาคต และภพหน้า ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เทอญ
อุกาสะ อุกาสะ มือของข้าพเจ้าทั้งสิบนิ้ว ขอประนมขึ้นระหว่างคิ้ว ข้าพเจ้าขอถวายต่างดอกบัวปทุมชาติ จักขุของข้าพเจ้าทั้งสอง อันรุ่งเรืองฉายแสงแวววาว ขอถวายต่างธูปเทียนทอง นะโม นมัสการ ข้าพเจ้าขอบูชาคุณพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงพระญาณเห็นทั่วทุกทิศแดนไกล พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ ให้ภาวนาว่า พุทธัง สะระณังคัจฉามิ ธัมมัง สะระณังคัจฉามิ สังฆัง สะระณังคัจฉามิ ตั้งใจภาวนาไว้ให้ดี ศัตรูมีมาแก้ไขได้ทุกประการ ด้วยพุทธานุภาพที่ทรงตั้งมั่นในอุเบกขา ทรงเมตตาโปรดสัตว์ทั่วทิศ ทรงฤทธิ์แกล้วกล้าเดชะพระจตุพรหมวิหาร ในน้ำพระหฤทัยมีพระเมตตา ทรงพระกรุณาช่วยสัตว์ให้หายเข็ญ
พุทโธพุทธัสสะกำจัดออกไป อย่าเข้ามาใกล้ขอบขัณฑ์เสมา
ธัมโมธัมมัสสะกำจัดออกไป อย่าเข้ามาใกล้ขอบขัณฑ์เสมา
สังโฆสังฆัสสะกำจัดออกไป อย่าเข้ามาใกล้ขอบขัณฑ์เสมา
พวกมารไพรีอย่าเข้ามาใกล้ คนร้ายอกุศลถอยไปให้พ้น สารพัดศัตรูวินาศสันติ
ข้าพเจ้าจะขออาราธนาพระธรรมเจ้าทั้งแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ จนจบในพระไตรปิฎกยกย่ออกมาว่า
อาปะมะจุปะ คือ พระวินัย
ทีมะสังอังขุ คือ พระสูตร
สังวิทาปุกะยะปะ คิอ พระปรมัตถ์
ด้วยเดชะพระธรรมเจ้าทั้งหลาย ขอให้โพยภัยอย่าได้มี จงกำจัดพลัดพรายออกไปให้พ้น
ข้าพเจ้าจะขอไหว้คุณพระสงฆ์อันทรงศีลบริสุทธิ์ พระสงฆ์ทรงเป็นมิตรผูกจิตพิสมัย สังฆัสสัง มังคะลังโลเก อุมะอะปิ พระสังฆัง จงมารักษาตัวข้าพเจ้า ศัตรูภายนอกเร่งถอยออกไป ศัตรูภายในบรรลัยสิ้นสุด หนึ่งนมัสการพระพุทธมาอยู่ตรงหน้า พระธรรมาอยู่ตรงหลัง พระสังฆังรักษาจิต พระพรหมผู้เป็นเจ้าสวรรค์มาช่วยกันรักษาตัวข้าพเจ้า เหล่าเทพเทวานพเคราะห์เสด็จเข้ามาช่วยกันรักษา
ด้วยเดชพระอาทิตย์ทั้งหกทรงประทานกำลังมาให้
พระจันทร์สิบห้าทรงศีลในใจ พระอังคารแปดองค์มารักษาภายใน
พระพุธสิบเจ็ด เป็นที่ชุมนุมคุ้มเสนียดและจัญไร
พระเสาร์ดีจริงกำลังสิบทัศน์ มาช่วยกำจัดมหาอุบาทว์
พระพฤหัสสิบเก้าเข้ามาสิงสู่ให้พรทุกสิ่ง
พระราหูสิบสองมาช่วยกันรักษา ศัตรูมีมามอดม้วยบรรลัย
พระศุกร์ยี่สิบเอ็ดมาช่วยป้องกัน
พระกาฬตัวกล้าร้ายกาจหนักหนา ศัตรูที่ไหนให้บรรลัยที่นั่น
นะโมเมสัพพะเทวานัง
สัพพะเคราะห์จะเทวะตา
สุริยัญจะ ปะมุญจะถะ
สะสิภุมโมจะเทวานัง
พุทโธลาภัง ภะวิสสะติ
ชีโวศุโกร์จะมหาลาภัง
สัพพะเคราะห์วินาศสันติ
โสโรราหูเกตุมหาลาภัง
สัพพะทุกข์ สัพพะโศก
สัพพะโรค สัพพะภัย
สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วินาศสันติ
พระเคราะห์ภายใน พระเคราะห์ภายนอก จงหายไป
พระเคราะห์ปี ขอให้เคลื่อน
พระเคราะห์เดือน ขอให้คลาย
พระเคระห์วัน ขอให้หาย มลายไปสิ้น
ชัยยะ ชัยยะ
ชะยาสะนากะตา พุทธา เชตะวา มารัง สะวาหะนัง จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เยปิวิงสุ นะราสะภา
ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเก มุนิสสะรา
สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร
หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะทักขิเณ โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะวามะเก
ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะราหุโล กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเล
เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว
กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก โส มัยหัง วะทะเนนิจจัง ปะติฏฐาสิ คุณากะโร
ปุณโณ อังคุลิมาโลจะ อุปาลี นันทะสีวะลี เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเฏ ตีละกา มะมะ
เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา ชะลันตา สีละเต เชนะ อัง
คะมังเคสุ สัณฐิตา
ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะสุตตะ ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง
ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะสุตตะกัง อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา
ชินานานา พะระสังยุตตา สัตตะปาการะลังกะตา วาตะปิตตาทิสัญชาตา พาหิรัชฌัตตุปัททะวา
อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะเตชะสา วะสะ โต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร
ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะฮีตะเล สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพเต มะหาปุริสาสะภา
อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข
ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ
สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย
สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชินะปัญชะเรติ
อิติปิโสภะคะวา นะชาลีติ ฉิมพาลี จะมหาเถโร สุวรรณะมามา โภชนะมามา วัตถุวัตถามามา
พลาพลังมามา โภคะมามา มหาลาโภมามา สัพเพชะนา พหูชะนา ภะวันตุเม
พุทโธ ชัยยะ เมตตาฉิมพะลีจะมหาเถโร ลาภะลาภัง ภะวันตุเม
ธัมโม ชัยยะ เมตตาฉิมพะลีจะมหาเถโร ลาภะลาภัง ภะวันตุเม
สังโฆ ชัยยะ เมตตาฉิมพะลีจะมหาเถโร ลาภะลาภัง ภะวันตุเม
นะ พระขันแก้ว แผ้วถางทางพระนิพพาน สินมัคญาณ ทานบารมี ศีลบารมี ภาวนาบารมี ไมตรี เมตตา
กรุณา มุทิตา อุเบกขา พระคุณสัมปันโน อะระหัตตะผล
โม พระขันแก้ว แผ้วถางทางพระนิพพาน สินมัคญาณ ทานบารมี ศีลบารมี ภาวนาบารมี ไมตรี เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา พระคุณสัมปันโน อะระหัตตะผล
พุท พระขันแก้ว แผ้วถางทางพระนิพพาน สินมัคญาณ ทานบารมี ศีลบารมี ภาวนาบารมี ไมตรี เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา พระคุณสัมปันโน อะระหัตตะผล
ธา พระขันแก้ว แผ้วถางทางพระนิพพาน สินมัคญาณ ทานบารมี ศีลบารมี ภาวนาบารมี ไมตรี เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา พระคุณสัมปันโน อะระหัตตะผล
ยะ พระขันแก้ว แผ้วถางทางพระนิพพาน สินมัคญาณ ทานบารมี ศีลบารมี ภาวนาบารมี ไมตรี เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา พระคุณสัมปันโน อะระหัตตะผล
เทวดาประจำตัว
ภพภูมิของเทพ-เทวดามีทั้งหมด ๖ ชั้นนับจากโลกมนุษย์ขึ้นไป จะอยู่ในสภาวะหรือมีสภาพร่างกายและทุกอย่างเป็นทิพย์ทั้งหมด(อากาศธาตุ) จะไม่มีรูปร่างที่จับต้องได้ด้วยกายหรือมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อของมนุษย์ได้ เราจะรู้เห็นและสัมผัสได้โดยทางจิตเท่านั้นและจะต้องเป็นจิตที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้วเป็นอย่างดีถึงขั้นที่เรียกว่าได้ " อภิญญาจิต " ภพภูมิของเทพเทวดานั้นมีแต่เสวยและรับแต่ความสุข ความเกษมสำราญแต่เพียงอย่างเดียวไม่มีความทุกข์ยากลำบากอะไร เพราะอยากจะได้หรืออยากจะมีอะไรแค่ทำการนึกคิดเอาก็ได้สมประสงค์สมปรารถนาทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีอารมณ์มีความรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง มีครอบครัว มีพ่อแม่ มีลูกมีหลานเหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีทุกข์เหมือนกัน มีตอนที่รู้ว่าบุญใกล้จะหมดแล้วจะต้องลงมาเกิดยังโลกมนุษย์และทุกข์มากๆ ถ้ามาเกิดยังโลกมนุษย์แล้วไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ เพราะการที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์นั้นสมารถทำตัวเอง ศึกษาหลักธรรมแล้วปฏิบัติฝึกจิตของตนเองให้หลุดพ้นเข้าสู่พระนิพพานได้ เทพเทวดาเหล่านี้มาจากไหน? ก็เป็นดวงจิตดวงวิญญาณที่มาจากมนุษย์ที่ตายแล้วและเป็นมนุษย์ที่มีทาน ... รายละเอียด
- วันเข้าพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต
- วันอาสาฬหบูชา วันสำคัญทางพุทธศาสนา
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก
- รวมเคล็ดลับการแก้กรรมแบบต่างๆ
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น
- วันออกพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1 99
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น 78
- เทวดาประจำตัว 58
- เคล็ดการใช้อำนาจบุญแก้กรรมเก่า-ปัญหาชีวิต 48
- บาปกรรมจากการลวกหอยแครง 36
- ภัยพิบัติเกิดจากเวรกรรมของ มนุษยชาติ 31
- บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า 31
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต 30
- ชาติก่อนและชาติปัจจุบันของสุกรตัวหนึ่ง 30
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก 27



สมัยนั้นฝึกงานอยู่ประเทศเยอรมัน ก่อนนอนสวดมนต์ชินบัญชรประจำ
มีผลพลานิสงค์มากค่ะ เพราะมีฝรั่งคนแถวนั้นเป็นพวกเทวนิยม จิตศาสตร์ จิตวิทยาประมาณนั้น พยายามจะควบคุมจิตและความคิดของเรา
แต่เค้าทำยังไงก็ไม่ได้ เกิดการต่อสู้กันขึ้นทางจิตเพราะเค้าคงแปลกใจไม่เคยเจอมาก่อนมั้ง เราก็ไม่รู้ตัวว่าจะมีใครจะมาพยายามควบคุมจิต อ่านความคิดเรา มีแต่บางครั้งเวลาที่เราทำงานมาเหนื่อยๆจะรู้สึกว่าง่วงๆ มาก ก็เลยต้องไปงีบหลับ และอีกอย่างก็คือครอบครัวที่อยู่ด้วยตอนนั้นไม่กินเนื้อ ก็เลยมาฉุกคิดขึ้นได้ว่า
การไม่กินเนื้อจะทำให้บทสวดชินบัญชรมีผลานิสงค์มากขึ้น เพราะตอนท้ายย้ายไปอยู่กับอีกครอบครัวหนึ่งแต่ครอบครัวนี้กินเนื้อเราก็กินเอาๆเพราะไม่ได้กินมานาน ผลานิสงค์ของคาถาลดลง โดนคุม สุดท้ายต้องหนีกลับเมืองไทย แบบเอาชีวิตไม่รอด เหม่อๆ เกือบตาย เกือบหลุด ....เรื่องนี้เป็นเรื่องที่นึกจำได้เอาและเกิดขึ้นจริงๆกับตัวข้าพเจ้า จึงอยากจะบอกกล่าวให้คนไทย นักเรียนไทยในต่างแดน ต่างบ้านต่างเมืองทั้งหลายได้รับรู้ว่า ในโลกนี้จักรวาลนี้มีสิ่งเร้นลับมากมาย ยึดพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง หมั่นสวดมนต์ไหว้พระถือศีล ไม่กินเนื้อ จะช่วยปกปักคุ้มครองเราได้...รายละเอียดอยากรู้เพิ่มติดต่อได้ทางอีเมล และด้วยผลบุญนี้น้อมจิตรำลึกถึงสมเด็จโตเจ้าค่ะ
แสดงความคิดเห็น